ข่าว

'ปชป.'ร้องเอาผิด'แดง-ปู-พท.'กบฏ!

'ปชป.'ร้องเอาผิด'แดง-ปู-พท.'กบฏ!

07 มี.ค. 2557

'ปชป.' ยื่นหนังสือ 'ป.ป.ช.' เอาผิด 'นายกฯ-เสื้อแดง-เพื่อไทย' กบฏ ! ประกาศแบ่งแยกประเทศ พร้อมเตรียมส่ง 'ศาลรธน.' สัปดาห์หน้า อัด 'ปู' ระรื่น แต่ชาวนาฆ่าตัวตาย

 
                        7 มี.ค. 57  นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา และหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนเดินหน้ายื่นหนังสือร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันนี้ กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 คน และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เป็นตัวการสนับสนุนอีก 10 คน ในข้อหา “กบฏ” รวม 13 คน ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.พาณิชย์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. , นายอนุวัติ ทินราช แกนนำ นปช. จ.นครราชสีมา , ร.ท.ประไพ งวดศรี แกนนำ นปช. จ.ร้อยเอ็ด , นางสำเนียง คงมลปาน แกนนำ นปช. จ.สุรินทร์ , นางอัญชลี เทพวงสา แกนนำ นปช. จ.ศรีสะเกษ , นางอุบลการณ์ อมรสิน แกนนำ นปช. กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง , นางศิริลักษณ์ แสงแก้ว แกนนำ นปช. สิงห์บุรี , นายเดชธิพล วงมีมา แกนนำ นปช. จ.เพชรบูรณ์ และนายทองอยู่ พรมนำชา แกนนำ นปช. ผู้ประสานงาน 5 อำเภอตอนล่างของ จ. เพชรบูรณ์
 
                        นายวิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งใน ครม.มีหน้าที่ปฏิบัติราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยนายจารุพงศ์ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายบังคับบัญชาข้าราชการ รับผิดชอบกำหนดนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในราชอาณาจักร น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็น รมว.กลาโหม มีหน้าที่ในการกำกับโดยทั่วไป ซึ่งการบริหารแผ่นดินบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง 
 
                        นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า รวมทั้งนายจารุพงศ์ และนายณัฐวุฒิ สามารถสั่งยับยั้งการปฏิบัติราชการได้ และยังมีอำนาจในฐานะรมว.กลาโหม กำหนดนโยบายเพื่อป้องกันและรักษาความมั่นคงภายใน อีกทั้งในฐานะเป็นนายกฯ และรมว.กลาโหม มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ต้องบริหารให้ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวแบ่งแยกไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้ง 3 คนก่อนเข้ารับหน้าที่ต้องถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ แต่กลับปล่อยปละเลยเลยให้แกนนำเสื้อแดง ประกาศแบ่งแยกประเทศ ประกาศปลดศาลแพ่ง ล้มองค์กรอิสระ เตรียมตั้งเมืองหลวงที่ภาคเหนือ หรือภาคอีสานเป็นการแบ่งแยกแผ่นดิน
 
                        นายวิรัตน์ กล่าวว่า ขณะที่นายจารุพงศ์ กล่าวบนเวทีในนามพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล น้อมรับข้อเสนอของแกนนำ นปช.ไปดำเนินการต่อร่วมกับคนเสื้อแดง และยังใส่ร้ายองค์กรอิสระและตุลาการว่า ไม่มีความเลวร้ายใดที่ทำในนามของกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่มีความเป็นธรรม
 
                        "เรื่องดังกล่าวไม่ใช่วาทกรรมแต่มีความพยายามตั้งรัฐไทยใหม่ ประกาศแบ่งแยกประเทศ จัดเตรียมกองกำลัง คิดยกเลิกรัฐธรรมนูญ จึงถือว่า รมว.มหาดไทย และ รมช.พาณิชย์ ยุยงให้มีการแบ่งแยกราชอาณาจักร กระทบความมั่นคงร้ายแรง โดยมิได้ห้ามปรามแต่กลับขึ้นเวทีเสื้อแดง รับข้อเสนอในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและรมว.มหาดไทย ในรัฐบาลนี้จะนำข้อเสนอไปดำเนินการ ขณะที่นายกฯ รับทราบมีหน้าที่ในการป้องกันตั้งกรรมการสอบสวน หรือปลด รมว.มหาดไทย และ รมช.พาณิชย์ เพราะกระทำการเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่กลับปกป้องว่าไม่ได้กระทำความผิด จึงถือว่าเป็นการการปฏิบัติหน้าที่มีความผิดตามมาตรา 157 , 113 , 114 , 116 นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 คือ มีพฤติกรรมให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอีกด้วย ซึ่งจะได้ร้องศาลรธน.ให้เอาผิดกับนางสาวยิ่งลักษณ์ นายจารุพงศ์ และนายณัฐวุฒิ ในสัปดาห์หน้าด้วย"
 
 
 
 
'จุฤทธิ์' อัด 'ปู' ยิ้มระรื่น แต่ชาวนาฆ่าตัวตาย
 
 
                        นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้นายกรัฐมนตรี หยุดทัวร์ไร้บ้าน ยิ้มระรื่นในขณะที่ชาวนากำลังฆ่าตัวตายไม่ได้เงินจำนำข้าว หยุดวิจารณ์ทหารเพราะเป็นรมว.กลาโหม หากเห็นว่ามีการกระทำผิดวินัยก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่ประชดประชัน และขอให้นายกฯ เตือนตัวเองและรมต.ไม่ให้พูดซ้ำเติมสถานการณ์ แต่ตนขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับคำท้าของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เจรจาผ่านทีวีพูล เพื่อให้ประชาชนได้เห็นวิสัยทัศน์ในการหาทางออกให้กับประเทศ
 
 
 
 
ตำหนิ 'พร้อมพงศ์' กดดัน 'กกต.' ลต. 28 เขตพร้อมส.ว.ซ้ำเติมปัญหา
 
 
                        นายจุฤทธิ์ แถลงว่า ขอให้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยุติการออกมากดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยที่ชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับปัญหากระบวนการเลือกตั้ง พร้อมกับเตือนว่าการเสนอให้มีการจัดการเลือก ส.ส. ที่ยังไม่มีผู้สมัคร 28 เขตพร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะยิ่งเกิดปัญหาเพราะทำให้เกิดความสับสน ในการใช้สิทธิของประชาชน เพราะขนาดเลือก ส.ส.อย่างเดียว นายกฯ ยังหย่อนบัตรผิดหีบ อีกทั้งเชื่อว่าจะมีคนไปใช้สิทธิน้อย และจะเกิดปัญหาบัตรเสียจำนวนมาก เนื่องจากหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.จะทับซ้อนกับผู้สมัคร ส.ว.
 
                        รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ หยุดพฤติกรรมประจานประเทศไทย ด้วยการเชิญทูตมารับฟังการกล่าวหาองค์กรอิสระ โดยเกรงว่าจะซ้ำรอยยูเอ็นที่ปฏิเสธเข้ามาแทรกแซงประเทศไทย จึงคิดว่านายสุรพงษ์ จะถูกนานาชาติหัวเราะเยาะมากกว่า เพราะเป็นการแก้ผ้าวิจารณ์ประเทศตัวเองให้นานาชาติฟัง และถ้าเป็นผู้บริหารประเทศอื่นจะยอมรับโทษ ไม่ใช่กล่าวหาว่าองค์กรอิสระกลั่นแกล้ง ซึ่งหากตนเป็นนายสุรพงษ์ จะไม่เชิญทูตมาเพื่อประจานประเทศตัวเอง และถ้าจะเชิญก็ควรหารือเกี่ยวกับการระบายข้าว ไม่ใช่หวังพึ่งประเทศจีนเพียงอย่างเดียว หรือเชิญให้มาท่องเที่ยวให้เห็นว่าเราสงบไม่มีการแบ่งแยกประเทศ เพราะการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายไม่สมประกอบ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มา
 
 
 
 
'ราเมศ' ป้อง 'ป.ป.ช.' ไม่ได้คุกคามรบ.แต่ทำตามก.ม.
 
 
                        นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ระบุถึงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. เป็นการคุกคามเสรีภาพของนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องของรัฐสภาว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยระบุไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย เพราะทุกโครงการที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบาย ที่แถลงต่อรัฐสภา อยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง กับการป้องกันการทุจริต เช่น กฎหมาย ป.ป.ช. กฎหมายอาญา ไม่เช่นนั้น หากนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง เข้ามาคิดโครงการที่จะทุจริตโกงกินแล้ว แถลงนโยบายดังกล่าวต่อรัฐสภา เมื่อทุจริตแล้ว ก็จะเป็นข้อยกเว้น เพื่อไม่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งขัดหลักกฎหมายที่แท้จริงและไม่ถูกต้อง เพราะคนเป็นนักกฎหมาย อย่าพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง เพียงเพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน แต่ต้องพูดเพื่อให้คงไว้ ซึ่งหลักความถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย 
 
                        "การดำเนินการของป.ป.ช.ก็ไม่ใช่การคุกคาม แต่เป็นการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้กฎหมาย หากจะคุกคามก็คงเป็นการคุกคามเสรีภาพ ของคนที่โกงบ้านโกงเมืองมากกว่า แต่ขณะนี้กลับปรากฏชัดว่า คนที่ถูกคุกคามไม่ใช่นายกรัฐมนตรีแต่เป็น ป.ป.ช. ที่ถูกคุกคามอย่างหนักทั้งระเบิดและปืน รวมถึงมวลชนกดดัน และที่สำคัญต้องขอบคุณทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ เพื่อเพิ่มน้ำหนักพยานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเป็นการยอมรับว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรีและฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ร่วมรู้เห็นในทุกกระบวนการ"