
ชงครม.เว้นค่าธรรมเนียมอุ้มโรงแรม เอกชนโอดมีผลปีหน้าช้าไป-สทน.กระทุ้งนายกฯลุยเอง
มหาดไทยได้ฤกษ์ชงเว้นค่าธรรมเนียมโรงแรมเข้าครม. ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอกชนโอดมีผลปีหน้าไม่ทันการณ์ แถมเงินกู้จากเอสเอ็มอีแบงก์ยังไม่ได้รับ สทน.กระทุ้ง "อภิสิทธิ์" ลงมากำกับปัญหาภาคท่องเที่ยวด้วยตัวเอง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มเติม กระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มิถุนายนนี้ พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจโรงแรมทุกประเภท พ.ศ... โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะกำหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจโรงแรมทุกประเภทในปี 2553
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การยกเลิกค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรมเข้า ครม.ซึ่งจะมีผลในปีหน้านั้น อาจไม่ทันการณ์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวโรงแรมที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น จากปัจจัยลบหลายด้านตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่วนการขอกู้เงินช่วยเหลือดอกเบี้ยต่ำจากเอสเอ็มอีแบงก์ ซึ่งล่าสุด กระทรวงระบุว่า จากที่มีการยื่นขอไป 700 ราย วงเงิน 1,700 ล้านบาท อนุมัติแล้ว 275 ราย วงเงิน 586 ล้านบาทนั้น ถึงขณะนี้ผู้ประกอบการทั้งโรงแรม ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และภัตตาคาร ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเลย
“ถึงตอนนี้ 4 เดือนแล้วที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ นี่เป็นเงินแค่รายละ 5 ล้านเท่านั้น ยังไม่รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องการเงินกู้เช่นกัน” นายประกิจกล่าว
ด้านนายจุมพล ชฎาวัฒน์ คณะกรรมการ สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว หรือ แอตต้า กล่าวว่า ปัญหาหลักของการออกเงินกู้จากเอสเอ็มอี แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนั้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ประสบปัญหาด้านการเงินตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้ขาดสภาพคล่องมานาน ผิดเงื่อนไขในการกู้เงิน เพราะอาจเป็นหนี้เสียในอนาคต ทำให้ไม่สามารถอนุมัติเงินได้
ขณะที่ น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวของไทยขณะนี้ยังขาดผู้นำที่สำคัญภาคการท่องเที่ยว หรือผู้ว่าการ ททท. ทำให้การขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวทำได้ล่าช้าในภาวะที่มีปัจจัยลบเช่นนี้ จึงต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงมาขับเคลื่อนปัญหาภาคท่องเที่ยวที่เป็นวาระแห่งชาติด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกเรื่องที่ยังติดขัดในภาคท่องเที่ยวเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการสรรหาผู้ว่าการ ททท.ด้วย เพราะจะเป็นประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวมาก
ด้าน น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงได้เดินหน้าดำเนินการสรรหาผู้ว่าการแล้ว ควบคู่กับการรอให้กฤษฎีกาตีความ โดยระบุเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า หากกฤษฎีกาตีความว่า ททท.เป็นองค์กรไม่แสวงหารายได้และใช้การแต่งตั้งผู้ว่าการได้เลย ก็จะต้องมีการยกเลิกกระบวนการสรรหาทั้งหมดไป เพื่อแจ้งให้ผู้สมัครได้ทราบ



