ข่าว

สัมผัสวิถีเกษตร 3 ประเทศเพื่อนบ้าน

สัมผัสวิถีเกษตร 3 ประเทศเพื่อนบ้าน

09 มี.ค. 2557

สัมผัสวิถีเกษตร 3 ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมสัมพันธ์รับ'อาเซียนหนึ่งเดียว' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                         เหลือเพียงปีเศษการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ หรือการรวมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวในปลายปี 2558 ทำให้ขณะนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและธุรกิจเอกชนต่างเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือในการเปิดกว้างในภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่ขณะนี้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างงัดกลยุทธ์เด็ดด้วยการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่แปลกตามาชูเป็นจุดขายเพิ่มความแปลกใหม่ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
 
                         "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้มีโอกาสร่วมทริปไปกับคณะของดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์หรือดี ดี ทัวร์ โดยการนำของบอสใหญ่ "คมสัน ประสมศรี" (08-9045-7659) พาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวสายใหมใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาวและเวียดนาม เพื่อเตรียมความพร้อมเชื่อมความสัมพันธ์ในการทำธุรกิจท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้คอนเซ็ปต์อาเซียน ทู อาเซียน
 
                         "เป็นทริปแรกที่บริษัทใช้เส้นทางสายนี้เพื่อพาคณะผู้ร่วมเดินทางสัมผัสความแปลกใหม่ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของ 3ประเทศ ไทย-สปป.ลาวและเวียดนาม หรืออาเซียน ทู อาเซียน" คมสันบอกถึงเป้าหมายการเดินทางหลังรับประทานอาหารเช้าที่ครัวเมืองมุกดา จ.มุกดาหาร
 
                         จากนั้นทั้งหมดก็ออกเดินทางสู่ สปป.ลาว โดยใช้เส้นทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝั่งไทยและสปป.ลาว จากนั้นก็ใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ฝั่งสปป.ลาว สะหวันนะเขต-คำม่วน รวมระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร แต่ใช่เวลาเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง เนื่องจากเป็นถนนสองเลน รถวิ่งเร็วไม่ได้และบางช่วงอยู่ในระหว่างซ่อมแซมและขยายพื้นผิวถนนเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
 
                         ริมถนนสายนี้ยังเป็นที่ตั้งบริษัทผลิตน้ำตาลยักษ์ใหญ่ของไทยที่ร่วมทุนกับ สปป.ลาว ภายใต้ชื่อ มิตรผลลาวด้วย และจากการสังเกตเห็นตลอดสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยพืชผลทางการเกษตรกรที่ชาวบ้านนำมาวางจำหน่าย เราใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมงจากสะหวันนะเขตถึงบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน)
 
                         จากนั้นก็เลี้ยวขวาเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายแรก ถ้ำสวรรค์ หรือถ้ำเทียนเดื่อง เขตอุทยานแห่งชาติฟองยา แม้เส้นทางสายนี้มีสภาพถนนที่คดเคี้ยว เต็มไปด้วยภูเขาที่สลับซับซ้อน ต้องใช้เวลาเดินทางที่ยาวนาน แต่ทว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยภาพความงดงามของธรรมชาติและบรรยากาศวิถีชีวิตของคนในชนบทที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้
 
                         บ่ายแก่ๆ ก็มาถึงด่านนาพ้าว สปป.ลาว และด่านจอหลอ เวียดนาม หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก็มุ่งสู่เมืองดงเหยเพื่อสัมผัสถ้ำสวรรค์ หรือถ้ำเทียนเดื่อง ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 31 กิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ งดงามมาก และยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
 
                         จากนั้นเดินทางสู่เมืองเว้ อดีตเมืองหลวงเวียดนามในสมัยราชวงศ์เหวียนที่องค์การยูเนสโกได้ยกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1993 หลังใช้เวลาสัมผัสกลิ่นอายเวียดนามในอดีตอย่างเต็มอิ่ม 3 วัน 2 คืน ทั้งพระราชวังเว้ หรือพระราชวังต้องห้าม ตลาดดองบา แหล่งช็อปปิ้งใหญ่ที่สุดและล่องเรือสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่อาศัยสองฝั่งลำน้ำหอม
 
                         และแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับสู่ประเทศไทยทางด่านลาวบ๋าว (เวียดนาม) ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการขนส่งสินค้าที่เชื่อมต่อตะวันตก-ตะวันออก 4 ประเทศ (west-east coridor) โดยใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงผ่าน 4 เมืองใน สปป.ลาว ก่อนเข้าสู่ด่านแดนสะหวัน (สปป.ลาว) เพื่อข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 สู่ จ.มุกดาหารโดยสวัสดิภาพ
 
                         วีระวัฒน์ วัฒนกุล ที่ปรึกษาดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์ ซึ่งได้ร่วมคณะเดินทางไปครั้งนี้บอกว่า บริษัทพยายามฉีกแนวการเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ได้เน้นเฉพาะวัด วังหรือสถานที่มีชื่อเสียงเหมือนบริษัททัวร์อื่นๆ แต่จะมุ่งเน้นสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เพิ่งค้นพบ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือแม้กระทั่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อย่างวัดวาอารามต่างๆ พระราชวัง ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง
 
                         "แต่ละทริปในภูมิภาคอาเซียนเราจะบรรจุแหล่งท่องเที่ยวเปิดใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จักหรือเคยไปไว้อย่างน้อย 1 รายการ โดยจะเน้นวิถีชีวิตผู้คน วิถีชุมชน ตลอดจนกลุ่มอาชีพในประเทศที่เราจะเดินทางไป นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้วก็ยังได้ความรู้ความเข้าใจวิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรมของคนในชุมชน หรือประเทศนั้นด้วย แล้วก็เป็นการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ความเป็นอาเซียนหนึ่งเดียวในปีหน้า" วีระวัฒน์ ให้มุมมองทิ้งท้ายก่อนปิดทริปตะลอนเชื่อมความสัมพันธไมตรี 3 ประเทศ
 
                         สำหรับองค์กร กลุ่ม/คณะหรือผู้สนใจศึกษาดูงานด้านอาชีพ วิถีผู้คนในชุมชน ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงนิเวศในประเทศภูมิภาคอาเซียนและประเทศต่างๆ ทั่วโลก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์ หรือดีดี ทัวร์ โทร.0-2245-4526-8, 08-9045-7659 (คมสัน ประสมศรี) หรือดูรายละเอียด www.dd.-tours.com 
 
 
 
.....................
 
(สัมผัสวิถีเกษตร 3 ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมสัมพันธ์รับ'อาเซียนหนึ่งเดียว' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)