ข่าว

เร่งค้นหา'บินมาเลย์"ต่อหลังพบคราบน้ำมัน

เร่งค้นหา'บินมาเลย์"ต่อหลังพบคราบน้ำมัน

09 มี.ค. 2557

เวียดนามเริ่มค้นหาบินเมเลย์ที่หายไปอีกครั้งหลังพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งห่างจากชายฝั่งตอนใต้สื่อต่างชาติตั้งคำถามพาสปอร์ตที่ถูกขโมยเป็นสัญญาณก่อการร้ายหรือไม่

 

 

          วันที่ 9 มี.ค.57 การพบคราบน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่ง กินระยะทางยาวประมาณ 15-20 กิโลเมตร โดยจุดหนึ่งพบในบริเวณอ่าวไทย ห่างราว 150 กิโลเมตร จากเกาะโถเจาของเวียดนาม กับอีกจุดอยู่ห่างประมาณ 190 กิโลเมตร จากแหลมกาเมา ทางตอนใต้สุดของเวียดนาม ถือเป็นเบาะแสแรก ที่กองทัพเรือเวียดนาม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายชาติ กำลังเร่งตรวจสอบว่า เป็นคราบน้ำมันจากเครื่องบินลำที่หายหรือไม่ และปฏิบัติการค้นหาทางอากาศได้เริ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่การค้นหาทางทะเลโดยเรือของกองทัพเวียดนามได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน 
 
          นายจอห์น คอกซ์ เจ้าหน้าสืบสวนอุบัติเหตุในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. บอกกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า การขาดการติดต่ออย่างกระทันหันกับหอบังคับการบิน สะท้อนว่า เครื่องอาจระเบิดกลางอากาศ จากเครื่องยนต์เสียหาย หรือการจุดระเบิด และทำให้เครื่องแตกออกเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กๆ น้ำหนักเบา ที่อาจจะลอยให้เห็นในทะเลได้






ผู้บริหารเครือมาเลเซีย แอร์ไลนส์แถลงเช้านี้ ยังไม่พบซาก MH370 
 
 
          นายอิกนาติอุส ออง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไฟเออร์ฟลาย (Firefly) บริษัทในเครือสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ แถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน บอกว่า ขณะนี้ยังไม่พบซากเครื่องบินลำนี้ ทุกๆ ฝ่ายกำลังเร่งค้นหาสุดความสามารถ และยืนยันว่าเครื่องบินลำนี้ เพิ่งได้รับการตรวจเช็กเมื่อ 10 วันก่อน และอยู่ในสภาพที่ดี
 
          ในจำนวนผู้โดยสาร 227 คน เป็นชาวจีนถึง 2 ใน 3 และขณะนี้ ญาติๆ ที่กำลังรอฟังข่าวอยู่ที่สนามบินในกรุงปักกิ่ง กำลังร้องเรียนว่า ได้รับข้อมูลจากสายการบินไม่เพียงพอ ซึ่งนายออง บอกว่า สายการบินไม่ได้ปิดบัง และได้แจ้งข้อมูลทุกอย่างเท่าที่ทราบให้ทุกๆ คนแล้ว 
 
          นายออง เดินทางมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากว่า 90 คน ที่ส่วนใหญ่พูดภาษาจีนแมนดาริน เพื่อให้คำปรึกษาและดูแลสภาพจิตใจญาติๆ ของผู้โดยสาร 
 
          ส่วนกรณีที่พบว่า มีผู้โดยสาร 2 คนที่เดินทางด้วยพาสฟอร์ตที่ถูกขโมยมานั้น นายอองบอกว่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการบินพลเรือนของมาเลเซีย กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่และยังไม่ได้รับการยืนยัน
 
          ขณะที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย เดินทางไปเยี่ยมญาติๆ ของผู้โดยสารชาวมาเลเซีย ที่กำลังรอฟังข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตปุตราจายา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา




 

สื่อต่างชาติตั้งคำถามพาสปอร์ตที่ถูกขโมยเป็นสัญญาณก่อการร้ายหรือไม่
 
 
          รัฐบาลออสเตรีย และอิตาลี ยืนยันว่า ผู้โดยสารสัญชาติตนเอง ที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้โดยสารมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบิน MH370 ยังมีชีวิตอยู่ ปลอดภัย และไม่ได้ขึ้นเที่ยวบินนั้น และมีรายงานต่อมาว่า นายคริสเตียน โคเซล ชาวออสเตรียวัย 30 ปี แจ้งว่า พาสปอร์ตหายไปตอนมาเที่ยวประเทศไทยเมื่อสองปีก่อน 
 
          ส่วนนาย ลุยจิ มารัลดิ ชาวอิตาลี วัย 37 ปี ได้โทรศัพท์แจ้งครอบครัวขณะอยู่ระหว่างท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อวานนี้ว่า เขายังมีชีวิตอยู่และสบายดี พาสปอร์ตของเขาถูกขโมยที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และเขาได้ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่แล้ว
 
          สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กรณีมีผู้โดยสาร 2 คนที่ขึ้นเครื่องบินลำนี้ โดยใช้ชื่อและพาสปอร์ตที่ถูกขโมยไป ทำให้มีข้อสงสัยว่า จะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ นายทอม ฟูเอนเตส อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟ-บี-ไอ และนักวิเคราะห์ด้านกฎหมายของสำนักข่าวซี-เอ็น-เอ็น บอกว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวนว่า ผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องบินโดยใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยเป็นใคร ซึ่งอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญ และขึ้นอยู่กับว่า สนามบินที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้เชื่อมโยงฐานข้อมูลขององค์การตำรวจสากลเพื่อตรวจสอบว่า พาสปอร์ตของผู้โดยสารเป็นพาสปอร์ตที่ถูกแจ้งหายหรือไม่   
 
          ส่วนเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ รายหนึ่งบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย แต่กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน 
 
          นายเกร็ก ฟีธ อดีตเจ้าหน้าที่สอบสวนหน่วยงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมแห่งชาติสหรัฐฯ บอกว่า กรณีที่เครื่องบินขาดการติดต่อกับหอบังคับการบิน ไม่มีการแจ้งปัญหาขัดข้อง และเครื่องหายไปจากเรดาร์ สะท้อนว่า เหตุที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินลำนี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจอยู่เหนือการควบคุมของนักบิน จนทำให้นักบินไม่สามารถควบคุมเครื่อง และแจ้งเหตุขัดข้องหรือขอลงจอดฉุกเฉินได้ทัน





สหรัฐส่ง FBI ช่วยตรวจสอบ MH370 หายโยงก่อการร้ายหรือไม่
 
          หนังสือพิมพ์ลอส แองเจลิส ไทมส์รายงานช่วงดึกเมื่อคืนนี้ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ (FBI) ซึ่งส่วนหนึ่งประจำการอยู่ที่สถานทูตในกรุงกัวลาลัมเปอร์อยู่แล้ว จะช่วยดูภาพจากกล้องวิดีโอภายในสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ตรวจสอบผู้โดยสารขาออก เพื่อดูว่ามีบุคคลที่อยู่ในฐานข้อมูลด้านการก่อการร้ายหรือไม่ 
 
          เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ จะช่วยสอบสวนกรณีมีคนสัญชาติอเมริกันอย่างน้อย 3 คน และเด็กอีก 1 คน ที่คาดว่าจะเป็นชาวอเมริกัน อยู่บนเที่ยวบิน MH370 ด้วย  
 
          นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่สอบสวนของหน่วยงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NTSB ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตันดี.ซี. เพื่อช่วยสอบสวนสาเหตุของการตกเมื่อพบซากของเครื่องบิน
 
          แม้การค้นพบว่า ผู้โดยสารบนเที่ยวบินนี้ 2 คนที่ขึ้นเครื่องโดยใช้ชื่อและพาสปอร์ตที่ถูกขโมยมา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ รายหนึ่งบอกว่า การที่ผู้โดยสารใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมา ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นเหตุก่อการร้ายทุกกรณี




ชาวอิตาลีพาสปอร์ตหายังอยู่ในไทย
 
          รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับ MR.LUIGI MARALDI อายุ 37 ปี ชาวอิตาลี ที่ถูกปลอมพาสปอร์ตมีชื่อขึ้นเครื่องบินสายการบินมาเลเซียที่สูญหายไป ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศไทย ล่าสุดแจ้งขออยู่ต่อกับที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนชาวออสเตรียอีกคนที่ถูกปลอมพาสปอร์ตได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้ว