ข่าว

ปภ.ตรังประกาศเขตภัยแล้ง8อำเภอ

ปภ.ตรังประกาศเขตภัยแล้ง8อำเภอ

10 มี.ค. 2557

ปภ.ตรังประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 8 อำเภอ เดือดร้อนกว่า 1.1 หมื่นครัวเรือน ขณะที่จ.เชียงใหม่ ชาวบ้าน 200 กว่าครัวเรือนเริ่มขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้

 
                     10 มี.ค.57 นายอำนวย จันทรัฐ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง (ปภ.) กล่าวว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง ได้ประกาศเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง ในปี 2557 นับตั้งเเต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา จนถึงเดือนมีนาคมแล้ว จำนวน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ปะเหลียน อ.ห้วยยอด อ.เมืองตรัง อ.วังวิเศษ อ.หาดสำราญ อ.สิเกา อ.กันตัง อ.ย่านตาขาว โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน 11,833 ครัวเรือน 50,172 คน
 
                     ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการเกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้แหล่งน้ำทางธรรมชาติแห้งขอด ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ก็ต้องการความช่วยเหลือจากหน่วยงานของทางราช ดังนั้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง จึงประสานให้พื้นที่ทั้ง 8 อำเภอดังกล่าว ประกาศเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งแล้ว และร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำรถบรรทุกน้ำออกช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งจะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา
 
 
เชียงใหม่-ชาวบ้าน 200 ครัวเรือนขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค
 
 
                     นายนิคม นันทะนัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ขณะนี้ประชาชนกว่า 200 ครัวเรือน เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และน้ำเพื่อทำการเกษตร หลังระดับน้ำอ่างเก็บน้ำโป่งจ่อ ลดลง และคาดว่าจะเริ่มแห้งขอดในช่วงเดือนเมษายนนี้ เบื้องต้นได้มีการส่งเรื่องไปทางอำเภอ เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สถานการณ์ภัยแล้ง เพื่อขอรับงบประมาณในการช่วยเหลือ
 
                     ขณะเดียวกัน ทางอำเภอได้มีการจัดสรรรถน้ำมาน้ำให้กับประชาชนเพื่อไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค เนื่องจากระบบประปาหมู่บ้าน ไม่สามารถแจกจ่ายน้ำได้ตามปกติ  "เป็นประจำทุกปีที่หมู่บ้านจะต้องประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านใช้น้ำอย่างประหยัด ในปีนี้ถือว่าสถานการณ์ภัยแล้งมาเร็ว และเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตร โดยเฉพาะลำไยที่กำลังออกผลผลิต ที่จะต้องขาดน้ำในช่วงนี้ ทำให้ผลผลิตขาดคุณภาพ" นายนิคม กล่าว
 
                     นางภัชธนิตา สดุดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง แล้วจำนวน 5 อำเภอ จาก 25 อำเภอ ของจังหวัด ประกอบด้วย อำเภออมก๋อย ดอยเต่า ดอยหล่อ พร้าว และอำเภอไชยปราการ เบื้องต้นทางปภ.จังหวัด ได้มีการประสานไปยังอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยเบื้องต้น ด้วยการแจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
 
 
กระบี่ประกาศภัยแล้งเพิ่มอีก 4 อำเภอ ผวจ.สั่งเร่งช่วยเหลือเร่งด่วน
 
 
                     นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง เจ้าหน้าที่สำนังานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกระบี่ และกองป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยในตำบลที่มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในจังหวัดกระบี่ นำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในพื้นที่ ที่ประสบภัยแล้ง ในจังหวัดกระบื่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่ชาวบ้านที่ไม่มีน้ำบริโภคอุปโภค เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนานกว่า3 เดือน ทำให้ แหล่งน้ำ บ่อน้ำที่มีอยู่แห้งหมด ระบบประปาหมู่บ้าน น้ำไม่เพียงพอ
 
                     โดยชาวบ้านได้เตรียมภาชนะโอ่ง ถังน้ำ ไว้รองรับน้ำสำหรับใช้ได้ ประมาณ 1 อาทิตย์ และนอกจากการแจกจ่ายน้ำแล้ว ได้ เจาะบ่อน้ำบาดาล ให้ประชาชนพื้นที่ แล้ว กว่า 10 บ่อ เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ขณะที่ผู้ประกอบการ ที่พักโรงแรม รีสอร์ท ย่านแห่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้เพิ่มถังเก็บน้ำไว้ สำรับรองรับนักท่องเที่ยว ที่มีอยู่จำนวนมากในขณะนี้
 
                     ล่าสุดจังหวัดกระบี่ ประกาศพื้นที่ภัยแล้งเพิ่ม อีก 4 อำเภอ เป็น 7 อำเภอ จากทั้งหมด 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง เหนือคลอง เขาพนม อ่าวลึก ปลายพระยา เกาะลันตา และ อ.คลองท่อม ขาดเพียงอำเภถอลำทับที่กำลังประสบภัยแล้ง แต่ทางหน่วยงานท้องถิ่ยังสามรถให้การช่วยเหลือได้ ได้สั่งการให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือประชาชน นำน้ำสะอาดไปแจกจ่าย ขุดลอกสระน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ
 
                     อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรณีที่ทางจังหวัด ได้ทำหนังสือขอฝนเทียมนั้น ทราบว่าทางสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร จะเริ่มบินสำรวจสภาพอากาศและความชื้นในอากาศ ในวันที่15 มีนาคม นี้ เพื่อสำรวจดูว่ามีความชื้นเพียงพอที่ จะสามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งได้เตรียมภาชนะสำรองน้ำไว้ใช้ ในยามขาดแคลน ซึ่งจะประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
 
 
พิษณุโลก-ประกาศประสบภัยพิบัติแล้ง 2 อำเภอ
 
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์ภัยแล้ง ยังคุกคามในทุกพื้นที่ล่าสุดทางจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้งแล้ว โดยนายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากจังหวัดพิษณุโลก มีหลายพื้นที่ประสบภัยแล้งมาตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งได้ เนื่องจากยังไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ตามกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่กำหนด
 
                     ล่าสุดในวันนี้มีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งจำนวนมาก แหล่งน้ำทางธรรมชาติแห้งขอดหลายสาขา ทำให้ทางจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศให้พื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง คือ อ.ชาติตระการ ทั้ง 72 หมู่บ้าน และ อ.พรหมพิราม อีก 1 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 73 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือนร้อน กว่า 20,000 ราย เบื้องต้นทางจังหวัดพิษณุโลก จะได้เสนองบประมาณให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำงบประมาณฉุกเฉินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 อำเภอ เป็นการเบื้องต้นต่อไป
 
                     สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งนั้น สามารถแจ้งผู้นำท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละท้องที่ได้เพื่อหน่วยงานรัฐจะทำการสำรวจและทำการช่วยเหลือ พร้อมทั้งจะประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติต่อไป
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำแควน้อยแห้งขอดเกิดสันตะกอนเป็นช่วงๆ บางช่วงเหลือน้ำเพียงเล็กน้อย และจากสถานการณ์ดังกล่าว นางสาวอ้อน สุขมามอญ อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านเหนือ ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก บอกว่า ตนปลูกผักตามฤดูกาลตามริมตลิ่ง อาทิ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อหารายได้เล็กๆน้อยๆ พอเลี้ยงตัว แต่ปรากฏว่าปีนี้น้ำแห้งเร็วกว่าปกติ โดยเมื่อ 5-6 วันที่ผ่านมา ตนมารดน้ำผักที่ปลูกไว้ที่ริมตลิ่งตกใจมากที่เห็นน้ำในแม่น้ำแห้งขอดลดลงจากเดิมกว่า 10 เมตร ส่วนสาเหตุที่น้ำลดลงอย่างรวดเร็วนั้นอาจเกิดจากการที่เกษตรกรทางด้านต้นน้ำ สูบน้ำพร้อมกันหลายเครื่องเพื่อส่งเข้าสู่แปลงข้าวโพดที่ปลูกทั้งสองฝั่งแม่น้ำเป็นจำนวนมากเนื่องจากข้าวโพดกำลังขาดแคลนน้ำอาจได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามคาดว่าปีนี้ อ.นครไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา
 
 
สุราษฎร์ฯประสบภัยแล้งอย่างหนัก วิกฤตแล้วหลายพื้นที่
 
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานานหลายเดือนทำให้หลายพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานีประสบภัยแล้งอย่างหนักและเริ่มขยายเป็นวงกว้าง ขาดแคลนน้ำอุปโภค ล่าสุดทาง พ.อ.(พิเศษ)สมพงษ์ เภาพูล ผบ.นพค.46 นำทหาร นพค.46 บรรทุกน้ำอุปโภคกว่า 24,000 ลิตรไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฏร์ธานี ตามที่ทางเทศบาลตำบลช้างขวาได้ขอความช่วยเหลือ
 
                     โดยชาวบ้าน นำภาชนะมารอรับน้ำตั้งแต่เช้า ขณะที่ทางทหาร นพค.46 นำรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปรับน้ำจากเทศบาลตำบลช้างขวา จากนั้นตระเวนออกแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่จำนวนกว่า 30 ครัวเรือน
 
                     สำหรับพื้นที่แห่งนี้หลังจากที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อ ระบบประปาหมู่บ้านที่ไม่สามารถดันน้ำส่งให้ทั่วถึงบ้านเรือนของชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนได้ ทั้งที่ โดยปกติในช่วงหน้าฝนชาวบ้านจะเก็บน้ำฝนไว้ใช้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือเก็บไว้เป็นแหล่งน้ำดิบรองรับการผลิตประปาของหมู่บ้าน แต่ปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ปลายน้ำกว่า 30 ครัวเรือน ไม่ได้ใช้น้ำประปา ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันเองด้วยการซื้อน้ำจากผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำขายคันละ 160 บาท
 
                     อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานีขณะนี้ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก 3 อำเภอ คือ กาญจนดิษฐ์ อ.บ้านนาสาร อ.เวียงสระ โดยบางแห่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อนในบางจุดที่วิกฤติ แต่ยังไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั่วถึง
 
 
อุดรธานี-โนนสะอาดเริ่มแล้ง เร่งขุดก้นอ่างรวมน้ำทำประปาช่วยชาวบ้าน
 
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ที่สนามหน้าที่ว่าการ อ.โนนสะอาด นายสุวิทย์ ศรีสมบุญ นายอำเภอโนนสะอาด เป็นประธานปล่อยขบวนรถน้ำ จาก 1 เทศบาล และ 5 อบต.เพื่อออกทำการช่วยเหลือประชาชน ใน 6 ตำบล 66 หมู่บ้าน ของ อ.โนนสะอาด ที่กำลังประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค โดยก่อนเริ่มพิธี มีการจัดกิจกรรมให้นักเรียนโรงเรียนต่างๆ ชาวบ้านในเขตเทศบาล ต.โนนสะอาด เดินรณรงค์ให้ชาวบ้านร่วมกันประหยัดน้ำ เพื่อจะได้ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ที่ทางจังหวัดต้องประกาศให้ อ.โนนสะอาด เป็นเขตภัยพิบัติแล้งก่อน จากทั้ง 20 อำเภอ
 
                     ขณะเดียวกัน นายเจริญ สืบจากสิงห์ นายก อบต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด ได้นำรถน้ำปล่อยน้ำลงในถังเก็บน้ำกลาง ใน หมู่บ้านนาเหล่า หมู่ 5 ต.หนองกุงศรี ที่ไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค โดยมีชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน นำรถเข็นในถังน้ำมาคอยเติมน้ำจากถังเก็บน้ำกลาง โดยชาวบ้าน บอกว่า ปกติใช้น้ำประปาหมู่บ้าน ที่ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองพอก บ้านนาเหล่า หมู่ 11 แต่ขณะนี้น้ำในหนองพอก เริ่มแห้ง ทำให้ไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้ จึงต้องรอรถน้ำที่ อบต.นำมาใส่ถังน้ำกลาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
 
                     นอกจากนี้ ยังได้นำรถแบ็คโฮ มาทำการขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองพอก เพื่อเปิดทางน้ำที่ก้นอ่าง ที่ยังพอมีน้ำเหลืออยู่ แต่ระดับน้ำสูงไม่พอที่เครื่องสูบน้ำ ในการนำมาผลิตน้ำประปาได้ โดยการขุดลอกได้เปิดทางน้ำ ให้น้ำไหลมารวมที่หน้าจุดสถานีสูบน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลไปยังหัวกะโหลกสูบน้ำ ในการสูบน้ำมาทำน้ำประปา
 
                     นายเจริญ เปิดเผยว่า ต.หนองกุงศรี กำลังเริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง แต่เป็นการประสบปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ โดยเฉพาะบ้านนาเหล่า หมู่ 5 หมู่ 7 และ หมู่ 11 รวม 600 ครัวเรือน ที่ปกติใช้น้ำประปาที่ผลิตน้ำจากหนองพอกแห่งนี้ มาปีนี้เกิดแห้งแล้งฝนทิ้งช่วง ทำให้น้ำในหนองพอกแห้ง จากความจุของหนองพอก 2,450 ลบ.ม.ขณะนี้เหลือน้ำอยู่ประมาณ 100 ลบ.ม.
 
“น้ำที่เหลือเป็นน้ำที่อยู่ก้นอ่าง ระดับไม่สูงพอจะสูบน้ำขึ้นมาทำประปาได้ จึงนำรถแบ็คโฮมาทำการขุดลอกก้นอ่าง และให้น้ำใต้ดินซึมขึ้นมา เพราะปกติอ่างเก็บน้ำหนองพอก ใช้น้ำจากน้ำซับใต้ดิน เพราะว่าพื้นที่อยู่ติดเชิงเขา ของป่าสงวนแห่งชาติพันดอน-ปะโค ที่เป็นต้นน้ำห้วยสามพาด และลำปาว คาดว่าจะมีน้ำใต้ดินขึ้นมา พอสำหรับการทำน้ำประปา ให้ผ่านช่วงหน้าแล้งนี้ไปได้" นายเจริญ กล่าว
 
 
ระนองขอฝนหลวงบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง
 
 
                     นายเอนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จ.ระนอง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดระนองเป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ที่มีความรุนแรงคือ ที่ อ.กระบุรี อ.ละอุ่น และ อ.กะเปอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่การเพาะปลูกไม้ผลที่สำคัญ ทั้งมังคุด ทุเรียน ทางกลุ่มเกษตรกรได้ขอให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดระนองขอฝนหลวงเพื่อทำฝนเทียมบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัดระนองได้ยื่นเรื่องขอฝนหลวงไปแล้ว ขณะนี้รอกำหนดการเข้ามาทำฝนหลวงในพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จากสภาวะฝนทิ้งช่วงมานาน
 
                     ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้คือ การให้คำแนะนำการใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนเกษตรกรให้สำรวจ ซ่อมแซมและสร้างภาชนะเก็บน้ำ เลือกปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย เช่น ตระกูลถั่ว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น งดเว้นการทำนาปรัง หลีกเลี่ยงการเผาตอซังข้าว และฟางข้าว ให้ใช้วิธีฝังหรือไถกลบแทน เพราะจะทำให้ดินขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงมากขึ้น การจัดเตรียมอาหารสำรองให้กับสัตว์เลี้ยง การระวังไฟป่าที่อาจจะสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ทางการเกษตรได้
 
                     ขณะที่นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางจังหวัดระนองยังไม่ได้มีการออกประกาศพื้นที่พิบัติภัยแล้งในจังหวัด แต่พบว่าจากสภาวะฝนที่ทิ้งช่วงนานทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากในทุกพื้นที่ โดยทาง ปภ.ระนอง ได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนภัยแล้งในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดระนอง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยแล้งที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบในพื้นที่ จ.ระนองอยู่ในขณะนี้
 
                     นายชวลิต กล่าวอีกว่า วิกฤตภัยแล้งที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ แหล่งน้ำสำรองเหือดแห้ง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 5 อำเภอเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อพืชและสัตว์แล้วเช่นกัน
 
                     นายชวลิต กล่าวด้วยว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นเกิดจากการมีฝนน้อยกว่าปกติ หรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล โดยเฉพาะ จ.ระนองที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 4 เดือน โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้สภาวะอากาศมีความแปรปรวนเกิดวิกฤติภัยแล้งรุนแรงในปัจจุบันนี้มาจากสาเหตุผลกระทบจากภาวะเรือนกระจก การตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลให้สภาวะอากาศในฤดูร้อนที่ร้อนมากกว่าปกติ
 
                     สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ง ขณะนี้คือการเร่งนำรถบรรทุกน้ำจากหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่า 50 คัน นำน้ำออกแจกจ่ายชาวบ้านที่ประสบภัยในพื้นที่ 5 อำเภอ โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ระนอง ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้ง แต่อยู่ในขั้นการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนแนวทางอื่นๆคือ การรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวในการช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤติภัยแล้งที่เกิดขึ้น