ข่าว

คลิปฮอต'ปู'ฉุน!โดนถาม'รบ.ไร้ความเชื่อมั่น'

คลิปฮอต'ปู'ฉุน!โดนถาม'รบ.ไร้ความเชื่อมั่น'

10 มี.ค. 2557

'นายกฯ'ฉุน!โดนถาม'รัฐบาล'ไร้ความเชื่อมั่น โยน'มั่นคง'รอบคอบยกเลิก'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' ก่อนย้อนถามต้องรับผิดชอบอะไรกรณี'ถวิล'

 
                        10 มี.ค.57 เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ขอให้นายกฯตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือไม่ว่า ก็ต้องมาจากขั้นตอนของผู้ปฏิบัติงานก่อนและฝ่ายความมั่นคงก็มีคณะกรรมการที่ต้องรอฟังจากคณะกรรมการทั้งหมดอีกครั้งว่า มีความคิดเห็นอย่างไร หากมีความคิดเห็นที่ชัดเจนแล้วก็คงจะร่วมกันพิจารณาได้ 
 
                        เมื่อถามว่า นักธุรกิจนักลงทุนมองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้การลงทุนหยุดชะงัก นายกฯ กล่าวว่า เราคำนึงทุกอย่าง เพราะจริงๆ แล้ว เราคำนึงว่าทำอย่างไรที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศและแง่ของเอกชนและเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ 
 
                        "แต่อย่างไรก็ตามว่าต้องถามเจ้าหน้าที่ด้วย เพราะถ้าเราคำนึงถึงแต่ภาพนั้น แต่ขณะเดียวกันเกิดปัญหาความวุ่นวาย ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ก็จะกลายเป็นผลร้ายมากกว่า ก็คงต้องขอให้มีการชั่งน้ำหนักและพิจารณาให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง" นายกฯ กล่าว
 
                        เมื่อถามว่า การประชุมรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจวันนี้มีการประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากการชุมนุมเสียหายถึง 5 แสนล้านบาทหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในภาพรวมจะเห็นว่าเศรษฐกิจได้ชะลอตัว ซึ่งเห็นตัวเลขในเดือนมกราคมก็มีการปรับตัวที่ลดลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม หวังว่าทุกหน่วยงานจะช่วยกันพลิกฟื้นความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่เห็นคือ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมถึงผลกระทบอีกหลายตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใบอนุญาตบีโอไอ ที่อาจจะมีการล่าช้า และขณะนี้ก็กำลังมีการติดตามในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เรื่องของการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ซึ่งหลายๆ ตัว นอกจากในส่วนของสหภาพยุโรป (อียู) และเอฟทีเอ เรื่อง GSP ที่อาจจะมีผลกระทบก็คงต้องศึกษาว่าส่วนอื่นๆ มีตัวไหนบ้าง 
 
                        "ได้กำชับให้หน่วยงาน เพราะขั้นตอนในส่วนของกระทรวงก็สามารถให้กระทรวงสามารถให้คนเจรจาดำเนินการไปได้ในบางขั้นตอน แต่สุดท้ายเมื่อถึงขั้นตอนการจบก็รอที่รัฐสภา ขณะนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ แต่โดยรวมแล้ว เราได้มองว่าสิ่งที่เราต้องช่วยกันก็คือ ต้องเร่งในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจซึมไปมากกว่านี้ เพราะอาจจะมีผลกระทบบ้างในเดือนมกราคม เนื่องจากเดือนธันวาคมประชาชนกังวลกับเหตุการณ์และมีการจับจ่ายใช้สอยลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเลขในเดือนมกราคมลดน้อยลง หวังว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่มีวันหยุดเยอะ ก็พยายามให้ทุกหน่วยงานเร่งรัด โดยเฉพาะการใช้จ่ายจากภาครัฐ และอย่างไรก็ตาม ตัวเลข 5 แสนล้านยังไม่ได้มีการรายงานในที่ประชุม ทั้งนี้ี มีการขอข้อมูลในแต่ละหน่วยงานก่อน" นายกฯ กล่าว 
 
                        เมื่อถามว่า แต่สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้รัฐบาลจะเอาอะไรไปเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ซึ่งนายกฯ หยุดนิ่งแล้วยิ้มและมองหน้าผู้สื่อข่าว พร้อมกับตอบว่า  "อันนี้ก็ต้องหวังว่า สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกัน ถ้าสื่อมวลชนตั้งคำถามแบบนี้แล้วเราไม่เชื่อมั่น ซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วเราจะเชื่ออะไร ถ้าทุกคนถามแต่ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความเชื่อมั่น ขาดความเชื่อมั่น แล้วเราจะกลับไปสู่ระบอบที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่ต้องถามอยู่"
 
                        ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ภายใน 45 วัน ว่า วันนี้ได้สั่งการให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ดำเนินการเนื่องจากยังมีขั้นตอนต่างๆ ในรายละเอียดจึงได้สั่งการให้เลขาธิการนายกฯ และเลขาธิการกพ.ไปหารือในรายละเอียด ส่วนจะทำได้ทันตามกำหนด 45 วัน ตามคำสั่งศาลหรือไม่นั้น ก็ต้องดู เพราะจริงๆ ทุกอย่างมีการศึกษาตามขั้นตอน และรายละเอียดก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ 
 
                        เมื่อถามว่า วันนี้นายถวิลพยายามบอกว่า รัฐบาลพยายามจะยื้อเวลาให้ยาวออกไป นายกฯ กล่าวว่า "ไม่หรอกค่ะ"  เพราะว่าบางอย่างมีในรายละเอียด และวันนี้ก็ต้องศึกษาในเรื่องของคณะกรรมการกฤษฎีกาหลังการยุบสภาด้วย ว่า ขั้นตอนต่างๆ จะทำอะไรอย่างไร และขอให้เจ้าหน้าที่หารือกันก่อน 
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะกระทบมาถึงตัวนายกฯ ด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จริงๆ เราได้ปฏิบัติอยู่แล้วคงให้ขั้นตอนในการศึกษา ไม่ใช่มาถึงแล้วจะดำเนินการได้ทันที เนื่องจากมีขั้นตอนและรายละเอียดอยู่ ก็คงต้องขอเวลาศึกษาและทำให้ถูกต้อง 
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนจะนำเรื่องนี้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายกฯ กล่าวว่า "โธ่ ศาลเพิ่งตัดสินวันแรกเองนะคะ อย่าเพิ่ง วันนี้เพิ่งทำงานวันแรกอยู่ ก็คงต้องรอ เพราะเนื่องจากว่าในคำสั่งก็ให้เวลาในการปฏิบัติ 45 วัน ก็คงต้องรอให้ครบ 45 วันก่อนว่าดิฉัน ทำหรือไม่ทำอย่างไร และมีความผิดตรงไหน คือบางครั้งก็ต้องมีเวลาและให้ความเป็นธรรมกันบ้าง เพราะว่าไม่เช่นนั้นมาถึงปุ๊บแล้วจะมาบอกว่าไม่ทำเลยก็คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ด้วย และตัวดิฉันเองที่จะต้องศึกษาและทำตามขั้นตอนของกฎหมาย"
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายตรงข้ามอยากให้นายกฯ แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วย นายกฯ ย้อนถามกลับว่า "แสดงอะไรค่ะ ดิฉันเองก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ตอนอย่างที่เรียนว่า ก็ต้องมีขั้นตอนในการศึกษาในการดำเนินการ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอค่ะ เพราะจริงๆ ในส่วนของรัฐบาลทุกรัฐบาลก็มีการแต่งตั้งโยกย้าย และติดปัญหาในเรื่องของคำสั่ง และคำสั่งศาลปกครอง เราก็พร้อมทำเหมือนที่รัฐบาลอื่นทำ" 
 
                        เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าการย้ายนายถวิลกลับมาเป็นเลขาฯกับสมช.จะกระทบต่อการทำงานด้านความมั่นคงของรัฐบาล อีกทั้ง นายถวิลประกาศตัวชัดเจนว่า อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็คงต้องขึ้นอยู่กับเจตนา ถ้าทุกคนตั้งใจทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องงานก็จะไม่ติดขัด ก็ขอให้แยกแยะ 
 
 
 
 
 
"สุรนันทน์"เผยเล็งเชิญ"ถวิล-ภราดร"คุยคืนตำแหน่ง 
 
 
                        นายสุรนันทน์ กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายใน 45 วัน ให้กับนายถวิล ว่า ในทุกกรณีศาลปกครองจะให้เวลา 45 วัน หรือ 60 วัน ซึ่งในกรณีนี้ 45 วัน ศาลเข้าใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินว่าการโยกย้ายตำแหน่งหรือคืนตำแหน่งจะต้องมีขั้นตอนที่จะต้องทำให้ถูกต้องไม่ว่าเรื่องเอกสารของราชการหรือข้อกฎหมาย ซึ่งจะต้องไปดูผลกระทบทั้งหมด ทั้งเรื่องตำแหน่ง สวัสดิการ ซึ่งในกรณีที่ผ่านมาก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ทันใน 45 วันแน่นอน ซึ่งตนได้มีการหารือกับเลขาฯ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และจะประชุมร่วมกับสำนักเลขาฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อดูขั้นตอนให้ครบถ้วน ซึ่งเลขาฯ ก.พ. ระบุว่า มีความสลับซับซ้อนกันพอสมควร เพราะหลังจากที่นายถวิล ถูกย้ายไปแล้วก็เป็น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รับตำแหน่งต่อ และต่อมาได้ย้ายไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม จากนั้น ก็เป็นพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช. ซึ่งย้ายมาเป็นรองเลขาฯ สมช. ก่อนแล้วจึงขึ้นเป็นเลขาฯ สมช. จึงมีเรื่องขั้นตอนเอกสารและกฎหมายต่างๆ รวมทั้งจะต้องมีการหารือกับ พล.ท.ภราดร เองว่า ตำแหน่งใดจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับตัวท่านเอง ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปร่วมกับเลขาฯ ก.พ.แล้วจะต้องนำเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตัดสินใจ กรณี พล.ท.ภราดร ก่อนที่จะคืนตำแหน่งให้นายถวิล ซึ่งจะต้องเข้าครม.และสถานการณ์ขณะนี้จะต้องส่ง กกต.ด้วยถึงแม้จะเป็นคำสั่งศาลก็ตาม เพราะเป็นการโยกย้ายโดยตำแหน่ง
 
                        เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายถวิลก็รู้ดีว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลตำแหน่งเลขาฯ สมช.ถือเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องมีความไว้วางใจกัน ซึ่งกรณีนี้นายถวิลก็เคยมีตำแหน่งอยู่ในศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือว่าเป็นมือไม้ที่สำคัญ ดังนั้น ก็น่าจะเข้าใจว่ารัฐบาลก็ต้องการมีมือมีไม้เป็นของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ที่ผ่านมาในอดีตก่อนที่นายถวิลจะมารับตำแหน่งเลขาฯ สมช.ก็มีหลายกรณีที่เลขาฯ สมช.ถูกย้ายไป เช่น พล.ท.ภราดร ก็มีการถูกย้ายไป ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติของการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่ว่าการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเช่นนี้ก็คือว่า ต่อไปนี้รัฐบาลจะโยกย้ายก็ต้องให้เหตุผลที่ชัดเจน เพื่อที่จะเห็นชัดว่าเราไม่ได้ใช้ความลำเอียงแต่มีการพินิจพิเคราะห์ ขณะเดียวกัน การบริหารงานบุคคลเราก็ต้องให้โอกาสในการทำงาน
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า นายถวิลเตรียมที่จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ตนคิดว่านายถวิลน่าจะเข้าใจว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นหากสามารถทำความเข้าใจกันได้และรัฐบาลก็ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร
 
                        เมื่อถามว่า การที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ไม่สามารถคืนตำแหน่งให้นายถวิลได้ทันภายใน 45 วัน เป็นการทำให้บรรยากาศเสียไปหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่เนื่องจากนายพงษ์เทพเป็นผู้พิพากษาเก่า จึงไปพิจารณาในข้อกฎหมายว่าถึงแม้ว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้คืนตำแหน่งให้นายถวิล ภายใน 45 วัน แต่หากไปไม่ปฏิบัติตามก็ไม่มีบทลงโทษอะไร จึงมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นมุมมองในแง่กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงแล้วหากศาลปกครองวินิจฉัยออกมาเช่นนี้แล้ว ในระบบราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจาก 45 วันแล้วที่การคืนตำแหน่งให้แล้วนายถวิลยังจะสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงต้องพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจกับคุณถวิลว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ เพราะว่าคุณถวิลเองก็มีบทบาทสำคัญจากการขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มกปปส. เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจกันว่ามีแนวคิดตรงกันหรือไม่ และจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่คงต้องมีการพูดคุยกัน”
เมื่อถามว่า จะถึงขั้นไม่ให้นายถวิลเข้ามารับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านการความมั่นคงหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า “ให้ไปถึงตรงนั้นก่อน เพราะต้องพูดคุยกับทั้งคุณถวิล และพล.ท.ภราดร ก่อน”
 
                        ส่วนเกรงว่าความลับของรัฐบาลจะไปถึงกลุ่มกปปส.หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า “อย่าเพิ่งไปกลัว เพราะวันนี้เรายังไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะว่าเราก็คงต้องดูในเรื่องขั้นตอนของการคืนตำแหน่งให้คุณถวิลก่อน และถ้าเกิดคุณถวิลเองบอกว่าเป็นมืออาชีพอย่างที่คุณถวิลพูดมาเสมอว่าเป็นข้าราชการและพร้อมที่จะทำงานให้ประเทศชาติผมคิดว่าก็คุยกันได้”
เมื่อถามว่า ดูตำแหน่งให้ พล.ท.ภราดร หรือยัง นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ดูเพราะต้องพิจารณาขั้นตอนการคืนตำแหน่งให้นายถวิลก่อน จากนั้นถึงจะทราบว่ารัฐบาลจะต้องทำอย่างไร และจะพยายามดำเนินการให้เสร็จตามกำหนดและทำความเข้าใจกับ พล.ท.ภราดร ต่อไปว่าจะไปอยู่ตำแหน่งใด
 
                        ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะโยก พล.ท.ภราดร ไปอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดูแลความมันคง นายสุนันทน์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
 
                        เมื่อถามว่า ขณะนี้ มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองอย่างไรบ้าง นายสุรนันทน์ กล่าวว่า อยู่ในจุดที่ยังพอพูดจาหารือกันได้และเราไม่อยากเห็นการปะทะกัน และเราเห็นว่าบทเรียนต่างๆ ของความรุนแรงนั้น ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ มองว่าการนำไปสู่ความรุนแรงไม่เป็นประโยชน์ของประเทศ วันนี้บรรยากาศทางเศรษฐกิจและธุรกิจก็ลดลงและตกต่ำพอสมควร วันนี้มีการประชุมครม.เศรษฐกิจ ก็เห็นภาพอยู่พอสมควร ถ้าให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะมีปัญหามากต่อระบบเศรษฐกิจ และกระทบต่อปากท้องของประชาชน และการตัดสินใจทางการเมืองที่ทำให้เกิดการเจรจาหารือกันและนำไปสู่การเลือกตั้งเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด ตนจึงคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
 
                        เมื่อถามว่า ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการเจรจาบ้างหรือยัง นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ก็ยังเปิดอยู่ ทางกปปส.เองก็น่าจะหันเข้ามาคุยกันในเวทีปฏิรูปต่างๆ และเวทีที่กปปส.จัดอยู่ ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่รัฐบาลหรือหน่วยกลางต่าง ๆ ที่พยายามจัด ซึ่งตนคิดว่า น่าจะมารวมเวทีกันได้ ถ้าไม่ไว้ใจรัฐบาลก็เป็นเวทีกลางก็ได้ เพื่อจะได้มีพื้นที่หารือกัน เพราะต่างคนต่างทำเวทีกันอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ เพราะต่างคนต่างเอาความคิดตัวเองใส่เข้าไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเวทีกลาง อย่างที่นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัด.ยุติธรรม พยายามจัดร่วมกับองค์กรต่างๆ อยู่ก็น่าจะเป็นเวทีที่ดี ที่จะเปิดโอกาสเอาความคิดต่างๆ มาเทรวมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปหยุดยั้งกระบวนการเลือกตั้ง ส่วนที่ยังคงค้างอยู่ก็น่าจะรีบสะสางทั้งกระบวนการทางกฎหมายหรือข้อห่วงใยต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเสร็จสิ้น ทำให้มีสภาและรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเพื่อให้การปฏิรูปเกิดขึ้นได้
 
                        เมื่อถามต่อว่า ห่วงหรือไม่ว่าศาลจะตัดสินให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.โมฆะ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ถ้าศาลมีคำสั่งใดออกมา ขอให้อยู่ในวิถีประชาธิปไตย ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่งและนักการเมืองทุกคนในรัฐบาลก็พร้อมจะปฏิบัติตาม แต่ขอให้อยู่ในกระบวนการประชาธิปไตย เรารับได้
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าศาลตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เท่ากับว่าต้องเลือกตั้งใหม่ นับหนึ่งใหม่ หรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าวินิจฉัยอย่างไร ถ้าบอกว่าต้องเริ่มใหม่หมด เป็นโมฆะ ก็ต้องออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่