
เกมล้มยิ่งลักษณ์...แบบสุดซอย!
เกมล้มยิ่งลักษณ์...แบบสุดซอย! : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์สำนักข่าวเนชั่นรายงาน
รุกไปอีกขั้นสำหรับ "เกมชิงอำนาจ" ที่จะทำให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" พ้นจากตำแหน่ง (ผู้ปฏิบัติหน้าที่) นายกรัฐมนตรี ด้วยการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของยิ่งลักษณ์
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กลุ่ม กปปส.ส่งทนายไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยการสิ้นสุดสถานภาพของรัฐบาลรักษาการของยิ่งลักษณ์ เนื่องจากไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้หลังจากผ่านการเลือกตั้ง 30 วันตามรัฐธรรมนูญมาตรา 127 และไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 172
และในวันนี้ (10 มี.ค.) ส.ว.สรรหานำโดย "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ส.ว.ที่ขึ้นเวที กปปส.อยู่เป็นระยะ จะยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของ "ยิ่งลักษณ์" อีกคดี สืบเนื่องจากการพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณี "ถวิล เปลี่ยนศรี" เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ศาลสั่งว่า การย้ายนายถวิลจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นไปโดยมิชอบและสั่งให้คืนตำแหน่งภายใน 45 วัน
นายไพบูลย์ มองว่า กรณีดังกล่าวจะทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เพราะเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ 268 ประกอบมาตรา 266 อย่างชัดเจน คือ การเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง จึงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ฝ่ายเพื่อไทยยอมรับว่า “กังวล” กับเกมนี้ เพราะจะทำให้เกิดภาวะ "สุญญากาศ" ทางการเมืองได้
"หากเป็นเกมเดิม อย่างมากที่จะเจอ คือ ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ชี้มูลว่านายกฯ ผิดในคดีโครงการรับจำนำข้าว นายกฯ ก็แค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ รองนายกฯ คนใดคนหนึ่งก็สามารถมาปฏิบัติหน้าที่แทนได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้คุณยิ่งลักษณ์พ้นจากตำแหน่งนายกฯ เลย อาจทำให้ ครม.ทั้งคณะต้องพ้นไปด้วย ก็จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ตามที่ กปปส.ต้องการ" แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยประเมิน
ย้อนไปดูคดีความต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าเป็นจริงดังที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยประเมิน นั่นคือ ไม่มีคดีใดที่จะทำให้เกิดภาวะ “สุญญากาศ” ทางการเมืองได้
คดีหนักสุดที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์เจออยู่เวลานี้ คือ “คดีจำนำข้าว” แต่ผลก็จะเป็นแค่ "หยุดปฏิบัติหน้าที่" ไม่ใช่พ้นจากตำแหน่ง หากมีการดำเนินคดีอาญาขั้นตอนก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร หรือในส่วนการถอดถอน นอกจากจะนานแล้ว โอกาสที่จะสำเร็จก็เป็นไปได้ยาก เพราะต้องใช้เสียงถึง 3 ใน 5 ของ ส.ว.ทั้งหมด
ส่วนคดีเลือกตั้ง ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในกรณีปัญหา 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร และล่าสุดที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องของ “อ.กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ ทั้งสองกรณีผลการวินิจฉัยอย่างแรงที่สุดก็คือ ส่งผลให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ ซึ่งเป็นแบบนี้ฝ่ายเพื่อไทยก็ยัง “รับได้” เพราะยังอยู่ใน "เกมเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นเกมที่พรรคเพื่อไทยถนัดและยึดเป็นหลักพิงมาตลอด
สำหรับคดี "ถวิล เปลี่ยนศรี" แม้ศาลปกครองสูงสุดจะบอกว่ารัฐบาลใช้อำนาจไม่ชอบในการย้าย แต่ก็สั่งได้แค่ให้คืนตำแหน่งภายใน 45 วัน ไม่ได้มีบทลงโทษ หากต้องการ "เอาผิดยิ่งลักษณ์" จะต้องไป "ต่อยอด" ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้เอาผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา157 คือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือ ฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่พูดตามตรง นั่นก็ยังไม่เข้าสู้เป้าหมายที่ทาง กปปส.วางไว้คือ “สุญญากาศ” ทางการเมือง
วันนี้ ส.ว.ไพบูลย์ จึงจะไปยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการอีกทางที่จะเห็นผลเร็วกว่า คือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "สถานภาพของนายกฯ ยิ่งลักษณ์" หลังจากศาลปกครองสูงสุดพิพากษาไปแล้วว่า "กระทำมิชอบ"
เท่ากับว่า จากนี้ไปคดีที่จะนำไปสู่ “สุญญากาศ” ทางการเมืองหรือไม่ จะมี 2 คดี คือ คดีของ กปปส.เอง ที่ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลหลังเปิดประชุมสภาไม่ได้ภายใน 30 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด และคดีที่ ส.ว.ไพบูลย์ กำลังจะร้องจากกรณีย้ายถวิลโดยมิชอบ
ตามเกมของ กปปส.คือ ทำให้เกิดภาวะ "สุญญากาศ" เพื่อเปิดทางให้มี "รัฐบาลใหม่" ที่พวกเขาเรียกว่า “รัฐบาลประชาชน” หรือ “รัฐบาลคนกลาง” เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราว เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศ
ประธานวุฒิสภาจะเป็น "คีย์แมน" คนสำคัญ เพราะตามแนวทางที่ กปปส.วางไว้คือ จะให้ประธานวุฒิสภาเป็นคนนำชื่อนายกฯ คนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดยอาศัยช่องทางตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ
ที่ผ่านมามีความพยายามที่จะให้ “นิคม ไวยรัชพานิช” ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบันพ้นตำแหน่งไป เพื่อให้ “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ที่ กปปส.วางใจ มาทำหน้าที่แทน เช่น มีการยื่นเรื่องถอดถอน นายนิคม ไปพร้อมกับ “นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ข้อหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีกระบวนการที่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องก็ยังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. การทำให้นายนิคมต้องพ้นจากตำแหน่งจึงยังไม่สำเร็จ
มิหนำซ้ำ แม้ว่านายนิคมจะเป็น ส.ว.เลือกตั้ง (จ.ฉะเชิงเทรา) ที่หมดวาระไปเมื่อ 2 มีนาคม และกำลังจะมีการเลือกตั้ง ส.ว.ชุดใหม่เข้ามาในวันที่ 30 มีนาคมนี้ แต่แม้จะได้ ส.ว.ชุดใหม่เข้ามาแล้ว รัฐธรรมนูญกำหนดว่าเฉพาะประธานและรองประธานวุฒิสภายังต้องอยู่ในตำแหน่งต่อจนถึงวันก่อนได้ประธานวุฒิสภาคนใหม่ เรียกว่าไม่มีช่องว่างให้แทรกได้
ล่าสุดจึงมีการมองข้ามช็อตไปถึง "ประธานวุฒิสภาคนใหม่" ซึ่งแน่นอนคนที่จะได้เป็นประธานคนใหม่ต้องได้รับการคัดเลือกมาจากเสียงส่วนใหญ่ที่ประกอบด้วย ส.ว.สรรหาชุดเดิม และ ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่
ในส่วน ส.ว.สรรหาชุดเดิมนั้น ชัดเจนว่าส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล แต่ถ้าจะสนับสนุนใครเป็นประธานวุฒิสภา ลำพังเสียง ส.ว.สรรหายังไม่พอ จะต้องใช้เสียงอีกส่วนจาก ส.ว.เลือกตั้งด้วย
สำรวจรายชื่อผู้สมัคร ส.ว.ที่ปรากฏออกมา ต้องยอมรับว่าฝ่ายการเมืองทั้ง 2 ขั้ว ต่างก็ส่งคนของตัวเองลงสนาม ทั้งญาติพี่น้อง หัวคะแนน และคนใกล้ชิด เพราะรู้ดีว่าวุฒิสภาชุดใหม่นี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “เกมชิงอำนาจ” ในขณะนี้ ทั้งเรื่องการถอดถอนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในโครงการรับจำนำข้าว และ 308 ส.ส.-ส.ว. จากกรณีแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ที่กำลังลุ้นกันอยู่ว่าจะเดินทางถึงขั้นตอนนี้หรือไม่
และที่สำคัญที่สุด คือ หากเกิดภาวะสุญญากาศจะมีการผลักดันให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่นำชื่อ “นายกฯ คนใหม่” ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย
ฝ่าย กปปส.ที่ชุมนุมกดดันรัฐบาลมา 4 เดือนกว่า แต่ยังไม่สามารถ “ปิดเกม” ได้ เชื่อกันว่าตอนนี้ใกล้เวลาปิดเกมเข้ามาแล้ว
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงมุมมองของฝ่าย กปปส.ที่เชื่อว่า “องค์กรอิสระ” และการปฏิบัติหน้าที่ “เชิงรุก” ของ “กองทัพ” จะทำให้สามารถปิดเกมได้ตามที่ต้องการ
แต่หากมองในมุมของฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล แกนนำเสื้อแดง บอกว่า “วันที่รัฐบาลเพื่อไทยพ้นจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่ว่าจะด้วยการรัฐประหารโดยกองทัพ หรือ ต้องพ้นไปเพราะองค์กรอิสระ วันนั้นจะเป็นวันเริ่มต้นที่คนเสื้อแดงจะปฏิบัติการเต็มรูปแบบ อาจไม่ถึงขั้นสงครามกลางเมืองที่มวลชนมาปะทะกัน แต่เหตุความรุนแรงจะเกิดขึ้นไม่หยุด” เป็นข้อความหนึ่งจากกลุ่มเสื้อแดง นอกเหนือจากก่อนหน้านี้ที่เสนอให้รัฐบาลตั้ง “รัฐบาลพลัดถิ่น” ในภาคเหนือ หรือภาคอีสาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของเพื่อไทย และตอนหลังบานปลายไปเป็นประเด็น “แยกประเทศ”
แต่ปฏิบัติการของคนเสื้อแดง คงทำได้ไม่สะดวกนัก เพราะตามเกม ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ “กองทัพ” ทำหน้าที่เป็น “ปราการ” ป้องกันการรุกเข้ามาของคนเสื้อแดงไปแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นเกมล้มยิ่งลักษณ์ “แบบสุดซอย” แต่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะมี “หักมุม” ตอนจบ ต้องจับตา!!
....................................
(หมายเหตุ : เกมล้มยิ่งลักษณ์...แบบสุดซอย! : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์สำนักข่าวเนชั่นรายงาน)



