ข่าว

ปัจจัยผีเด้ง'เดวิด มอยส์'

ปัจจัยผีเด้ง'เดวิด มอยส์'

08 มี.ค. 2557

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ปัจจัยผีเด้ง เดวิด มอยส์

 
                        เดวิด มอยส์ กุนซือ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด คือผู้จัดการทีมที่พังสถิติในทางไม่ดีให้สโมสรอย่างมากมาย หลังจากที่ได้เซ็นสัญญายาว 6 ปีไปเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และถึงตอนนี้แฟนบอลปีศาจแดงเริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่า มอยส์ คือคนที่เหมาะสมจะแทนที่ของ "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน หรือไม่ รวมทั้งยังเริ่มมีข่าวเรื่องการถูกปลดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากจะปลด เดวิด มอยส์ ในช่วงนี้ก็มีปัจจัยอยู่หลายอย่างเหมือนกัน
 
 
 
ผู้เล่นหมดศรัทธา
 
 
                        ตอนที่ อันแดร์สัน กองกลางบราซิเลียนไปร่วมทีมกับฟิออเรนตินาแบบยืมตัวเมื่อเดือนมกราคม เจ้าตัวบอกว่านักเตะยูไนเต็ดหลายคนอยากย้ายในซัมเมอร์ ขณะที่ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ กับ วิลฟรีด ซาฮา เขียนข้อความในทวิตเตอร์ถึงปัญหาในทีม 
 
                        "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี เป็นนักเตะรายหลังที่ออกมาวิจารณ์เรื่องแท็กติกของทีมในเกมที่แพ้โอลิมเปียกอส ว่าเป็นแท็กติกที่เล่นไม่ได้ ไม่สามารถยิงระเบิดได้เหมือนยุคเฟอร์กี ข่าวดีเรื่องผู้เล่นคงมีอย่างเดียวคือการต่อสัญญากับ เวย์น รูนีย์ ได้ แต่การประกาศอำลาของ เนมันยา วิดิช ทำให้บรรยากาศในทีมเสียไปไม่น้อย
 
                        ก่อนหน้านี้มีผู้จัดการทีมอย่าง อังเดร บียาส โบอาส สมัยที่อยู่กับเชลซี และเปาโล ดิ คานิโอ ที่อยู่กับซันเดอร์แลนด์ ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งเพราะขาดการหนุนหลังของผู้เล่นมาแล้ว และจากแท็กติกที่วางในเกมเยือนโอลิมเปียกอส คงทำให้ผู้เล่นหมดศรัทธาไปอีกไม่น้อย
 
 
 
แฟนบอลเริ่มต่อต้าน
 
 
                        "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน เคยบอกกับแฟนบอลในงานอำลาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่า ตอนนี้งานของพวกคุณคือการหนุนหลังผู้จัดการทีมคนใหม่ จากคำพูดครั้งนั้นแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ให้การหนุนหลัง เดวิด มอยส์ อย่างเต็มที่ทันที แต่หลังจากนั้นเมื่อผลงานหาทิศทางไม่ได้ ความรู้สึกของแฟนบอลก็เริ่มเปลี่ยนไป
 
                        หนังสือพิมพ์แมนเชสเตอร์ อีฟนิง นิวส์ ออกมาวิจารณ์ มอยส์ มากขึ้น ขณะที่ ดันแคน ดราสโด ประธานบริหารกลุ่มแฟนบอลปีศาจแดง บอกว่า ความพ่ายแพ้ที่กรีซ ทำให้ความรู้สึกของแฟนบอลแตกแยกกัน บางกลุ่มยังคิดว่า มอยส์ เป็นคนที่เหมาะสม แต่อีกหลุ่มเชื่อว่าไม่ใช่
 
                        ดราสโด ยังบอกอีกว่าแฟนบอลทุกคนรู้ดีว่าลำบากยังไงในตอนที่ เฟอร์กี สร้างทีมกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ในช่วงนี้สโมสรควรจะเซ็นสัญญานักเตะชั้นดีมาเมื่อซัมเมอร์ แต่ เดวิด มอยส์ ทำได้ไม่ดีพอ ทั้งเรื่องการซื้อนักเตะ และแท็กติกของทีม
 
 
 
เจ้าของทีม
 
 
                        ข่าวลือเรื่องอาจจะมีการปลด เดวิด มอยส์ สะพัดทันทีเมื่อหุ้นของปีศาจแดงที่นิวยอร์กดิ่งลงหลังจากทีมไปแพ้โอลิมเปียกอส แสดงให้เห็นว่าความพ่ายแพ้ดังกล่าวนอกจากจะเสี่ยงกับการตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว ยังส่งผลเรื่องเงินทองของสโมสร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับครอบครัวเกลเซอร์ที่เป็นเจ้าของสโมสร ซึ่งกำลังลดหนี้สินของสโมสรอยู่ อีกทั้งยังต้องดูแลหัวใจของผู้ถือหุ้น
 
                        ปัจจัยของเกลเซอร์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มอยส์ อาจจะกระเด็นออกจากตำแหน่งเอาง่ายๆ หากตื่นตระหนกว่ากุนซือกำลังทำให้การเงินของสโมสรเสียหาย รวมทั้งความหวังที่จะทำกำไรจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องมลายไป
 
                        อย่างแรกที่กำลังจะสูญไปคือรายได้อย่างน้อยปีละ 30 ล้านปอนด์จากศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งในปี 2015 สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ประกาศแล้วว่าค่าลิขสิทธิ์ทีวีของฟุตบอลถ้วยยุโรปมีมูลค่าสูงถึง 897 ล้านปอนด์ สูงเป็น 2 เท่าของรายได้ในปัจจุบัน แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่าแมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่มีเอี่ยวจากเงินจำนวนนี้ 
 
                        อย่างไรก็ตาม เกลเซอร์ที่เป็นเจ้าของทีมแทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส ในอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่รีรอกับการเปลี่ยนแปลงหากการบริหารทีมไม่เป็นไปตามที่หวัง อย่างเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เกรก ชิอาโน เฮดโค้ชของบัคคาเนียร์ส ก็เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งไปหลังทำงานได้เพียง 2 ปี และยังมีสัญญาถึงปี 2006 เป็นโค้ชคนที่ 3 ในรอบ 5 ปีหลังสุดที่เกลเซอร์ดันออกจากเก้าอี้ไป
 
 
 
แพ้คู่ปรับซ้ำซาก
 
 
                        หากว่าปี 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีผลงานย่ำแย่ในการเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับคู่ปรับสำคัญในเดือนมีนาคมไม่ว่าจะเป็น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หรือ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี และยิ่งประกอบกับการตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยแล้ว โอกาสที่ มอยส์ จะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปคงมีน้อยมาก 
 
                        หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว ความอดทนของทั้งแฟนบอลและบอร์ดบริหารคงไม่ปกติอีกต่อไป ว่ากันว่าเกมที่ไปแพ้ โอลิมเปียกอส 0-2 แบบสู้ไม่ได้ก็ทำให้ความไว้ใจต่อ เดวิด มอยส์ ลดลงมาอยู่แล้ว และหากว่าแพ้ทั้งลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี คาบ้านอีก 2 นัด คงเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้
 
 
 
งานใหญ่เกินไปสำหรับมอยส์
 
 
                        ตอนที่ เดวิด มอยส์ แถลงข่าวครั้งแรกกับแมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าตัวบอกว่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้มารับงานต่อจากผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์กับสโมสรมาแล้ว 49 ถ้วย แต่หลังจากรับงานกลับพังสถิติของทีมได้เรื่อยๆ ทั้งการแพ้ เวสต์บรอมวิช คาบ้านครั้งแรกในรอบ 35 ปี แพ้ เอฟเวอร์ตัน ในรอบ 21 ปี แพ้ นิวคาสเซิล ในรอบ 41 ปี และแพ้ สวอนซี คาบ้านครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 
 
                        ล่าสุดก็แพ้ทีมจากกรีซได้เป็นครั้งแรกอีกต่างหาก จึงมีการมองกันว่างานที่แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นงานที่ใหญ่เกินมือของกุนซืออย่าง มอยส์ และเมื่อมีเงินก้อนโตก็กลับใช้ไม่เป็น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาไม่สามารถหานักเตะมาแก้ปัญหาได้ตรงจุด เมื่อซัมเมอร์ก็ทุ่มเงิน 27.5 ล้านปอนด์ไปกับ มารูยาน เฟลไลนี และการคว้า มาตา ด้วยสถิติสโมสร 37.1 ล้านปอนด์ ถูกมองว่าเเป็นการหานักเตะมาทับตำแหน่ง เวย์น รูนีย์
 
                        จากผลงานของเฟอร์กี ที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการห่างจากอันดับ 2 ถึง 11 แต้ม แต่มาฤดูกาลนี้ความแตกต่างในผลงานของกุนซือทั้งคู่ดูจะต่างกันจนพูดได้ว่ามือคนละชั้น
 
 
------------------------
 
"มอยส์" กับสถิติใหม่ของ "ผีแดง"
 
 
                        หลังจากที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ โอลิมเปียกอส 0-2 ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อกเอาท์ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างสถิติแพ้ทีมจากกรีซเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เพิ่มเติมสถิติที่เคยแพ้ เวสต์บรอมวิช, เอฟเวอร์ตัน, นิวคาสเซิล, สวอนซี และสโตค 
 
                        ภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส์ ในระยะเวลา 6 เดือน ได้สร้างสถิติใหม่ให้ "ปีศาจแดง" หลายอย่างลองมาดูกัน
 
                        11 สิงหาคม - แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ วีแกน 2-0 : มอยส์ เป็นผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด คนแรก ที่ได้โทรฟีในการคุมทีมเปิดตัวอย่างเป็นทางการแมทช์แรกในรายการคอมมูนิตีชิลด์ จาก 2 ประตูของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี
 
                        17 สิงหาคม - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ สวอนซี 4-1 : มอยส์ กลายเป็นผู้จัดการทีมปีศาจแดงคนแรกต่อจาก เดฟ เซกตัน ที่เปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 4-1 ตอนนั้น เซกตัน พาทีมชนะ เบอร์มิงแฮม 4-1 ในปี 1977  
 
                        22 กันยายน - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกแพ้ แมนฯ ซิตี 1-4 : แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้มากสุดที่อิติฮัด สเตเดี้ยม พวกเขาเคยแพ้ ซิตี สกอร์นี้เมื่อปี 2004 
 
                        28 กันยายน - แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เวสต์บรอมวิช 1-2 : แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เวสต์บรอมวิช คาโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ทำให้ทีมปีศาจแดง รั้งอันดับ 12 ในลีก เป็นการออกสตาร์ทแย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90
 
                        27 พฤศจิกายน - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน : มอยส์ สร้างสถิติชนะเกมเยือนในฟุตบอลยูโรเปี้ยนคัพ ด้วยสกอร์ห่างสุดนับตั้งแต่ยุคของ เซอร์แมทท์ บัสบี พาทีมเอาชนะ แชมร็อค โรเวอร์ส ของไอร์แลนด์ 60 ในปี 1957
 
                        4 ธันวาคม - แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 : ก่อนหน้านี้ เอฟเวอร์ตัน เคยคว้ามาได้แค่ 1 แต้มจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในการเล่น 7 นัดหลังสุด และนับตั้งแต่ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน มาชนะที่นี่ได้แค่ 2 หน ครั้งแรกคือปี 1992 ด้วยสกอร์ 3-0
 
                        8 ธันวาคม - แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ นิวคาสเซิล 0-1 : ประตูของ โยฮัน กาบาย ทำให้นิวคาสเซิล มาชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี หลังจากที่มาเล่น 32 นัด ไม่รู้จักคำว่าชนะนับตั้งแต่ปี 1972 และทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้คาบ้าน 2 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002
 
                        4 มกราคม - แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ สวอนซี 1-2 :  ทีมของ ไมเคิล เลาดรูป น็อกทีมของ มอยส์ ตกรอบ 3 เอฟเอ คัพ จากประตูชัยของ วิลฟรีด โบนี ในนาทีสุดท้าย ทำให้ สวอนซี ที่ได้มาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ครั้งแรกในปี 1931 สร้างสถิติชนะที่นี่ได้เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 1984
 
                        7 มกราคม - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 : หลังจากแพ้ สเปอร์ส ในวันปีใหม่ ต่อด้วยแพ้ สวอนซี เกมนี้ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ 3 นัดติด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2001 โดยการแพ้ ซันเดอร์แลนด์ เป็นเกมรอบรองชนะเลิศคาร์ลิง คัพ นัดแรก
 
                        24 มกราคม - ซื้อ ฆวน มาตา จากเชลซี ราคา 37.1 ล้านปอนด์ เป็นสถิติใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากเคยทุ่มมากสุดให้สเปอร์ส เพื่อเป็นค่าตัวของ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ราคา 30.75 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2008 ก่อนหน้านั้นซื้อ มารูยาน เฟลไลนี มาจากเอฟเวอร์ตัน ช่วงปิดฤดูกาลด้วยราคา 27.5 ล้านปอนด์ ทำให้ใช้เงินซื้อนักเตะในฤดูกาลนี้ 64.6 ล้านปอนด์ เป็นสถิติใหม่ของสโมสรเช่นกัน
 
                        1 กุมภาพันธ์ - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกแพ้ สโตค 1-2 : สโตค เคยได้แค่ 1 แต้มจากแมนฯ ยูไนเต็ด กับการเจอกันในพรีเมียร์ลีก 11 ครั้งที่ผ่านมา เอาชนะทีมปีศาจแดงได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1984 ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด มีฤดูกาลที่ย่ำแย่สุดหลังจากการเล่น 24 นัด ในยุคฟุตบอลพรีเมียร์ลีก
 
                        21 กุมภาพันธ์ - ต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เวย์น รูนีย์ เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมค่าเหนื่อย 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทำให้กองหน้าทีมชาติอังกฤษเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าจ้างแพงสุดในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งหาก รูนีย์ อยู่ครบสัญญาในปี 1019 เขาจะได้เงินทั้งหมด 85 ล้านปอนด์ มากสุดในสโมสรของอังกฤษ
 
                        25 กุมภาพันธ์ - แมนฯ ยูไนเต็ด บุกแพ้ โอลิมเปียกอส 0-2 : ทำให้โอลิมเปียกอส เป็นทีมจากกรีซทีมแรกที่ชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ในฟุตบอลสโมสรยุโรป
 
                        ฤดูกาลยังเหลือต้องรอดูกันต่อไปว่า มอยส์ จะสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาอีกหรือไม่สำหรับปีนี้ ถ้ายังอยู่จนจบฤดูกาล
 
 
------------------------