ข่าว

พท.ยก7เหตุผล'ลต.2ก.พ.'ไม่ควรโมฆะ

พท.ยก7เหตุผล'ลต.2ก.พ.'ไม่ควรโมฆะ

07 มี.ค. 2557

'พท.' ยก 7 เหตุผลเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ควรโมฆะ จวก 'กปปส.' เลิกตีความกม.เข้าข้างตัวเอง ยัน รธน.ม.93 ระบุชัด 'รัฐบาล' ยังรักษาการได้

 
                      7 มี.ค.57 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีความพยายามที่จะทำให้การเลือกตั้งวันที่ 2ก.พ. 57 เป็นโมฆะ ว่า องค์กรอิสระทั้งหลายคงต้องวินิจฉัยให้ดีว่าใครเป็นคนขัดขวางการเลือกตั้ง ใครเป็นคนก่อการจลาจลเพื่อล้มการเลือกตั้ง ขัดขวางจนทำให้ 28 เขตล้มเหลว ซึ่งมีการทำอย่างเป็นกระบวนการ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถจัดได้ในวันเดียว เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ใช่หรือไม่ อีกทั้งกกต.ก็น่าจะไม่เต็มร้อยในการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่หากตั้งใจจริงก็สามารถบริหารจัดการการเลือกตั้งได้อยู่แล้ว
 
                      ทั้งนี้เห็นได้จาก 5 จังหวัดที่เลือกตั้งครั้งหลังนั้นไม่มีปัญหา หากกระบวนการล้มการเลือกตั้งทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้จริง จะเป็นการทำเพื่อให้พรรคการเมืองหนึ่งกลับสู่การเลือกตั้งอีกครั้งใช่หรือไม่ งบประมาณ 4,000 ล้านบาทที่ต้องสูญเสียไป นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล้ารับผิดชอบหรือไม่ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์มีพรายกระซิบหรืออย่างไร จึงรู้ล่วงหน้าจนกล้าประกาศว่าไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
 
                      อย่างไรก็ตาม มี 7 เหตุผลที่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ไม่ควรเป็นโมฆะคือ 1.กปปส.เป็นผู้ขัดขวางการเลือกตั้ง ไม่ใช่อยู่ดีๆการเลือกตั้งล้มเหลวเอง 2.กำหนดการหาเสียงเลือกตั้ง 50 กว่าวัน เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกพรรคแข่งขันอย่างเต็มที่ 3.มีพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง 53 พรรค ไม่ใช่พรรคเดียว กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร 4.คูหาเลือกตั้งไม่ได้หันหลังออก 5.นายอภิสิทธิ์ไม่ลงเลือกตั้งแล้วจะไปรับประโยชน์จากการร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้อย่างไร 6.เงิน 4 พันล้านบาทจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เพื่อสนองความสะใจของกปปส. และ7.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากปปส. ชุมนุมโดยสงบ แล้วจะนำผลของการขัดขวางการเลือกตั้งของกปปส.มาชี้ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเสียเองนั้นไม่ได้
 
 
'พท.' จวก 'กปปส.' เลิกตีความ ยัน 'รบ.' ยังรักษาการได้
 
 
                      โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. จะให้ทีมกฎหมายไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยสถานะภาพรัฐบาลรักษาการภายหลังครบกำหนด 30 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแต่ยังไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกได้ว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าอายุรัฐบาลยังไม่หมด จะนำรัฐธรรมนูญมาตรา 127 เพียงมาตราเดียวมากำหนดไม่ได้ เพราะมาตรา 127 ใช้ในกรณีที่เหตุการณ์ปกติ แต่ขณะนี้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง
 
                      ดังนั้นถือว่ารัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะรักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรค 6 ระบุไว้ นอกจากนี้ มาตรา 181 ยังระบุชัดเจนว่า นายกฯและรัฐมนตรีต้องรักษาการจนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ไม่อยากให้กปปส.พยายามหาวิธีล้มรัฐบาลโดยทำตัวเป็นศรีธนญชัย ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง เพราะต้องดูว่าใครที่เป็นสาเหตุ อย่าสร้างบรรทัดฐานที่เลวร้ายให้กับสังคม
 
 
'พท.' เหน็บผู้ตรวจการฯส่งศาลรธน.วินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ
 
 
                      ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ส่งคำร้องของนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ว่า มองอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคนร้องน่าจะมีนัยพิเศษ ต้องถามนายกิตติพงศ์ว่าใช้สิทธิโดยสุจริตหรือไม่ เพราะคำร้องทั้ง 5 ข้อนั้นเป็นผลพวงของการขัดขวางการเลือกตั้งโดยกปปส. แทนที่จะใช้กฎหมายกล่าวโทษคนที่เป็นต้นเหตุ กลับจะร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
 
                      ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเอง ในส่วนของการทำหน้าที่เปรียบเหมือนมีใบอนุญาตขายยาแต่กลับทำเหมือนเป็นร้านโชว์ห่วย เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาร้องศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนเป็นแนวร่วมกับกปปส.ใช่หรือไม่ ทั้งๆ ที่มีเรื่องค้างอยู่มากมาย เรื่องที่ตนและพรรคเพื่อไทยร้องไปก็ไปไม่ถึงไหน การทำหน้าที่วันนี้ไม่ต่างไปจากกสม.
 
                      อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องเป็นองค์กรอิสระที่ให้ความเป็นธรรมและหาทางออกให้สังคม แต่กลับน่าจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก ขอเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการทางกฎหมายกับกปปส.ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะทำเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์มากกว่า
 
 
'เพื่อไทย' จี้ 'กกต.' ดำเนินคดี 'กปปส.' ขู่ภาคใต้จัดเลือกตั้งไม่ได้
 
 
                      นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่กกต.จัดสัมมนาหาทางออกเรื่องการเลือกตั้งที่จ.สงขลา แต่มีกปปส.จ.สงขลาไปยื่นหนังสือต่อ กกต.ว่า เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นมีลักษณะน่าจะข่มขู่ เพราะระบุว่าในภาคใต้จะจัดการเลือกตั้งไม่ได้อย่างแน่นอน ถือเป็นความผิดซึ่งหน้า ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้ตรวจสอบพบว่า กกต.ยังไม่มีการแจ้งความเอาผิดกับแกนนำกปปส.จึงทำให้เกิดกระบวนการท้าทายอำนาจของกกต.ขึ้น
 
                      ดังนั้น ขอเรียกร้องกกต.ทั้ง 5 ท่าน ให้ไปร้องทุกข์เอาผิดกับแกนนำกปปส.เพื่อไม่ให้เหิมเกริม มิฉะนั้นจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้แต่ประชาชนเองก็ยังถามมากว่าอีกทั้งเกรงใจหรือว่ารู้กันหรือไม่