ข่าว

หลวงปู่ช่วยชาวนานาม'เอส ซี ปาร์ค'

หลวงปู่ช่วยชาวนานาม'เอส ซี ปาร์ค'

07 มี.ค. 2557

หลวงปู่ช่วยชาวนานาม'เอส ซี ปาร์ค' ด้วยเงินที่รับถวาย พิษณุโลกเจออีกข้าวเน่าเกือบ 2 หมื่นกระสอบ เผยเป็นข้าวปี 52 ข้องใจไม่เร่งระบาย ส่งเรื่องถามกระทรวงพาณิชย์

           7มี.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้โพสต์รูปและข้อความว่า  "อนุโมทนา...วันนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำเงินจำนวน 105,000 บาท บริจาคเข้าบัญชี "กองทุนช่วยเหลือชาวนา" กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในนามของโรงแรม เอส ซี ปาร์ค โดย พระพุทธะอิสระ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่เคยได้รับจากโรงแรม เอส ซี ปาร์ค เป็นค่าชดเชยในการยกเลิกการเข้าพักของพี่น้องชาวนา ตามที่เคยเป็นข่าวเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 120,000 บาท โดย หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ให้แก่พี่น้องชาวนามามาโดยตลอด สาธุ อนุโมทนา กับ โรงแรม เอส ซี ปาร์ค... คุณได้ทำบุญใหญ่แล้วล่ะเงินของคุณไม่เคยสูญเปล่า"

 

พิษณุโลกเจออีกข้าวเน่าเกือบ2หมื่นกระสอบ


           การตรวจสอบโกดังเก็บข้าวยังพบข้าวเสื่อมคุณภาพ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายภาสกร บุญญลักษม์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก เดินทางไปตรวจโกดังเก็บข้าวสารของห้างหุ้นส่วนจำกัด ธัญทิพย์ 2 หลังที่ 1 โกดังเลขที่ 89 หมู่ 9 ต.ท่างาม อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ตามคำสั่ง นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก โดยมีเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ

           เบื้องต้นพบว่า จำนวนกระสอบข้าวทั้งหมดมี 2 กอง โดยกองใหญ่มีจำนวน 17,337 กระสอบ ส่วนกองที่ 2 มีประมาณ 1,000 กระสอบ ทั้งหมดเป็นข้าวเหนียวขาว 10 เปอร์เซ็นต์ รับเข้ามาตั้งแต่วันที่  23 สิงหาคม 2552 ถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2552 ส่วนการตรวจสอบพบว่ากระสอบข้าวบางส่วนเปื่อยยุ่ยจนขาด ทำให้เมล็ดข้าวสารไหลลงมากองด้านนอกเห็นเมล็ดข้าวป่นเหมือนแป้ง และเมล็ดข้าวมีสีเหลืองเข้ม คาดว่าเกิดจากเก็บไว้เป็นเวลานานเกินไปจนทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ ไม่สามารถนำไปบริโภคได้

           นายภาสกร เปิดเผยว่า เป็นการตรวจสต็อกตามปกติของคณะทำงานของจังหวัด ซึ่งมีปลัดจังหวัดเป็นประธาน และหลังจากดูข้อมูลเป็นที่สงสัยว่าทำไมมีข้าวค้างสต็อกอยู่ จึงเชิญคณะกรรมการทั้งหมดของจังหวัดลงมาตรวจสอบสินค้า ซึ่งน่าจะอยู่ครบ 19,185 กระสอบ แต่มีข้อสังเกต ทำไมมีข้าวค้างสต็อกอยู่จำนวนมากพอสมควร เป็นห่วงในเรื่องคุณภาพตัวข้าว แต่ทางจังหวัดไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพข้าว เรามาตรวจสอบปริมาณเท่านั้น

           "เป็นข้อสังเกต จะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เหตุใดยังไม่มีการระบายข้าวปี 2552 ซึ่งทราบมาว่า ทางจังหวัดพิษณุโลกมีหนังสือไปถึงกรมการค้าภายใน ในฐานะเลขาฯ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติว่า ข้าวของจังหวัดยังมีค้างสต็อกอยู่เมื่อปี 2552 ให้เร่งระบาย และเป็นหน้าที่ของเซอร์เวเยอร์ในการตรวจคุณภาพ" นายภาสกร กล่าว และว่า จากการดูด้วยตาเปล่าข้าวมีลักษณะเหลืองและค่อนข้างเสียหาย

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบโกดังเก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พบข้าวที่เข้าโครงการในเดือนพฤศจิกายน 2554 เน่าเสีย มีลักษณะเป็นแป้งฝุ่นเกือบ 2 หมื่นกระสอบ


ชาวนาบุกทวงเงิน-ผู้ว่าฯช่วยเหลือ

           วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย กลุ่มชาวนา ต.บ้านกล้วย อ.เมือง กว่า 100 คน รวมกลุ่มเดินทางเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดยระบุว่า ชาวนากว่า 500 คน ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวนานกว่า 6 เดือนแล้ว นอกจากนี้ชาวนาบางรายที่เก็บเกี่ยวข้าวรอบใหม่นำไปขายให้โรงสียังถูกกดราคา ได้เพียงแค่เกวียนละ 4,000-6,000 บาทเท่านั้น

           ด้านนายจักริน ได้เข้าหารือกับกลุ่มชาวนา พร้อมสั่งการให้การค้าภายในจังหวัดเรียกโรงสีที่รับซื้อข้าวเปลือกมาประชุม เพื่อแก้ไขกดราคารับซื้อข้าว และสั่งนำเงินรายได้จากเหล่ากาชาดจังหวัดจำนวน 1 ล้านบาท ไปจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็นเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้น นอกจากนี้ได้มอบหมายให้จัดทำโครงการพืชผักสวนครัว และหาพันธุ์ผักให้แก่เกษตรกรได้ปลูกไว้เก็บกินในครัวเรือนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากนี้รับปากจะนำเรื่องเงินจำนำข้าวเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

           ส่วนความเดือดร้อนของชาวนา นอกจากยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวแล้ว ยังเผชิญปัญหาภัยแล้งอีกประการด้วย นางประจวบ คงเขียว ชาวนาบ้านหมกแถว ต.หมกแถว อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี เฝ้าติดตามนาข้าวอายุ 4 เดือนเศษ ใกล้เก็บเกี่ยว เพื่อนำไปขายราคาตลาดที่ปัจจุบันเกวียนละ 6,500 บาท เพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียนหนังสือ จ่ายค่าเช่านา ใช้หนี้ค่าปัจจัยการผลิตที่หยิบยืมจากร้านค้าและเพื่อบ้านเมื่อหลายเดือนก่อน แม้รู้ว่าต้นข้าวที่ปลูกไว้ 15 ไร่ จะไม่สมบูรณ์ เนื่องจากผลกระทบอากาศหนาวข้าวออกรวงช้าและน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ผลผลิตลดลงจาก 8-9 เกวียน เหลือเพียง 3-4 เกวียนเท่านั้น

           นอกจากนี้ระหว่างรอเงินจำนำข้าวฤดูการผลิตที่ผ่านมา ที่รัฐบาลติดค้างมานานเกือบ 6 เดือน ก่อนหน้านี้รัฐบาลสัญญาว่าจะจ่ายให้แต่ก็ถูกผัดผ่อนตลอดมา ชาวนารายนี้บอกว่า แม้จะรู้สึกเข็ดขยาดต่ออาชีพทำนาที่ต้องรอเงินจำนำข้าวเป็นเวลานานจนปัญหาต่างๆ รุมเร้า แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเกิดเป็นชาวนา