ข่าว

พาสปอร์ตปลอมเที่ยวบินMH370'แก๊งลูกแพะ'

พาสปอร์ตปลอมเที่ยวบินMH370'แก๊งลูกแพะ'

11 มี.ค. 2557

พาสปอร์ตปลอมเที่ยวบินMH370 'แก๊งลูกแพะ'ไปประเทศที่สาม : ทีมข่าวอาชญากรรม

                ข้อกังขาเกี่ยวกับกรณีการก่อการร้าย อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH 370 สูญหาย เนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้โดยสารอย่างน้อย 2 คน บนเครื่องบินลำนี้ใช้หนังสือเดินทางปลอมอาจเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด ล่าสุดชุดสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกลับพบว่า บุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมบนเครื่องบินลำนี้อาจเป็นเพียงแก๊งลูกแพะที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศที่สาม

                หลังจากทราบเบาะแสว่า นายลุยจิ มาราลดี อายุ 37 ปี สัญชาติอิตาลี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเครื่องบินลำดังกล่าว แต่กลับพบว่าตัวยังคงอยู่ใน จ.ภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งตำรวจได้เชิญตัวนายมาราลดีมาให้ปากคำ โดยยืนยันว่าหนังสือเดินทางหายไปตั้งแต่ปี 2556 หลังจากนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอเช่ารถจักรยานยนต์จากร้านบีเอ็นมาร์สสาจแอนด์รถเช่า ใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

                การให้ปากคำของนายมาราลดีมีข้อสงสัยหลายอย่าง ตำรวจจึงเชิญตัว นายสมศักดิ์ สอนสิทธิ์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านรถเช่ามาสอบถาม ในฐานะพยาน ซึ่งนายสมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อปี 2556 นายมาราลดีมาเช่ารถจักรยานยนต์ที่ร้านจริง โดยมีหนังสือเดินทางมาเป็นหลักฐาน แต่ระหว่างที่ตนไม่อยู่ ร้านให้ นางถวิล คำประภา อายุ 62 ปี ดูแลร้านแทน นายมาราลดีดีโทรศัพท์มาหา บอกว่าจะให้คนมารับหนังสือเดินทางเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการแลกเงินกับทางธนาคาร

                "นางถวิลอ้างว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากนายลุยจิ มาราลดี ได้มีชายชาวต่างชาติสวมหมวกกันน็อกเข้ามาที่ร้าน เพื่อขอรับหนังสือเดินทาง ซึ่งนางถวิลได้หยิบหนังสือเดินทางของชาวต่างชาติที่ใช้เป็นหลักฐานขอเช่ารถจักรยานยนต์ไว้จำนวน 10 เล่ม ยื่นให้ชาวต่างชาติรายนี้ ซึ่งชายคนดังกล่าวได้หยิบหนังสือเดินทางของนายลุยจิ มาราลดี ไป โดยนำหนังสือเดินทางของ น.ส.บอริโซวา ดาเรีย ชาวรัสเซีย เอาไว้ให้แทน ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วพบว่า หญิงสาวชาวรัสเซียรายนี้เดินทางเข้าไทยมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 และกลับออกไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งไม่มีข้อมูลเดินทางกลับเข้ามาอีกตั้งแต่นั้น" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนเปิดเผย

                แหล่งข่าวรายนี้ให้ข้อมูลด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการกระทำของขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง จึงได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด กระทั่งได้รับข้อมูลจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารเครื่องบินจำนวน 2 แห่ง ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้รับการส่งแฟกซ์หนังสือเดินทางของ นายลุยจิ มาราลดี เพื่อขอออกตั๋วโดยสารเครื่องบินเดินทางจากมาเลเซียไปยังปักกิ่ง ประเทศจีน ก่อนจะเปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อจากปักกิ่ง ประเทศจีน ไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งบริษัทได้ออกตั๋วโดยสารให้ไป

                "ผู้ที่โทรศัพท์สั่งซื้อตั๋วโดยสารรายนี้ให้พนักงานของบริษัทตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินไปเก็บเงินสดจำนวน 25,500 บาท จากนายอาซิม ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลาง อายุประมาณ 40 ปี ปัจจุบันเปิดร้านขายกรอบรูปอยู่ในตัวเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูล

                แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูลด้วยว่า ข้อมูลจากการตรวจสอบที่ได้เชื่อว่า บุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางของนายลุยจิ มาราลดี ซึ่งมีชื่อโดยสารอยู่บนเครื่องบิน เที่ยวบิน MH 370 น่าจะเป็นเหยื่อของแก๊งลูกแพะ ซึ่งใช้วิธีการผ่าเล่ม หนังสือเดินทางของนายลุยจิ มาราลดี แล้วเปลี่ยนภาพถ่าย โดยผู้ใช้หนังสือเดินทางเล่มนี้น่าจะมีใบหน้าและรูปพรรณใกล้เคียงกับนายลุยจิ มาราลดี โดยน่าจะเป็นบุคคลในประเทศแถบตะวันออกกลาง (แขกขาว) เนื่องจากมีใบหน้าคล้ายกับชาวยุโรป

                แก๊งลูกแพะกลุ่มนี้ เลือกที่จะเดินทางจากประเทศมาเลเซียไปยังปักกิ่ง เพื่อเปลี่ยนเครื่องไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงขั้นตอนการขอวีซ่า โดยหากเครื่องบินเที่ยวบินนี้ไม่สูญหายเมื่อเดินทางถึงปักกิ่งบุคคลรายนี้ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีการเข้าเมืองของจีน เพียงรอเวลาเปลี่ยนเครื่องต่อไปยังเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในเนเธอร์แลนด์หากใช้หนังสือเดินทางของอิตาลีก็ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หรืออาจมีบุคคลในเครือข่ายของแก๊งลูกแพะไปรอรับที่สนามบินอัมสเตอร์ดัม

                "จากการตรวจสอบนายอาซิม เชื่อมโยงกับ นายอารี แก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทางชาวอิรัก มีถิ่นที่อยู่ในมาเลเซีย เป็นเครือข่ายแก๊งลูกแพะรายใหญ่ ลักลอบนำชาวตะวันออกกลางไปยังประเทศที่สาม โดยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าไปยังมาเลเซีย เดินทางต่อไปยังจีน ก่อนจะไปยังประเทศในแถบยุโรป อีกเส้นทางหนึ่งจะเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เข้ามาเลเซียทางด่านสะเดา แล้วเดินทางต่อไปยังจีน เพื่อต่อไปยังประเทศในแถบยุโรป" แหล่งข่าวเปิดเผย

                ทั้งนี้ ในประเทศมาเลเซียปัจจุบันมีปัญหาการปลอมแปลงหนังสือเดินทางไม่แตกต่างจากไทย ก่อนหน้านี้มีการจับกุมเครือข่ายโจรกรรมใบปะแผ่นลงตราวีซ่าของประเทศไทย ซึ่งครั้งนั้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ในสถานทูตบางคนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

                ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้าทีมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการปลอมแปลงหนังสือเดินทางครั้งนี้ โดยเร่งด่วน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสันติบาล กองการต่างประเทศ รวมทั้งกองบัญชาการในพื้นที่ทุกแห่ง ติดตามสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับคดีปลอมแปลงหนังสือเดินทาง ทั้งที่เคยมีการแจ้งความหรือมีการจับกุมแล้ว ทำการขยายผลเพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามต่อไป นอกจากนี้ให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ วางระบบเรื่องการรับแจ้งหนังสือเดินทางหายของทุกสถานีตำรวจ โดยให้เชื่อมโยงผ่านระบบ CMIS ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อจะได้เชื่อมโยงกับระบบ PIBICS ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับหมายจับของตำรวจสากล

                สำหรับการตรวจสอบหนังสือเดินทางของผู้โดยสาร 2 ราย บนสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH 370 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่โดยสวมพาสปอร์ตทั้งสองรายเป็นชาวอิตาเลียน และออสเตรีย ซึ่งเคยเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และแจ้งพาสปอร์ตหายที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2555 และ 2556

                โดยรายแรกชื่อ นายลุยจิ มาราลดี อายุ 37 ปี สัญชาติอิตาเลียน เคยเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 เที่ยวบิน TG 945 ใช้หนังสือเดินทางหมายเลข YA3189197 ได้มีการแจ้งหายที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 จากนั้นได้เข้ามาเมืองไทยอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา โดยให้พาสปอร์ตหมายเลข YA4884202 ส่วน นายคริสเตียน โคเซล สัญชาติออสเตรีย เคยเดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 เที่ยวบิน TG 925 จากเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ใช้หนังสือเดินทางหมายเลข B2979523 ได้มีการแจ้งหายที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนมีนาคม 2555

...........................

(หมายเหตุ : พาสปอร์ตปลอมเที่ยวบินMH370 'แก๊งลูกแพะ'ไปประเทศที่สาม :   ทีมข่าวอาชญากรรม)