
'ผู้ตรวจฯ'ร้องศาลรธน.'ลต.โมฆะ'
07 มี.ค. 2557
มติเอกฉันท์ 'ผู้ตรวจฯ' ส่งคำร้องขอให้ 'ศาลรธน.' วินิจฉัย เลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะ
7 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 10.45 น. นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงถึงผลคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อ.ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการฯ กรณีการออกประกาศและการดำเนินการต่างๆ ของ กกต. มีผลทำให้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการจัดการเลือกตั้งที่มิได้ดำเนินการเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดกับหลักความเสมอภาค และเป็นไปโดยไม่ให้โอกาสที่ทัดเทียมกันของผู้สมัครและพรรคการเมือง และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 มาตรา 108 และมาตรา 30
โดยนายรักษเกชา กล่าวต่อว่า ผู้ตรวจการฯได้หารือและเห็นชอบร่วมกันแล้วว่า ผู้ตรวจการฯ มีอำนาจเพียงพอที่จะรับเรื่องไว้วินิจฉัยได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 244 (1) (ค) และ มาตรา 245 (1) ที่สามารถตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และเห็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายตามอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยได้ ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จึงมีมติเอกฉันท์เห็นว่า ควรส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่าการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งต่างๆ ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตามความเห็นของผู้ร้อง จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. และให้มีการดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปขึ้นใหม่ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ โดยสำนักงานผู้ตรวจการฯ ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อวาน (6 มี.ค.) ที่ผ่านมา
"ผู้ตรวจการฯ พบว่ามีมูลใน 5 ประเด็นทั้งกรณีปัญหายังไม่มีผู้สมัคร ใน 28 เขตเลือกตั้ง ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 กรณีความเสมอภาคในการจับหมายเลขผู้สมัคร และกรณีการนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วยเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทั้งที่การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ายังไม่เสร็จสิ้น เข้าข่ายขัด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. มาตรา 102 วรรคสอง รวมถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระหว่างมีการจัดการเลือกตั้ง ที่ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้สมัครรายอื่นได้"



