
หอการค้าเทศจี้เปิดเสรีภาคบริการกล่อมนายกฯ กลาง ก.ค.นี้-มองช่วยดึงทุนนอกเข้าไทย
หอการค้าต่างประเทศในไทยหารือบีโอไอ จี้รัฐบาลเปิดเสรีภาคบริการมากขึ้น เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรีกลางเดือนกรกฎาคมนี้ กล่อมแนวคิดเปิดเสรีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจรอบใหม่ ชี้บางธุรกิจถ้าปกป้องไว้ไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และหอการค้าต่างประเทศในไทย ว่าหอการค้าต่างประเทศในไทยได้แจ้งปัญหาและอุปสรรคการลงทุนในไทย ซึ่งบีโอไอได้ชี้แจงถึงศูนย์ประสานการบริการนักลงทุน (วันสตาร์ท วันสต็อป เซอร์วิส) เพื่อประสานงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้การอนุญาตลงทุนขนาดกลางลงมา จะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างร้ายแรง สามารถขออนุญาตทุกอย่างเสร็จใน 60 วัน
นายนานเดอร์ จี ฟอน เดอ ลู ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย กล่าวว่า หอการค้าต่างประเทศในไทยต้องการให้รัฐบาลเปิดเสรีภาคบริการเพิ่มขึ้น ในการขออนุญาตทำธุรกิจของคนต่างด้าวตามบัญชีแนบท้าย 2-3 ของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ส่วนใหญ่จะได้รับการอนุญาต เมื่อมีการอนุญาตอยู่แล้วก็ควรเปิดเสรีภาคบริการเลย หากเปิดเสรีบริการจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยจะเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลางเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่ออธิบายแนวคิดเกี่ยวกับการเปิดเสรีบริการ
"ขณะนี้ทั่วโลกดึงการลงทุนจากต่างประเทศได้น้อย จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะใน (21) ของบัญชีแนบท้าย 3 ที่ระบุว่าเป็นธุรกิจอื่นๆ ควรจะถอนส่วนนี้ออกไป เนื่องจากเป็นวรรคที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ซึ่ง (1) ถึง (20) ระบุอาชีพที่คนไทยสงวนไว้อยู่แล้วก็ควรจะยกเลิก (21) ออก หากยกเลิกจะทำให้เกิดการลงทุน" ประธานหอการค้าต่างประเทศในไทย กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลอาจจะศึกษาธุรกิจที่สามารถเปิดเสรีได้ทันที ส่วนธุรกิจที่ไม่สามารถเปิดได้ ควรกำหนดระยะเวลาว่าจะเปิดเสรีได้เมื่อใด การมีบัญชีแนบท้าย 3 เป็นการจำกัดการลงทุน บางธุรกิจของไทยมีความเข้มแข็งขึ้นแล้ว เช่น โฆษณา แต่ถ้ายังปกป้องไว้ทุกธุรกิจจะไม่ส่งผลดีต่อประเทศ ขณะที่ปัจจุบันไทยมีปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจและดึงการลงทุนจากต่างประเทศ มีธุรกิจบริการหลายชนิดที่ต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุน เช่น ธนาคาร
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะทบทวนบัญชีแนบท้ายทุกปี คาดว่าการทบทวนจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเสนอคณะกรรมการธุรกิจของคนต่างด้าวพิจารณาก่อนเสนอ ครม.อนุมัติอีกครั้ง จึงต้องรอบัญชีแนบท้ายที่ปรับปรุงอีกครั้ง อาจจะผ่อนผันต่างชาติลงทุนได้เสรีมากขึ้น



