
'ภูเก็ต'หนังสือเดินทางปลอมถึง'เที่ยวบินMH370'
'ภูเก็ต'หนังสือเดินทางปลอมถึง'เที่ยวบินMH370'
"ภูเก็ต"ถูกดึงไปอยู่ในข่าวที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจที่สุดในยามนี้ เมื่อการสอบสวนการสูญหายอย่างน่าพิศวงของเครื่องบินโดยสารมาเลเซียแอร์ไลนส์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน พุ่งมาที่การเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยไปจากเกาะท่องเที่ยวเลื่องชื่อทาง ภาภาคใต้ ที่มีรายงานหนังสือเดินทางหายหลายร้อยเล่มในแต่ละปี
นายลุยจิ มาราลดี ชาวอิตาลี วัย 37 ปี กับนายคริสเตียน โคเซล ชาวออสเตรีย วัย 30 ปี ถูกขโมยหนังสือเดินทางหรือทำหายในภูเก็ต
สายการบิน ไชนา เซาเทิร์น แอร์ไลน์ ซึ่งได้แชร์เที่ยวบินร่วมกับมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ขายตั๋ว 7 ใบให้กับเที่ยวบิน 370 รวมทั้งคนที่มีชื่อว่า มาราลดี และโคเซล เวบไซต์สื่อในภูเก็ต
phuketwan.com ที่ได้พูดคุยกับนายมาราลดี ระบุว่า หนังสือเดินทางของมาราลดีหายเมื่อมาเที่ยวภูเก็ตปีที่แล้ว โดย เขาบอกว่า สูญหนังสือเดินทางให้กับร้านเช่ารถจักรยานยนต์แถวป่าตองจากความผิดพลาดบางอย่าง จากนั้นไปแจ้งความเมื่อ 25 กรกฎาคม ก่อนเดินทางกลับอิตาลีได้โดยใช้เอกสารเดินทางชั่วคราวเมื่อ 3 สิงหาคม และเพิ่งกลับมาภูเก็ตอีกครั้งเมื่อ 1 มีนาคม เตรียมเดินทางออกในวันที่ 15 มีนาคม เมื่อรู้ข่าว จึงรีบโทรศัพทบอกบิดานายวอลเทอร์ ในเมืองเซเซนา ประเทศอิตาลีว่ายังสบายดีอยู่ในประเทศไทย
พ่อของเขากล่าวว่า โชคดีที่ครอบครัวไม่ได้เห็นข่าวก่อนนี้ มาราลดี กล่าวว่า ไม่มีข้อมูลอะไรให้เพิ่มเติมมากนัก เพราะเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดา มาแล้วก็ไป ส่วนนายคริสเตียน โคเซล วัย 30 ปี รู้ว่าตนเองอยู่ในรายชื่อ เมื่อตำรวจนอกเครื่องแบบมาปรากฎตัวที่บ้านของเขา ในเมืองซาลส์บวร์ก
นายโคเซล ถูกขโมยหนังสือเดินทางในพื้นที่เดียวกันของภูเก็ต เมื่อ 18 เดือนก่อนหน้านั้น แต่ไม่มีรายละเอียดมากนักในส่วนนี้ บทความของผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บนเวบไซต์ซิดนีย์ มอร์นิงเฮรัลด์ ก็ให้ความสนใจกับประเด็นนี้ว่า กรณีเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ ทำให้ภูเก็ตกลับมาเป็นจุดสนใจในฐานะแหล่งขาย-ขโมยหนังสือเดินทาง และว่าสถานกงสุลหลายประเทศ พบปัญหานักท่องเที่ยวแจ้งหนังสือเดินทางหายบ่อยครั้ง
รายงานอ้างความเห็นนายลาร์รี คันนิงแฮม อดีตกงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรเลีย ที่เกษียณจากการประจำในภูเก็ตเมื่อกันยายนปีที่แล้วว่า เหตุขโมยหนังสือเดินทางเกิดขึ้นเป็นประจำ นอกจากนี้ ครั้งหนึ่งตนเคยได้รับการบอกกล่าวในที่ประชุมในกรุงฮานอยว่า เมื่อใดที่มีขโมยงัดห้องในรีสอร์ท พวกเขามักจะขโมยหนังสือเดินทางก่อนเป็นอย่างแรก เพราะนำไปขายในตลาดมืดได้
ตามรายงานของ phuketwan.com ระบุว่า นักการทูตจากยุโรปและออสเตรเลีย ร้องเรียนบ่อยครั้งต่อทางการภูเก็ตว่า หนังสือเดินทางเป็นเอกสารความปลอดภัยสำคัญ ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันสำหรับเช่ารถหรือรถจักรยานยนต์ การขโมยและปลอมหนังสือเดินทาง เป็นที่ต้องการในระดับนานาชาติด้วยหลายเหตุผล ชาย 6 คนจากซีเรีย ถูกควบคุมตัวที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตมานานเกือบสองเดือน หลังจากถูกจับกุมในกรุงปักกิ่ง ฐานถือหนังสือเดินทางกรีซปลอม
ทั้งหกคนซึ่งเป็นชาวซีเรีย 4 คนกับเลบานอน 2 คน มุ่งหวังหนีสงครามกลางเมือง หาที่พักพิงในกรุงสต็อกโฮล์มประเทศสวีเดน แต่ถูกจับได้ขณะตรวจเอกสารแวะเปลี่ยนเครื่องในกรุงปักกิ่ง และทั้ง 6 ถูกส่งตัวกลับมาภูเก็ตที่ถือเป็นจุดที่ออกเดินทางโดยไม่มีหนังสือเดินทางที่ถูกต้อง และถูกควบคุมตัวไว้ระหว่างรอเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) หาประเทศอื่นรับไป
หนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาวัย 20 ปี ที่กล่าวว่า เลือกหนีไปสต็อกโฮล์มผ่านทางภูเก็ตและปักกิ่ง เพราะเป็นเส้นทางที่คนก่อนหน้าทำสำเร็จ ส่วนผู้โดยสารสองคนที่ขึ้นเครื่องบิน MH370 โดยใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมาในชื่อของ มาราลดีและโคเซล อ้างอิงจากระบบยืนยันตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ Travelsky ของจีน พบว่าทั้งสองซื้อตั๋วพร้อมกันด้วยเงินบาทไทย จากสายการบินไชนา เซาท์เธิร์น โดยมีเลขที่นั่งติดกัน และมีกำหนดที่จะขึ้นเครื่องบินลำเดียวกันจากกรุงปักกิ่ง ต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ยุโรป ตั๋วสองใบ เริ่มจากกัวลาลัมเปอร์ ไปกรุงปักกิ่ง ก่อนต่อไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ตั๋วในนามคนอิตาลีจะไปต่อที่กรุงโคเปนฮาเกน ประเทศเดนมาร์ค ส่วนอีกใบในนามชาวออสเตรีย มุ่งหน้าไปยังนครฟรังเฟิร์ต
แต่ที่ยังไม่ชัดคือเหตุใดพวกเขาจึงสามารถใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมา ขอวีซ่าเดินทางไปจีนหรือผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองในมาเลเซียได้
.......................................
(หมายเหตุ : http://phuketwan.com/tourism/identity-theft-tourist-tells-passport-given-italian-man-phuket-19870)



