ข่าว

คืนตำแหน่ง'ถวิล'วิบากกรรมเกมการเมือง

คืนตำแหน่ง'ถวิล'วิบากกรรมเกมการเมือง

08 มี.ค. 2557

คืนตำแหน่ง'ถวิล' วิบากกรรมเกมการเมือง : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน

          คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้คืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติให้แก่ "ถวิล เปลี่ยนศรี" ในวันนี้ ไม่ถือว่าเหนือความคาดหมาย เพราะทั้งศาลปกครองกลาง และตุลาการผู้แถลงคดี นำเสนอข้อมูลชุดเดียวกันนี้ออกมาว่าคำสั่งโยกย้ายนั้นไม่ถูกต้อง

          โดยระบุว่า เป็นการใช้ดุลพินิจไม่ชอบ เป็นการโอนย้ายโดยไม่มีเหตุผลว่า นายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่มีประสิทธิภาพ หรือปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

          จริงๆ แล้วก็ไม่แปลกนัก ในเมื่อใครก็ตาม เมื่อเข้ามาเป็นผู้มีอำนาจก็ต้องการที่จะแต่งตั้งคนที่ตัวเองไว้ใจได้มาเป็นมือเป็นไม้ คุมตำแหน่งสำคัญๆ ต่างๆ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องดูแลชั้นความลับ และจัดการภารกิจที่สำคัญมากมายอย่างตำแหน่ง "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการกระทำลักษณะนี้หลายครั้ง ไม่ว่าระดับบริหารจะมาจากพรรคการเมืองไหนก็ตาม

          แต่เหตุใดการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้จึงต่างออกไป?

          ประการหนึ่ง แน่นอนว่า "ถวิล" เป็นคนสู้คน และไม่ยอมใครง่ายๆ หากย้อนปูมหลังไปดูประวัติของเขาแล้วจะเห็นว่า "ถวิล" เป็นข้าราชการที่เติบโตมากับสภาความมั่นคงแห่งชาติ จนได้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กร แทน "สุรพล เผื่อนอัยกา" เมื่อเดือนมิถุนายน ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

          และครั้งนั้น "สุรพล" ก็ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เหมือนที่ "ถวิล" โดนเช่นกัน ทำให้ไม่แปลกว่า ใครๆ ก็มองว่าเขาสนิทสนมกับประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ที่เมื่อเรืองอำนาจก็เป็นถึงรองนายกฯ ด้านความมั่นคง และเมื่อเกิดม็อบ กปปส.เขาก็ไม่พลาดที่จะร่วมเป็นหนึ่งในผู้ปราศรัย

          แต่ที่น่าจะทำให้ "ถวิล" รับไม่ได้คือ การโยกย้ายตำแหน่งนี้ ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเหมาะสมตามที่กล่าวอ้าง เพราะเป้าหมายจริงๆ คือ การต้องการเปิดทางให้ตำแหน่งอื่นๆ ที่รัฐบาลต้องการด้วย

          เมื่อดูผลที่ตามมาหลังการโยกย้าย เราจะเห็นการวางแผนเพื่อวางคนแบบเป็นขั้นเป็นตอน

          เบื้องต้นแผนตาม "วาระซ่อนเร้น" ด้วยการเปิดทางตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ฝ่ายการเมืองต้องการผลักดัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชาย คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้

          แต่ก็ติดอยู่ที่ว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.ยังมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี นั่งค้ำอยู่ และเขาก็ไม่ต้องการที่จะออกจากตำแหน่ง รวมทั้งไม่มีความผิดใดๆ ที่จะนำมาอ้างเพื่อสั่งปลดกันได้ง่ายๆ

           แต่ภายหลังมีสายโทรศัพท์ลึกลับเข้ามา "กล่อม" ทำให้ "พล.ต.อ.วิเชียร" ยอมรับ "ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ" โดยบอกต้นสายกลับไปว่า ขอเพียงแต่ตำแหน่งที่เขาจะได้รับตอบแทนนั้น ต้องมีศักดิ์และสิทธิ์เสมอกัน ซึ่ง "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" อยู่ในสเปกเช่นว่า

          ทำให้งานนี้จำเป็นต้องเปิดตำแหน่งเลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติให้ว่างเสียก่อน นี่จึงเป็นที่มาที่หวยล็อกมาออกที่ "ถวิล" สุดท้ายต้องโดนโยกไปนั่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดทางให้ "พล.ต.อ.วิเชียร" เข้ามาสวมแทนตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2554 

          แน่นอน ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ให้หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน คือ วันที่  26 ตุลาคม 2554 "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์" ก็ก้าวขึ้นบัลลังก์เบอร์หนึ่งของตำรวจ ส่วน "ถวิล" กลับรับเคราะห์ ตกอยู่ในสภาพขาลอย มีแต่ตำแหน่งไม่มีงานทำ จากการให้การในชั้นศาลของเขาเองระบุว่า ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ แต่กลับไม่เคยมีใครมาขอคำปรึกษาแม้แต่ครั้งเดียว

          แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเสร็จสมตามความตั้งใจ ในปีถัดมาคือ 1 ตุลาคม 2555 ก็มีการโยกย้ายอีกครั้ง โดยคราวนี้ปรับ "พล.ต.อ.วิเชียร" พ้นตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ข้ามห้วยไปนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงคมนาคมโน่นเลยทีเดียว

          แน่นอน ณ วันนั้นมีการอ้างเหตุผลเรื่องความเหมาะสมว่า กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงสำคัญ ต้องติดต่อกับฝ่ายความมั่นคง เพราะต้องดูแลไม่ว่าเรื่องการขนส่ง เรื่องการดูแลท่าอากาศยาน ท่าเรือ ซึ่งต้องดูแลเรื่องการก่อการร้าย

          อย่างไรก็ตาม เหตุผลจริงๆ ก็คือ ต้องการเปิดทางให้ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" ขึ้นมาเป็นแทนในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

          แน่นอนว่า เขาต้องถูกจับตาเรื่องการวางตัวให้นั่งในตำแหน่งนี้เป็นพิเศษ เพราะ "พล.ท.ภราดร" นั้น ก็ดูเหมือนจะแนบแน่นกับพรรคเพื่อไทยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"

          ทั้งนี้ก็เพราะ "พล.ท.ภราดร" เป็นหลานของ "ปรีดา พัฒนถาบุตร" อดีตรัฐมนตรี ซึ่ง "ทักษิณ" เคยเป็นตำรวจติดตามนั่นเอง 

          ซึ่งเมื่อครั้งกลุ่มการเมือง "ทักษิณ" เรืองอำนาจภายใต้ชื่อพรรคการเมืองต่างๆ "ภราดร" ก็เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ

          การย้ายด้วยเหตุผลทางการเมืองทั้งหลายทั้งปวง และหากยึดตามที่ศาลปกครองตัดสินว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอ จึงพอจะทำให้เห็นถึงความไม่พอใจและเป็นที่มาของการสู้สุดใจของ "ถวิล" นั่นเอง

          แต่สิ่งที่น่าสนใจจากนี้ก็คือ รัฐบาลจะทำอย่างไร เพราะสำหรับ "ถวิล" นั้น จะให้มองเป็นอย่างอื่นก็คงลำบากนอกจากเป็นขั้วตรงข้าม และตำแหน่งนี้ก็มีความสำคัญยิ่งนัก อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) งานนี้รัฐบาลจึงน่าจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจมิใช่น้อย

          สิ่งที่น่าจับตาดูต่อไปคือ เมื่อฝ่ายการเมืองออกคำสั่งที่มิชอบเช่นนี้ "ถวิล" จะไปฟ้องอาญานายกรัฐมนตรีในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น "ยิ่งลักษณ์" ที่วันนี้อยู่ในสภาซวนเซอยู่แล้ว ก็จะยิ่งเผชิญกับวิบากกรรมทบทวีอย่างมิอาจหลีกลี้หนีพ้น


---------

(หมายเหตุ : คืนตำแหน่ง'ถวิล' วิบากกรรมเกมการเมือง  : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)