ข่าว

ส่งกำลังใจให้ผู้หญิงทำงาน

ส่งกำลังใจให้ผู้หญิงทำงาน

10 มี.ค. 2557

ส่งกำลังใจให้ผู้หญิงทำงาน : ไลฟ์สไตล์

 
 
 
          การยกย่องสตรีที่ความสามารถ นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นกำลังใจอย่างดีแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้ในบทบาทของผู้หญิงในด้านต่างๆ ให้สังคมได้รับทราบอีกด้วย ดังนั้น สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ จึงร่วมกับองค์การต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดทำโครงการคัดเลือก "ผู้หญิงเก่ง" 10 สาขาอาชีพ รวมถึงโครงการคัดเลือก "องค์กรท้องถิ่นดีเด่น" ได้แก่ องค์การบริการส่วนตำบล และ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองฯ โดยถือโอกาสในช่วงสัปดาห์สตรีสากล เดือนมีนาคมของทุกปีจัดงานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์ ประธานกรรมการที่ปรึกษาสถาบันวิจัยฯ เป็นผู้มอบโล่เกียรติคุณ ที่ห้องประชุมบำรุง-รวีวรรณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ 
 
          อรุณี ศิริวัฒน์ ผอ.สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เผยถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้หญิงเก่งจาก 10 อาชีพ ได้แก่ เกษตรกร สิ่งแวดล้อม นักพัฒนา นักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ ผู้ริเริ่มธุรกิจ นักบริหาร สื่อมวลชน เยาวสตรี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล  ต้องเป็นผู้มีความสามารถ ประวัติการทำงานโดดเด่น ทั้งยังนำความสามารถนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมโดยรวม 
 
          "สำหรับในปีนี้มี 2 สาขาอาชีพที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ คือ นักการเมืองระดับชาติ และ สื่อมวลชน โดยสาขาเกษตรกร เป็นของ ณธรา แย้มพิกุล ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี สาขาสิ่งแวดล้อม วริศราลี แก้วปลั่ง สาขานักพัฒนา พรทิพย์ ตั้งกีรติ สาขาผู้ริเริ่มธุรกิจ อภิญญา กลมเกลียว สาขานักการเมืองท้องถิ่น สุวรรณ คูประทุมศิริ สาขานักบริหาร ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด สาขาสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล  นวลจันทร์ สีคะสอน ขณะที่องค์กรซึ่งผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลส้าน จ.น่าน และ กองทุนหมู่บ้านนามะเขือ หมู่ 1 จ.กาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังมอบโล่ "ผู้หญิงแห่งปี 2557" ให้แก่ รอง ศ.ดร.สายสุรี จุติกุล และ "ผู้ชายแห่งปี 2557" พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อีกด้วย" ผอ.สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
 
          เจ้าของโล่สาขาสิ่งแวดล้อม วริศราลี แก้วปลั่ง อดีตนายกสมาคมพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชนและศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ เปิดใจว่า ถึงรางวัลจะไม่ใช้เป้าหมายในการทำงานของเธอแต่ก็รู้สึกยินดีและขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน เพราะเป็นเหมือนกำลังใจให้มีแรงสู้ต่อไปโดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสุรินทร์
 
          "หลักในการทำงานของตัวเอง คิดอย่างเดียวคือเพื่อความเป็นอยู่ของชาวสุรินทร์ ส่วนเหตุที่ต้องทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเพราะได้เห็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดไม้ทำลายป่ากันมาก การรุกล้ำพื้นที่ของลำห้วยเสนง รวมถึงปัญหาจากการใช้สารเคมีในพื้นที่การเกษตรแล้วปล่อยให้สารพิษต่างๆ ไหลลงสู่แหล่งน้ำสุดท้ายชาวบ้านเจ็บป่วยล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนวิธีการทำงานเน้นให้ความรู้แก่ชาวบ้าน รวมถึงการปลูกฝังให้แก่เยาวชนในเรื่องความสำคัญของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็พยายามชักชวนผู้ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาให้เข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียจริงๆ" วริศราลี 
 
          ด้านหญิงแกร่งแห่งอ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ณธรา แย้มพิกุล เล่าว่า มีวันนี้ได้เพราะหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอแค่ทุกคนมีความพอเพียงเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตก็มีความสุขได้แล้ว 
 
          "หลังจากประสบปัญหาจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวโดยใช้สารเคมีจนมีหนี้เต็มตัว ตัวเองและสามีก็กลับมาคิดใหม่โดยมีหน่วยงานต่างๆ คอยให้คำแนะนำตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะ "ปลูกกินเอง เหลือแจก เหลือขาย" รวมทั้งเรื่องการปลูกพืชแบบผสมผสานไม่ว่าจะเป็นพืชสวนครัว ไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจ การเลี้ยงสัตว์ ทำปุ๋ยไว้ใช้เอง แม้จะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่ทุกวั้นทั้งครอบครัวตัวเองและสมาชิกในชุมชนล้วนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นจริงๆ" ณธรากล่าว