ข่าว

ปชช.แนะหาคนกลางเจรจาขัดแย้งปท.

ปชช.แนะหาคนกลางเจรจาขัดแย้งปท.

09 มี.ค. 2557

"สวนดุสิตโพล"เผยปชช.เกือบ 70 % ชี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องหาคนกลางเปิดเจรจาแก้วิกฤติประเทศ ระบุคุณสมบัติคนกลางจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

 
 
 
 
          วันที่ 9 มี.ค.57  ประชาชนคิดอย่างไร กับ กระแสข่าวหา จากกระแสข่าวที่มีการพูดคุยกันระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ กับ ผบ.เหล่าทัพต่างๆ และมีการเรียกร้อง ให้หาคนกลางที่จะมาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น  เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ที่สนใจติดตามข่าวดังกล่าว  “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  จึงได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,404 คน  ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2557  สรุปผลได้ ดังนี้ 
 
          1. จากกระแสข่าวที่มีการพูดคุยกันระหว่างนายกฯยิ่งลักษณ์ กับ ผบ.เหล่าทัพต่างๆ และมีการเรียกร้องให้หาคนกลางที่จะมาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ยให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร อันดับ 1 เป็นเรื่องที่ดี  การหาคนกลางมาเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  สถานการณ์ต่างๆคงจะดีขึ้น 49.81 % อันดับ 2 อยากให้คนกลางที่จะเข้ามาดำเนินการทำหน้าที่สำเร็จและทุกฝ่ายพอใจ / เต็มใจที่จะทำตาม 27.17 % อันดับ 3 กลัวว่าจะหาคนกลางไม่ได้ หรือถ้ามีคนกลางจริงก็ไม่แน่ใจว่าจะเจรจาได้สำเร็จ 23.02 % 
 
          2.จากสถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนี้ ประชาชนคิดว่าถึงเวลาหรือยัง ที่ควรจะหาคนกลางเข้ามาดำเนินการ อันดับ 1 ถึงเวลาแล้ว 68.06 % เพราะประเทศชาติและประชาชนได้รับผลกระทบมามากพอแล้ว เป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมานาน ไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ทุกคนช่วยกันพัฒนาประเทศ ฯลฯ  อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 24.72 % เพราะควรประเมินสถานการณ์ให้ละเอียดรอบคอบ อาจเป็นเพียงกระแสในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ฯลฯ อันดับ 3 ยังไม่ถึงเวลา 7.22 % เพราะ  อยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย เจรจากันเองมากกว่า การที่จะหาคนกลางเข้ามาทำหน้าที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และคงต้องใช้เวลาในการหาพอสมควร 
  
          3.  “บทบาท หน้าที่” ของผู้ที่จะมาเป็น “คนกลาง” ควรเป็นอย่างไร อันดับ 1 เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เป็นที่รู้จัก ประวัติดี  มีคุณธรรม 44.81 % อันดับ 2 ฉลาด มีไหวพริบ เข้าใจพูด พูดเป็น ไม่บิดเบือนข้อมูล 32.05 % อันดับ 3 ทำหน้าที่ให้เต็มที่ ทำเพื่อส่วนรวม ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ 23.14 % 
 
          4.  ใครหรือหน่วยงานใด ที่ประชาชนเห็นว่าเหมาะสมที่จะเข้ามาเป็น “คนกลาง” ในครั้งนี้ อันดับ 1 กลุ่มองค์กรหรือหน่วยงานที่เป็นอิสระอย่างแท้ริง 41.47 % อันดับ 2 กองทัพ 27.13 % อันดับ 3 ศาลฎีกา 23.64 % อื่นๆเช่น  คณะองคมนตรี  ตัวแทนภาคประชาชน  หน่วยงานเอกชน องค์กรต่างประเทศ ฯลฯ 7.76 %
   
          5.  ถ้ามี “คนกลาง” แล้ว ประชาชนคิดว่าการเมืองท่ามกลางความขัดแย้งที่มีอยู่ ณ วันนี้ จะเป็นอย่างไร อันดับ 1 ขัดแย้งน้อยลง 49.17 % เพราะได้พูดคุยและเข้าใจกันมากขึ้น  รู้ถึงเหตุผล มุมมอง และความต้องการของแต่ละฝ่าย สถานการณ์ต่างๆน่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ฯลฯ  อันดับ 2 ขัดแย้งเหมือนเดิม 41.39 % เพราะการเมืองไทยเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อและสั่งสมมานาน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน มีหลายเรื่องที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ฯลฯ อันดับ 3 ขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น 9.44 %เพราะ   ยังไม่รู้ว่าคนกลางจะเจรจาได้สำเร็จหรือไม่ กลุ่มที่สนับสนุนของแต่ละฝ่ายอาจไม่เห็นด้วยกับการเจรจา ฯลฯ
  
          6. ประชาชนคิดว่าการที่จะตั้ง “คนกลาง” เพื่อทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น น่าจะมี “ปัญหาอุปสรรค” อะไรบ้าง อันดับ 1 หาคนกลางที่เหมาะสมหรือมีคุณสมบัติตามที่ต้องการไม่ได้ หรือไม่มีใครอยากทำหน้าที่เป็นคนกลาง 39.27 % อันดับ 2 คนกลางที่หาได้อาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เกิดการต่อต้าน คัดค้าน 35.59 % อันดับ 3 การทำหน้าที่ของคนกลางอาจถูกแทรกแซง ข่มขู่ ได้รับความกดดันหรือสังคมคาดหวังมากเกินไป 25.14 %
   
          7.  “ข้อเสนอแนะ” ต่อ “คนกลาง หรือ หน่วยงาน” ที่จะมาดำเนินการในครั้งนี้ อันดับ 1 ต้องอดทน มีสติ เข้าใจต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่จะต้องเผชิญทั้งในเรื่องของการข่มขู่ หรือความไม่ปลอดภัย 42.78 % อันดับ 2 ทำหน้าที่อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา แจ้งความคืบหน้าให้สังคมทราบเป็นระยะๆ 29.38 % อันดับ 3 ควรกำหนดกรอบกติกาในการเจรจาหรือประเด็นที่จะพูดคุยให้ชัดเจน พร้อมรับฟังความต้องการทั้ง 2 ฝ่าย 27.84 %