ข่าว

'มาเลย์'ยันค้นหาเครื่องบินจนกว่าจะพบ

'มาเลย์'ยันค้นหาเครื่องบินจนกว่าจะพบ

10 มี.ค. 2557

'มาเลย์'ยันค้นหาเครื่องบินจนกว่าจะพบ 'จีน'ตำหนิจัดการไม่รวดเร็วเพียงพอ 'ร.ล.ปัตตานี'เริ่มปฏิบัติการร่วม ผบ.ตร.ไทยปัดแหล่งก่อการร้าย-พาสปอร์ตปลอม

 
                       10 มี.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการผ่านศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ เมื่อวานที่ผ่านมา (9 มี.ค.) ให้เรือหลวงปัตตานี ที่ปฏิบัติการอยู่ที่ จ.พังงา พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ซุปเปอร์ลิงค์ และเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย ออกปฏิบัติภารกิจค้นหาเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ เที่ยวบิน MH 370 ตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย ล่าสุด เรือหลวงปัตตานี ได้เข้าพื้นที่ช่องแคบมะละกาแล้ว และได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้  โดยมีกำลังพลทั้งหมด 119 นาย ประกอบด้วย กำลังพลเรือหลวงปัตตานี 84 นาย   ชุดประดาน้ำ ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ซีล) 9 นาย  แพทย์ - พยาบาล 3 นาย  กำลังพลประจำเฮลิคอปเตอร์ซุปเกอร์ลิงค์ 11 นาย และเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย 12 นาย โดยทั้งหมดจะปฏิบัติภารกิจจนกว่าจะได้รับคำสั่งยกเลิก
 
                       ทั้งนี้ พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์ วานนี้ ว่า ทางการมาเลเซียได้สันนิษฐานว่า จุดตกของเครื่องบิน MH370 น่าจะอยู่บริเวณฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (น่านน้ำเวียดนาม) หรือบริเวณช่องแคบมะละกา (ใกล้ทะเลอันดามัน) ซึ่งในส่วนของพื้นที่น่านน้ำเวียดนาม ทางกองทัพเรือสิงคโปร์ และกองทัพเรือเวียดนาม ได้เข้าค้นหาแล้ว ทางการมาเลเซีย จึงร้องขอมายังรัฐบาลไทยให้ช่วยค้นหาในพื้นที่ฝั่งอันดามัน
 
 
 
 
ทัพเรือ ภ.2 พร้อมส่งเรือหลวง 3 ลำ เครื่องบิน 1 ลำ สมทบ
 
 
                       พลเรือโทชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา เปิดเผยว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 2 ได้เตรียมเรือหลวงตาปี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงสัตหีบ รวมถึงเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย อีก 1 ลำ และกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมออกปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากได้รับคำสั่งจากกองทัพเรือ โดยขณะนี้เรือหลวงทั้ง 3 ลำ จอดรออยู่ที่ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 แล้ว รวมทั้งเครื่องบินดอร์เนีย ก็เตรียมพร้อมอยู่ที่สนามบินศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือ ภาคที่ 2 ตลอดเวลา พร้อมขึ้นบินได้ทันที หากมีคำสั่งจากกองทัพเรือ
 
 
 
 
'มาเลเซีย' ปฏิเสธข่าวพบชิ้นส่วนเครื่องบิน
 
 
                       มาเลเซียยืนยันยังไม่พบชิ้นส่วนเครื่องบินที่หายไปตั้งแต่วันเสาร์ แม้มีข่าวว่าทีมค้นหาของสิงคโปร์และเวียดนามพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นชิ้นส่วนเครื่องบิน ขณะเดียวกันมาเลเซียแสดงความขอบคุณที่นานาชาติส่งทีมร่วมค้นหากู้ภัยอย่างเต็มที่
 
                       อาซารุดดิน อับดุล เราะห์มาน อธิบดีกรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย แถลงเมื่่อวานยืนยันว่า วัตถุต้องสงสัยที่ทีมค้นหาของสิงคโปร์พบลอยอยู่ในทะเลห่างจากเกาะโถเจาของเวียดนามเกือบ 100 กม.ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้แล้ว ไม่ตรงกับลักษณะชิ้นส่วนของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 เที่ยวบิน MH370 ที่หายไปตั้งแต่เช้ามืดวันเสาร์ ส่วนการพบคราบน้ำมันสองจุดนอกชายฝั่งทางภาคใต้ของเวียดนามนั้น กำลังมีการตรวจสอบว่าตรงกับน้ำมันที่ใช้ในเครื่องบินลำนี้หรือไม่ 
 
                       ก่อนหน้านี้ทีมค้นหาของเวียดนามก็แจ้งเมื่อวานด้วยว่าพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นชิ้นส่วนของหน้าต่าง หรือประตูฉุกเฉินของเครื่องบินของสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ส  แต่เนื่องจากมืดแล้วและคลื่นแรงทำให้ไม่สามารถเข้าไปเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยที่ทีมค้นหาด้วยเฮลิคอปเตอร์ระบุว่าพบอยู่ห่างจากภาคใต้ของเวียดนาม 90 กม. 
 
                       นายอาซารุดดิน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการขยายพื้นที่การค้นหาออกไปจากรัศมี 20 ไมล์ทะเล เป็น 50 ไมล์ทะเลแล้ว และมีรายงานว่านานาประเทศร่วมส่งเรือรวม 40 ลำ และเครื่องบิน 34 ลำออกช่วยค้นหารวมทั้งเรือของราชนาวีไทยที่จะเดินทางถึงพื้นที่ค้นหาในวันนี้จันทร์ โดยก่อนหน้านี้ไทยส่งเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลแบบดอร์เนียลลงพื้นที่ค้นหาแล้ว
 
                       กระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อวานแสดงความขอบคุณนานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือค้นหากู้ภัย ซึ่งมีทั้งเวียดนาม จีน ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐที่จะเดินทางไปถึงมาเลเซียที่ยืนยันพบซากเครื่องบิน และจะมีมีมผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐและบริษัทโบอิ้งด้วย 
 
 
 
 
'นายกฯมาเลย์' สั่งทบทวนความปลอดภัยสนามบิน
 
 
                       นายกรัฐมนตรีนาจิ๊บ ราซัค ของมาเลเซีย มีคำสั่งเมื่อวาน ให้ทบทวนกระบวนการด้านความปลอดภัยที่สนามบิน หลังพบว่าผู้โดยสารมีการใช้หนังสือเดินทางปลอมในการขึ้นเครื่องบินเที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายระหว่างมุ่งหน้าไปกรุงปักกิ่ง
 
                       นายนาจิ๊บ บอกว่า จะมีการทบทวนมาตรการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในทุกสนามบินของประเทศ และหากมีความจำเป็น ก็จะมีการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องนี้
 
                       แต่เขาก็บอกว่า จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีเบาะแสที่น่าเชื่อถือสำหรับสาเหตุของการสูญหายไปของเครื่องบิน และก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องบิน จำเป็นต้องพิจารณาความเป็นไปได้ทุกอย่าง ก่อนที่จะสรุปอะไรได้
 
                       สำหรับกรณีที่มีผู้โดยสารบางคนใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมานั้น ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รักษาการณ์รัฐมนตรีการขนส่ง และกลาโหม บอกว่าฝ่ายข่าวกรองมาเลเซีย กำลังประสานงานกับฝ่ายข่าวกรองในประเทศอื่น รวมถึงสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ และหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย หรือ ซีทียู ของสหรัฐ ในการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีข้อมูลของเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
 
 
 
 
'มาเลเซีย' ยันจะค้นหาต่อไปจนกว่าจะเจอ
 
 
                       นายอาซารุดดิน อับดุล เราะห์มาน อธิบดีกรมการบินพลเรือนมาเลเซีย แถลงวันนี้โดยประกาศว่า จะไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับภารกิจค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินมาเลเซีย ออนไลน์ส ที่หายไปตั้งแต่เช้ามืดวันเสาร์ โดยจะค้นหาต่อไปจนกว่าจะพบเครื่องบิน พร้อมกับอ้างกรณีเครื่องบินแอร์บัสของสายการบินแอร์ฟรานซ์ตกในทะเลเมื่อปี 2552 ก็ใช้เวลาถึงสองปีกว่าจะพบซากเครื่องบิน 
 
                       นอกจากนี้เขายืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบเศษชิ้นส่วนใดๆ จากเครื่องบิน แม้มีข่าวจากเวียดนามเมื่อวานว่ามีการค้นพบวัตถุต้องสงสัย แต่ล่าสุดศูนย์ประสานงานการค้นหาและกู้ภัยของเวียดนามแถลงวันนี้ว่า เครื่องบิน 6 ลำ และเรือ 7 ลำจากเวียดนาม ได้ใช้เวลาตลอดคืนวานค้นหาวัตถุที่เฮลิคอปเตอร์ตรวจพบเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ และเชื่อว่าอาจเป็นชิ้นส่วนหน้าต่างหรือประตูฉุกเฉิน แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่พบวัตถุชิ้นนั้น
 
                       ขณะเดียวกันนายอาซารุดดิน กล่าวในการแถลงข่าววันนี้ว่า ไม่อาจตัดประเด็นความเป็นไปได้ที่ว่าอาจเกิดเหตุสลัดอากาศจี้เครื่องบิน และทางการจะตรวจสอบความเป็นไปได้ทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับเที่ยวบินนี้ 
 
 
 
 
'เวียดนาม' สั่งค้นหาเครื่องบินนตก
 
 
                       นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง ของเวียดนาม มีคำสั่งให้ทีมค้นหา และกู้ภัยของประเทศทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่สูญหายตั้งแต่วันเสาร์
 
                       รองนายกรัฐมนตรีฮว่าง จุง ฮาย เผยคำแถลงดังกล่าวในที่ประชุมทบทวนภารกิจการค้นหาและกู้ภัยและกำหนดตำแหน่งสำหรับภารกิจ ที่กระทรวงกลาโหม ในกรุงฮานอย เมื่อวันอาทิตย์
 
                       รองนายกรัฐมนตรีฮาย ระบุว่า รัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติให้กระทรวงคมนาคมตั้งฐานบัญชาการแนวหน้าที่เกาะฝู๊ก๊วก เพื่อกำกับงานค้นหาและกู้ภัย
 
                       เวียดนามได้ร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการค้นหา และกู้ภัยเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่สูญหาย โดยเวียดนามได้ส่งเครื่องบิน และเรือตำรวจน้ำหลายลำเข้าร่วมในภารกิจนี้ นอกจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีฮาย ยังได้ระบุว่า ภารกิจค้นหาเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศด้วย   
 
                       ฮว่าง จุง ฮาย ยังร้องให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงกลาโหม ประสานงานร่วมกันกับ จ.เกียนซยาง และ อ.ฝู๊ก๊วก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อภารกิจในขั้นต่อไป       
 
                       ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการบินระหว่างประเทศ หากเครื่องบินประสบอุบัติเหตุในดินแดนของประเทศใด ประเทศนั้นจะต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเวียดนามระบุว่า พร้อมที่จะปฏิบัติด้วยความรับผิดชอบสูงสุดภายใต้อนุสัญญาการบินระหว่างประเทศดังกล่าว
 
 
 
 
'จีน' ตำหนิ 'มาเลเซีย' จัดการเหตุไม่รวดเร็วเพียงพอ
 
 
                       สื่อของทางการจีนตำหนิรัฐบาลมาเลเซียและสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดกับเที่ยวบิน MH370 โดยหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ รายงานวันนี้ว่า มาเลเซียบริหารจัดการสถานการณ์ ไม่รวดเร็วเพียงพอ และมีช่องโหว่ของการทำงานในส่วนสายการบินมาเลเซีย ออนไลน์ส และหน่วยงานความมั่นคงมาเลเซีย 
 
                       นอกจากนี้หากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการขัดข้องทางเทคนิคหรือความบกพร่องของนักบิน ทางสายการบินจะต้องรับผิดชอบ แต่หากเป็นเรื่องการก่อการร้าย แสดงว่าการตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่สนามบิน และเที่ยวบินมีปัญหา
 
                       นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ ไชน่า เดลีของจีน ระบุในบทบรรณาธิการว่า ประเด็นการก่อการร้ายก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบว่าผู้โดยสาร 2 คนที่ใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมาเป็นใคร และทำไปเพื่ออะไร ซึ่งเรื่องนี้เตือนให้ทั่วโลกต้องตระหนักว่าการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินไม่อาจปล่อยให้หละหลวมได้ 
 
                       ขณะนี้จีนได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่ไปยังมาเลเซียวันนี้ ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่างประเทศความมั่นคงสาธารณะ และการคมนาคม เพื่อไปร่วมตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและช่วยเหลือครอบครัวผู้โดยสารชาวจีนที่อยู่ในมาเลเซีย โดยเที่ยวบิน MH370 มีผู้โดยสารชาวจีนมากที่กว่า 150 คน

 

 
'มาเลเซีย' พุ่งเป้าสอบประเด็นเครื่องบินแตกออกกลางอากาศ
 
 
                       แหล่งข่าวระดับสูงของมาเลเซีย เปิดเผยว่า การสอบสวนหาสาเหตุการหายไปของเครื่องบินโดยสารสายการบินมาเลเซีย ตีวงแคบลง และปัจจุบันกำลังให้ความสนใจกับเรื่องการที่เครื่องอาจจะแตกออกกลางอากาศ
 
                       แหล่งข่าวบอกว่า จากการที่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการค้นพบซากเครื่องบินใดๆ ชี้ว่าเครื่องบินอาจจะแตกออกที่ความสูงราว 3 หมื่น 5 พันฟุต เพราะหากว่าเครื่องบินตกลงมาทั้งลำ เครื่องจะแตกออกเมื่อกระทบกับผิวน้ำเท่านั้น ซึ่งจะมีผลทำให้เศษซากไม่กระจัดกระจายเป็นวงกว้างมากนัก และมีโอกาสสูงที่จะพบจุดตกของเครื่องได้ง่ายขึ้น
 
                       เมื่อถูกสอบถามถึงความเป็นไปได้ที่เครื่องบินอาจจะเจอกับพิษของระเบิด แหล่งข่าวบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีประเด็นปัญหาเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ชี้ว่า สาเหตุทางเครื่องยนต์กลไก ก็อาจทำให้เครื่องแตกออกได้เช่นกัน
 
                       ในส่วนของทางโบอิ้ง ซึ่งเป็นผู้สร้างเครื่องบินลำนี้ ก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยเพียงแค่ย้ำเหมือนเดิมว่ากำลังติดตามสถานการณ์อยู่
 
                       แหล่งข่าวบอกว่า กรณีที่ใกล้เคียงกับกรณีการแตกออกของเครื่องบินกลางอากาศมากที่สุดเห็นจะเป็นกรณีเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดีย เมื่อปี 2528 และเครื่องบินสายการบินแพนแอม ที่ตกในสก็อตแลนด์เมื่อปี 2531 โดยทั้งสองระเบิดกลางอากาศที่ความสูงราว 3 หมื่น 1 พันฟุต เครื่องแพนแอมนั้นเป็นการลอบวางระเบิด ส่วนเครื่องแอร์อินเดียเชื่อว่าเป็นการลอบวางระเบิด 
 
 
 
 
'นานาชาติ' ส่งทีมค้นหาเพิ่ม
 
 
                       ทีมค้นหากู้ภัยจาก 9 ชาติรวมถึงมาเลเซีย ขยายพื้นที่ค้นหาเครื่องบินของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยแบ่งโซนการค้นหา แต่ยังไร้วี่แวว-พบร่องรอยหลักฐานใดๆ
 
                       เช้าวันนี้กองทัพอากาศเวียดนามส่งครื่องบินอีก 8 ลำไปสมทบทีมค้นหาในบริเวณใกล้เกาะ โถเจา ทางตอนใต้สุดของเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่เครื่องบินติดต่อกับหอบังคับการบินก่อนขาดการติดต่อไปเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ 
 
                       และจนถึงเที่ยงวันนี้ตามเวลาไทย ทีมค้นหาของเวียดนามยังไม่พบร่องรอยใดๆ ของเที่ยวบิน MH370 พันเอก ฟาม เจือง ซัน รองผู้บัญชาการทหารอากาศของกองทัพภาคใต้เวียดนาม บอกว่า เจ้าหน้าที่ขอเลี่ยงการสรุปใดๆ จากการพบเศษชิ้นส่วนต้องสงสัย เพื่อไม่ให้เกิดการสับสนทางข้อมูลที่อาจกระทบต่อการค้นหาในพื้นที่อื่นๆ 
 
                       มีรายงานว่าทีมค้นหาของเวียดนามจะขยายการค้นมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจากจุดที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าเป็นจุดที่เครื่องบินตก ส่วนมาเลเซียจะค้นหาทางตอนใต้ของนครโฮจิมินห์ และสิงคโปร์จะค้นหาในบริเวณน่านน้ำระหว่างเวียดนามและมาเลเซีย 
 
                       ขณะที่ออสเตรเลียได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลลำที่สองออกจากเมืองดาร์วินไปยังมาเลเซียวันนี้ หลังจากลำแรกเดินทางไปถึงตั้งแต่วันอาทิตย์ และนายกรัฐมนตรีโทนี แอบบ็อต ร่วมแสดงความห่วงใยต่อชะตากรรมของผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบิน ขณะที่มีรายงานว่า หนึ่งในผู้โดยสารบนเที่ยวบินนี้เป็นชาวนิวซีแลนด์ วัย 39 ปี ที่เพิ่งย้ายจากเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ มาอยู่ที่เมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย หลังแผ่นดินไหวในไครสต์เชิร์ช เมื่อปี 2554 และเขาขึ้นเที่ยวบิน MH370 ไปปักกิ่งเพื่อจะต่อเครื่องบินไปมองโกเลีย 
 
                       ส่วนเรือรบเหมียนยางของจีนเดินทางถึงน่านน้ำจุดที่เชื่อว่าเครื่องบินของมาเลเซียหายไปแล้วช่วงเช้ามืดวันนี้ และได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อวันอาทิตย์ นายหวัง ยี่ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเรียกร้องให้มาเลเซียอย่าหยุดการค้นหาตราบใดที่ยังมีความหวัง และขอให้แจ้งรายละเอียดของความคืบหน้าด้วยความรวดเร็ว
 
                       และวันนี้นายฉิน กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ย้ำให้มาเลเซียเพิ่มความพยายามในการค้นหา แม้เชื่อว่าได้พยายามอย่างที่สุดแล้วก็ตาม โดยขอให้เข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของครอบครัวผู้โดยสารที่มีรายงานว่าเริ่มโกรธเคืองต่อการที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ
 
 
ผบ.ตร.ไทยปัดแหล่งก่อการร้าย-พาสปอร์ตปลอม

                      พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ประชุมหน่วยเกี่ยวข้องความมั่นคงกรณีเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์สูญหาย โดยมีนายลุยจิ มาราลดี ชาวอิตาเลียน เจ้าของพาสปอร์ตที่สูญหายและถูกใช้ปลอมแปลงขึ้นเครื่องบินร่วมคอนเฟอเรนซ์ด้วย โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบเจ้าของพาสปอร์ตทั้ง 2 ฉบับ พบว่าสูญหายในประเทศไทยจริง มีการแจ้งหายไว้ โดยทั้งชาวอิตาเลียน และออสเตรีย กรณีนายลุยจิ เข้าออกประเทศไทย 5 ครั้งแล้ว ส่วนพาสปอร์ตที่หายจากการนำไปเช่ารถจักรยานยนต์ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2556 ส่วนกรณีนายคริสเตียน โคเซล ชาวออสเตรีย เข้าไทยในปี 2555 พาสปอร์ตหายที่โรงแรม จ.ภูเก็ต แต่หนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่มหลังจากแจ้งหาย ไม่พบว่ามีการถูกใช้เดินทางออกนอกประเทศแต่ประการใด เป็นไปได้ว่า เมื่อถูกขโมยไปอาจส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์หรือนำติดตัวออกไปโดยไม่ผ่านระบบตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ซึ่งในแต่ละปีมีพาสปอร์ตหายในประเทศไทยเป็นพันๆ เล่ม
    
 
                      ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า สตม.ได้รายงานว่ามีการแจ้งพาสปอร์ต 2 เล่มหายในประเทศไทยจริง โดยจะประสานกับประเทศมาเลเซียเพื่อพิสูจน์ทราบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจไทยเมื่อมีการแจ้งหายก็ได้ลงในระบบฐานข้อมูล ยกเลิกพาสปอร์ตเรียบร้อย เพียงแต่ระบบยังไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศอาเซียน ทั้งนี้ มาเลเซียได้ประสานทั้งสันติบาล สตม.ไทย เกี่ยวกับข้อมูลเรื่องพาสปอร์ต และการสืบสวนในประเด็นก่อการร้ายที่อาจเชื่อมโยง โดยมีการขอข้อมูลระหว่างกัน ยืนยันประเทศไทยไม่ได้เป็นฐานก่อการร้าย รวมทั้งไม่ได้เป็นฐานในการปลอมแปลงพาสปอร์ต ส่วนที่ข่าวว่ามีการซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยเงินไทยผ่านเอเย่นต์ที่พัทยา กำลังให้ตำรวจภูธรภาค 2 เข้าไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเป็นการก่อการร้าย แต่เป็นลักษณะการใช้ไทยเป็นทางผ่าน เดินทางผ่านไปยังประเทศที่สาม เป็นคนทางจีน เรื่องนี้พาสปอร์ตถูกขโมยในไทย ไม่ได้ปลอม จากนั้นเอาไปใช้ในประเทศอื่น