ข่าว

ศึกแย่งน้ำบนแผ่นดินอีสาน

ศึกแย่งน้ำบนแผ่นดินอีสาน

10 มี.ค. 2557

ศึกแย่งน้ำบนแผ่นดินอีสาน มรดกความแห้งแล้ง..จากพ่อสู่ลูก : สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี / สุชาติ สูงเรือง ... รายงาน

 
                          ข่าวใหญ่ในช่วงหน้าแล้งของทุกปีคงหนีไม่พ้นชาวบ้านต้นน้ำและปลายน้ำเปิดศึกแย่งชิงน้ำในการทำนา โดยเฉพาะกรณีเมื่อปี 2540 ที่ชาวบ้านกว่าร้อยคนในหมู่บ้านวังปลาผา หมู่ 10 ชาวบ้านไร่ หมู่ 6 และชาวบ้านหางเรียง ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ถือจอบเสียมเดินตามหาทางน้ำในลำน้ำชีว่าหายไปไหน ทำไมน้ำจึงไม่ไหลมาถึงคนท้ายน้ำเสียที และประกาศจะทุบฝายลำห้วยแล้งที่กั้นลำน้ำชีไว้ระหว่างบ้าน ต.ชีลอง ทิ้งเพื่อให้น้ำไหลผ่าน
 
                          ศึกแย่งชิงน้ำยุติลงชั่วคราวเมื่อมีการตกลงร่วมกันระหว่างตัวแทนอำเภอบ้านเขว้า ชลประทานจังหวัดสมัยนั้นว่าจะปรับปรุงฝายแห่งนี้ให้ใหม่และมีประตูเปิดปิดน้ำและท่อระ บายน้ำ เชื่อมคลองระบายน้ำลงมาให้ แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำเนินการและมีปัญหาเปิดศึกแย่งน้ำกันอย่างนี้ซ้ำซากมาต่อเนื่องทุกปี เวลาผ่านมาจนย่างเข้าสู่ปีที่ 17 ปัญหาแบบเดิมๆ ก็วนเวียนกลับมาตามฤดูกาล เป็นปัญหาภัยแล้งที่เปรียบเสมือนมรดกความยากลำบากที่ตกทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก
 
                          "ท่วม-แล้ง" เป็นความทุกข์ซ้ำซากของชาวนาที่ต้องพบทุกปีแต่ครั้งนี้ความทุกข์ทวีคูณ เมื่อเงินที่เป็นต้นทุนสำคัญในการเพาะปลูกยังกองอยู่ในระบบจำนำข้าว ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการยืมเงินนอกระบบมาใช้เพาะปลูกแล้ว ยังต้องมาลุ้นว่าจะมีน้ำให้ต้นข้าวเติบโตตลอดรอดฝั่งจนเก็บเกี่ยวได้หรือไม่ 
 
                          "ปัญญา ฟอดสูงเนิน" พ่อเฒ่าวัย 60 ปี อยู่หมู่บ้านบ้านไร่ หมู่ 6 ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ มีที่นารวม 13 ไร่ ผลผลิตฤดูกาลที่แล้วมีข้าวไปจำนำรวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท แต่ทั้งหมดตอนนี้ยังเป็นเพียงกระดาษเปล่า ต้นทุนในการทำนาครั้งใหม่ประมาณ 1 แสนบาท จึงต้องไปหยิบยืมและกู้เงินนอกระบบมา แต่ก็เริ่มเกิดปัญหาน้ำจากลำน้ำชีที่เคยไหลผ่าน น้ำก็มาไม่ถึงอีก หากฝนไม่ตกลงมาภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้นาข้าวคงเสียหายหมด
 
                          "ทางออกสุดท้ายคงต้องไปทวงน้ำจากคนต้นน้ำว่าขอให้ปล่อยลงมาให้บ้าง เขาได้ทำนาจะรอบที่ 2 แล้ว ขอปล่อยลงมาให้คนท้ายน้ำทำบ้างเพราะครั้งนี้ชาวลุ่มลำชีไม่เหลือที่พึ่งแล้ว ภาครัฐก็ไม่เคยสนใจมาช่วยเหลือเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้าจำเป็นหากไม่ยอมแบ่งปันกันบ้างอาจต้องทุบฝายทิ้ง ยึดเครื่องสูบน้ำของคนต้นน้ำไว้ก่อน จำนำข้าวก็ไม่ได้เงิน ทำนาก็ไม่มีน้ำ ข้าวตายหมด เป็นหนี้สินกว่า 4 แสนบาท ถ้าไม่สู้ก็อดตาย"  
 
                          ขณะที่ ลุงสวงศ์ ถนอมสัตย์ วัย 60 ปี ชาวนาบ้านหางเรียง ต.ลุ่มลำชี กล่าวว่า ปีนี้คนลุ่มลำชีเสียโอกาสไม่ได้ทำนาแม้แต่ครั้งเดียวหลังปีก่อนเกิดน้ำท่วมหนักและยาวนานนับเดือน จึงหวังที่พอจะทำนาปรังปีนี้บ้าง ชาวบ้านที่นี่กว่า 129 ครอบครัว ที่มีเนื้อที่ทำนากว่า 3,000 ไร่ ก็หวังว่าจะได้ข้าวปีนี้บ้าง แต่ปัญหาคนต้นน้ำก็ไม่ปล่อยน้ำไหลตามลำชีมาให้ถึงอีก จึงขอวิงวอนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเหลือหรือจะปล่อยให้ชาวบ้านหยิบจอบเสียมไปทะเลาะกันเองทุกปีและอาจเกิดเหตุบานปลายได้
 
                          ความแห้งแล้งขาดน้ำในการเพาะปลูกไม่ได้เดือดร้อนเพียงแค่ชาวนา แต่กับชาวสวนก็ลำบากไม่แพ้กัน ดังเช่นในพื้นที่ต.ห้วยไร่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ อยู่ในเขตอ่างเก็บน้ำชลประทาน พื้นที่บริการน้ำของอ่างห้วยสีโท ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาวัดถ้ำแสงเพชร ชาวบ้านบางรายปลูกหอมและผักชีลาว เมื่อฝนไม่ตกลงมาทั้งที่เข้าสู่เดือนสาม บางปีจะมีฝนตกลงมาพอได้ยืดอายุพืชผลเกษตรบ้าง แต่ปีนี้กลับสิ้นหวัง
 
                          ด้านนางบัวกัน ถามะพันธ์ เจ้าของแปลงผักจำพวกหอม ผักบุ้ง ผักชีลาว ขายยึดเป็นอาชีพหลังฤดูกาลทำนาเสร็จแล้ว ทำไร่อยู่ประมาณ 1-2 ไร่ แต่ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ปีไหนฝนดีบ่อน้ำเต็มก็พอปลูกผักได้ แต่ปีนี้ลำบากมากเพราะน้ำฝนน้อย น้ำในบ่อที่กักเก็บไว้แห้งขอดได้แต่แหงนมองฟ้าขอให้ฝนตกลงมาบ้าง
 
                          วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น ครอบครัวได้จ้างช่างมาเจาะบ่อบาดาลลึกประมาณ 50 เมตรจึงได้น้ำใต้ดินพอได้อาศัยน้ำแก้ปัญหาไปได้บ้าง แต่ต้องเสียค่าไฟฟ้ารายเดือนสูงเพราะต้องใช้มอเตอร์ เมื่อไม่มีทางเลือกกลัวผักที่ปลูกตายต้นไม่เจริญงอกงามขายไม่ได้ราคาก็ต้องทนยอม 
 
                          นายวันนา บุญกลม นายกสมาคมผู้ผลิตข้าวปลอดสาร จ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า บ้านหนองตาใกล้ หมู่ 3 และหมู่ 5 ติดกัน เกษตรกรปลูกผักขายปีละหลายสิบตัน ทำกันแทบทุกครัวเรือนทุกปีจะมีรายได้จากการขายผักขายหอมกระเทียมสามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้ ปัจจุบันน้ำขาดแคลน พื้นที่บริเวณนี้ไม่มีลำห้วย อาศัยน้ำจากใต้ดิน ปีไหนน้ำฝนปลายปีสม่ำเสมอน้ำไต้ดินจะมาก ถ้าน้ำฝนน้อยน้ำใต้ดินจะลึก เครื่องสูบน้ำไม่สามารถปั่นขึ้นได้
 
                          ในฐานะกลุ่มเกษตรกรได้ขอรับการช่วยเหลือจากทางอำเภอและจังหวัด การดำเนินการยังไม่คืบหน้า ปีนี้ไปสำรวจรายครัวเรือนแล้วพบว่าเดือดร้อนเรื่องน้ำมากไม่รู้จะช่วยเหลือกันได้อย่างไร ผักบางชนิดทางการมาสนับสนุนเพราะเห็นว่าเป็นพืชฤดูแล้ง แต่เมื่อปลูกแล้วน้ำน้อยตั้งแต่ต้น น้ำมีไม่เพียงพอพืชผักที่ปลูกเริ่มเหี่ยวแห้งตายลงไปจนไม่มีแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์ที่จะปลูกต่อ 
 
                          เมื่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ ต้นน้ำถูกทำลาย วันนี้จึงไม่ใช่แค่ว่าใครต้องการน้ำเท่าใด แต่อยู่ที่ว่าจะเอาน้ำมาจากไหน เมื่อน้ำในธรรมชาติและระบบนิเวศถูกทำลายจนย่อย ยับด้วยน้ำมือของมนุษย์  
 
 
 
----------------------
 
(ศึกแย่งน้ำบนแผ่นดินอีสาน มรดกความแห้งแล้ง..จากพ่อสู่ลูก : สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี / สุชาติ สูงเรือง ... รายงาน)