ข่าว

ลุยโหมทักษิณ"ฟีเวอร์"ปิดเกมวัดบารมี

ลุยโหมทักษิณ"ฟีเวอร์"ปิดเกมวัดบารมี

23 มิ.ย. 2552

แม้จะยังหาตัวจับไม่ได้สำหรับ ”มือวางระเบิดข้างวัด” ใกล้กับพื้นที่ปราศรัยจ.สกลนคร ของพรรคเพื่อไทย เมื่อเย็น 20 มิถุนายนที่ผ่านมา

 แต่ต้องยอมรับว่าในยามนี้ ”แกนนำ" ตั้งแต่หัวขบวน ตลอดจนส.ส.ในค่ายเพื่อไทย ต่างเก็บอาการไม่อยู่

 ระเบิดความดีใจกับผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จ.สกลนคร กันอย่างหน้าชื่นตาบาน หลังจากผลการเลือกตั้งทิ้งห่างผู้ท้าชิงกว่า 4 หมื่นคะแนน

 เรียกว่า ”ปิดเกม" วัดบารมีระหว่าง “นายใหญ่" กับ "เนวิน ชิดชอบ" ลงได้อย่างเรียบร้อยโรงเรียนแม้ว

 ขุนพลหน้าเสื่ออย่าง "สิงห์เหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รีบออกมาแถลงตีปี๊บ ยกหาง "นาย" ทันทีที่โค่นผู้ท้าชิงได้สำเร็จ

 ขณะที่ “นายใหญ่" ก็รีบต่อสายยินดีกับส.ส.ใหม่ถอดด้ามอย่าง อนุรักษ์ บุญศล ทันทีเหมือนกัน

 นอกจากนี้ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กลุ่มอีสานพัฒนา คู่ปรับ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ก็วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งเป็นฉากๆ ทำนองว่า...

 การวัดบารมีกันงวดนี้ "เงิน" ไม่มีความหมาย

 แถมยัง "ได้ทีขี่แพะไล่" ด้วยการเหยียบ "เนวิน" ให้จมดิน ด้วยการตอกย้ำว่าประชาชนได้แสดงออกโดยน็อกคนเนรคุณ และชนะแบบขาดลอยเกือบทุกหน่วยเลือกตั้ง

 พร้อมกับยกหาง "นายใหญ่" ตามระเบียบเช่นเดียวกัน

 ที่สำคัญเพื่อไทย ณ นาทีนี้เกิดความฮึกเหิมหลายเท่าทวีคูณ ถึงขนาดคุยข่มพวก "นกสองหัว" ว่าไม่กล้าย้ายพรรคแน่
 ปรามาสยี่ห้อ "ยี้ห้อย" ซะหมดราคา !!!

 ขณะที่ด้านของ “ภูมิใจไทย“ แม้แกนนำอย่าง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรค และ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะแถลงยอมรับความพ่ายแพ้

 ก่อนโยนว่า "กระแสทักษิณ" ยังแรงเนื่องจากมีการโฟนอิน รวมถึงมีใบปลิวโจมตีที่ยังไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของใคร ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจผิด แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้สงคราม

 แถมประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่อาจชี้ขาดถึงอนาคตได้ !!!

 ว่ากันว่างานนี้ในมุมของ "ทักษิณและเพื่อไทย” ที่นอกจากจะเฮลั่นกับชัยชนะแล้ว

 ยังมองด้วยว่าจะช่วยอุดภาวะ "เลือดไหล" ได้ชะงัด

 ขณะเดียวกันการประเมินของระดับแกนนำฝ่ายยุทธศาสตร์และฝ่ายการเมืองของพรรคเพื่อไทย ยังได้วิเคราะห์ถึงชัยชนะของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ว่า...

 ไม่เพียงมีปัจจัยจากกระแสทักษิณที่ยังแน่นปึ้ก หลังทำโพลล์วัดกระแสจากของจริงมารายงานเท่านั้น

 หากยังรวมถึงการส่ง “เลือดแท้ชินวัตรเจเนอเรชั่น 2” อย่าง พายัพ-ยิ่งลักษณ์-เยาวเรศ” ซุ่มลงพื้นที่หาเสียงประกบแกนนำสายการเมือง

 อ้อนขอคะแนน ก่อนให้ "ทักษิณ” โฟนอิน หาบรรดาหัวคะแนนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน

 ขอกำลังใจพื้นที่ให้ทักษิณ-เพื่อไทยได้ยืนในสภา ต่อสู้ ”อมาตยาธิปไตย“ และกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

 เท่ากับเป็นการตอกฝาโลงช่วงโค้งสุดท้าย !!!

 ประกอบเหตุผลกับประชาชนเบื่อหน่ายกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ”ประชาธิปัตย์” ที่ยังไม่โดนใจชาวรากหญ้า
 จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ “รับแต่ไม่เลือก” ซึ่งแกนนำและส.ส.เพื่อไทยต่างระบุข้อมูลตรงกันว่า แม้อีกฝ่ายจะถล่มปัจจัยเต็มที่ แต่สุดท้ายชาวบ้านก็ "แอบเลือก" คนของพรรคเพื่อไทยในที่สุด

 ในมุมของเพื่อไทยแล้ว ”รายการแพ้ศึกสงคราม” ของค่ายภูมิใจไทยครั้งนี้ น่าจะมาจากความไม่เป็นเอกภาพภายในค่ายภูมิใจไทยเอง
 ระหว่าง "สายเนวิน" และสายของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน“ ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน

 ประกอบกับ “เนวิน” ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และย่ามใจว่า นโยบายหาเสียงก๊อบปี้ ”นายใหญ่” ตลอดจนใช้แผน "บนดิน-ใต้ดิน" แบบเต็มกำลัง

 ขนทั้งเสนาบดี-แกนนำ-ยุทธปัจจัย แต่สุดท้าย "เนวิน" ก็ยังไม่สามารถเข้าไปในนั่งอยู่ในใจรากหญ้าเท่ากับ "ทักษิณ"

 ”เนวิน” จัดการบัญชาการคุมทัพศึกเลือกต้องซ่อมเองทุกอย่าง ไล่ตั้งแต่การสร้างภาพขนขบวนรัฐมนตรีดำนา หวังเจาะฐานเสียง ไปจนถึงกวาดต้อนหัวคะแนน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ไปรายงานตัวว่าอยู่ฝั่งไหน

 ขณะเดียวกันก็ส่งระดับเสนาบดีในสังกัด ”เพื่อนเนวิน ” ไล่ตั้งแต่ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม ลงเกาะติดพื้นที่กางมุ้งนอนวัด กินนอนกับชาวบ้านในช่วงสุกดิบ

 โดยมีคีย์แมนซี้ปึ้กเนวินอย่าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รับหน้าเป็นแม่บ้าน ดูแลยุทธปัจจัยของทัพภูมิใจไทยทั้งหมด
 หลังได้รับคำสั่งจาก ”เพื่อนซี้เนวิน” ให้ออกอาวุธถล่มเพื่อไทยแบบไม่ยั้ง

 แต่กลายเป็นว่า “แพ้หมดรูปไม่สมราคาคุย”

 จนมีข่าวแว่วมาจากค่ายภูมิใจไทยว่า “เนวิน" โกรธจัด ยิ่งกว่าลมออกหู

 คงต้องจับตาดูกันอีกยาว เพราะงานนี้แม้ ”ทักษิณ-เพื่อไทย” จะชนะศึกเลือกตั้งซ่อมสกลฯ ลบคำสบประมาทและการท้าวัดบารมี ของ “เนวิน-ภูมิใจไทย” ไปได้ในยกแรก

 แต่สำหรับ “สงครามการต่อสู้ทางการเมือง” โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งครั้งใหญ่ในอนาคต

 ชัยชนะครั้งนี้อาจเป็น “ทุกขลาภ” ก็ได้

 “ฝ่ายตรงข้ามทักษิณ” ย่อมต้องหาทางหันหลับมาตั้งหลัก ก่อนจะลุยถล่มหนักกว่าเดิม

 เพราะต้องไม่ลืมว่า ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ฝ่ายทักษิณเองก็ "ทุ่มไม่อั้น" เหมือนกัน เพื่อป้องกันฐานที่มั่นตัวเองให้มั่น

 แต่กับสนามเลือกตั้งใหญ่ "เป้ากระจาย" มากกว่านี้ ทำให้โอกาสที่ "เพื่อไทย" จะรับศึกรอบทิศได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ย่อมน้อยลงเป็นเงาตามตัว

 นั่นหมายถึงว่า โอกาส "เพลี่ยงพล้ำ" ก็ยังเป็นไปได้สูง !!!
 
 ณยา ใจกาวัง