ข่าว

ซีพีผนึกบาห์เรนมองหาลู่ทางลงทุนตั้งบริษัทผลิตอาหารฮาลาล-แจงทำนาอาชีพของคนไทย

ซีพีผนึกบาห์เรนมองหาลู่ทางลงทุนตั้งบริษัทผลิตอาหารฮาลาล-แจงทำนาอาชีพของคนไทย

23 มิ.ย. 2552

ซีพีเซ็นเอ็มโอยูร่วมกับธนาคารอัล ซาลาม แห่งบาห์เรน มุ่งศึกษาความเป็นไปได้การลงทุนธุรกิจด้านธุรกิจเกษตร หวังนำไปสู่การตั้งบริษัทผลิตอาหารฮาลาลร่วมกัน เจาะกลุ่มเป้าหมายในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจงทำไร่ทำนาเป็นอาชีพสงว

 นายเอี่ยม งามดำรงค์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพีได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เป็นพันธมิตรในการลงทุนในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารร่วมกับธนาคารอัล ซาลาม แห่งบาห์เรน ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์เอกชนที่มีชื่อเสียงในประเทศบาห์เรน นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของธนาคารอัล ซาลาม ในการเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวตามนโยบายการขยายธุรกิจของธนาคาร ในส่วนซีพีถือเป็นการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์พันธมิตรเพื่อเป็นการขยายตลาดของซีพีไปสู่กลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ หรือกลุ่มประเทศ MENA

 ทั้งนี้ซีพีและธนาคารอัล ซาลาม จะร่วมมือกันพัฒนาธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร โดยทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันที่จะศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนซึ่งประกอบไปด้วย ธุรกิจสัตว์บก สัตว์น้ำ และพืชผักผลไม้ ซึ่งการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนนี้จะครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การเงิน การตลาด และการดำเนินงาน เพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในกลุ่มประเทศ MENA

 มร.ยูซิฟ อับดุลลา ทากิ ประธานคณะผู้บริหารธนาคารอัล ซาลาม กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจครั้งนี้เป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่จะลงทุนในธุรกิจที่โดดเด่นและมีอนาคตที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่นักลงทุน และจะมีส่วนในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาค ซึ่งบาห์เรนจะเป็นศูนย์กลางผลิตอาหาร โดยมีกลุ่มประเทศ MENA เป็นเป้าหมายที่สำคัญทางการตลาด ทั้งนี้โครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างงานสำหรับชาวบาห์เรนด้วย

 บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะนำไปสู่การจัดตั้งบริษัทผลิตอาหารฮาลาล โดยซีพีรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการในฐานะที่เป็นมืออาชีพในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร

 ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประสงค์จะเข้ามาดำเนินธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และทำนาปลูกข้าวในประเทศไทยนั้น

 นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กระแสข่าวที่ว่ากลุ่มนักธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอีกหลายประเทศจะเข้ามาดำเนินธุรกิจการเกษตร เพื่อนำพืชผลทางการเกษตรส่งกลับไปประเทศของตนเองนั้น ในหลักการแล้วไม่น่าเป็นไปได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าการทำไร่ทำนาเป็นอาชีพสงวนของคนไทย แต่ในทางธุรกิจหากต่างชาติจะเข้ามาดำเนินธุรกิจและอยู่ภายใต้กฎหมายก็ถือว่าไม่ผิดอะไร หากดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของกฎหมายหรือถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 49 ตามที่กฎหมายกำหนด