ข่าว

'ประจิน'เล็งแจ้งความ'โกตี๋'ติดป้ายแยกแดน

'ประจิน'เล็งแจ้งความ'โกตี๋'ติดป้ายแยกแดน

07 มี.ค. 2557

'ผบ.ทอ.'เล็งแจ้งความ'โกตี๋'ติดป้ายแบ่งแยกดินแดน ติง'สุรพงษ์'เชิญ'บัน คี มูน'คิดให้ดี

 
                       7 มี.ค.57 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ว่า วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 60 ปี ตน หวังให้แต่ละฝ่ายหันหน้ามาพูดคุย เพื่อหาหนทางปฏิบัติที่ดีให้ประเทศชาติเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนเหตุผลที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และผบ.เหล่าทัพ พบกันบ่อยในระยะนี้ เพราะอยู่ในช่วงการปรับย้ายนายทหารกลางปี จึงจำเป็นต้องพูดคุย สำหรับกรณีที่ นายกฯ นัด ผบ.เหล่าทัพ หารือการปรับย้ายนายทหารในวันนี้ ตนได้รับการประสานมาจากสำนักงานปลัดกลาโหม ซึ่งตนติดภาระกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่ได้เตรียมข้อมูลให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้รับทราบและชี้แจงแทน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทัพอากาศมีความเรียบร้อยดี เพราะมีการปรับย้าย 10 กว่าตำแหน่งเท่านั้น
 
                       ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง นำป้ายแบ่งแยกประเทศมาติดในพื้นที่ดอนเมือง พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศได้มีการประชุม ผู้แทนหน่วยประกอบด้วย กรมการข่าวสำนักงานผู้บังคับทหารอากาศ ดอนเมือง สำนักงานพระธรรมนูญ และกรมกิจการพลเรือนกองทัพอากาศ เพื่อรวบรวมหลักฐานและวิเคราะห์ข้อมูลที่ปรากฏ นำไปเรียนส่วนที่เกี่ยวข้องคือ ตำรวจ ว่ามีส่วนใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย และต้องดำเนินการในฐานะที่เรามีบทบาทด้านความมั่นคง
 
                       เมื่อถามว่า กองทัพอากาศจะแจ้งความดำเนินคดีกับ นายโกตี๋ เป็นคนละส่วนกับที่กองทัพบกแจ้งความใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ถ้าเข้าข่ายและเป็นสิ่งที่เราเผชิญเหตุก็เป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการเช่นเดียวกับกองทัพบก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมาย จากนั้นจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเป็นผู้ดำเนินการเอง หรือให้กองทัพอากาศไปแจ้งความดำเนินการ
 
                       ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ พยายามดึงต่างชาติ เช่น นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เข้ามายุ่งเกี่ยวและกดดันการทำงานขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมของไทยนั้น พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ต้องคิดให้ดี เพราะเป็นปัญหาที่แก้ไขกันได้เองภายในประเทศ หากดำเนินการด้วยคนของเราเองน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ การเชิญนายบัน คี มูน เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นสิ่งที่น่าจับตามองและต้องดูว่า แนวทางการปฏิบัติของ นายสุรพงษ์ เป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ คงต้องปรึกษาหารือกันก่อน หากต่างคนต่างพูดจะไม่เหมาะสม ต้องรอให้ได้ขอสรุปและจะแจ้งให้ทราบพร้อมนำเรียนรัฐบาล
 
                      ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.อ.ประจิน เดินทางไปเป็นประธานบำเพ็ญกุศล ทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดเชียงทอง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามคำเชิญของกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยก่อนการเดินทางได้ระบุว่า ทั้งตนได้เชิญอดีตผู้บังคับชาการกองทัพอากาศไปร่วมพิธีทอดผ้าป่าครั้ง อาทิ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ พล.อ.อ.กันต์ พิมานทิพย์ พล.อ.อ.มล.ศิริพงษ์ ทองใหญ่ พล.อ.อ.อมร แนวมาลี พล.อ.อ คงศักดิ์ วันทนา พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ 
 
                       อย่างไรก็ตาม การเดินทางในครั้งนี้จะถือโอกาสไปตรวจเยี่ยมผู้ช่วยทูตทหารอากาศของไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางไปทอดกฐินในวันนี้ พล.อ.อ.ประจิน จะถือโอกาสทำบุญเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 60 ปี
 
 
 
 
"สุรพงษ์"แจงเชิญ"ยูเอ็น"มาไทยไม่เป็นการแทรกแซง
 
 
                       เมื่อเวลา 09.45 น.นายสุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส.ลาราชการ 3 วัน เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ทราบจากข่าวว่า ท่านลา 3 วันไปสิงคโปร์ โดยวันนี้จะประเมินสถานการณ์ เพื่อสรุปว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะคงไว้หรือไม่ แล้วนำเรื่องเสนอให้นายกฯรับทราบ ถ้านายกฯ เห็นชอบก็นำเข้า ครม.ต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ติดตามการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.เท่าที่รู้จักกันเห็นว่า นายสุเทพเป็นบุคคลน่าสงสาร และกำลังป่วยน่าจะไปหาหมอ อาการออกชัดเจน อาจจะเครียด เพราะมีคดีความเยอะ บางคดีถึงขั้นประหารชีวิต นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องที่นายสุเทพเรียกร้องไม่มีข้อกฎหมายรองรับ จินตนาการขึ้นมาเอง
ส่วนกรณีที่นายสุเทพประกาศว่า การชุมนุมกปปส.จะได้รับชัยชนะก็ต่อเมื่อ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีของรัฐบาล นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าป.ป.ช.หรือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอะไรมา สังคมโลกเขาจับตามองอยู่ การตัดสินโดยขบวนการที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ให้ความยุติธรรมเลย ป.ป.ช.หรือศาลรัฐธรรมนูญต้องรับกับสิ่งที่ต่างชาติประณาม เพราะเป็นการตัดสินเข้าข้างพวกตัวเอง อย่างที่นายสุเทพประกาศ วันนี้นายสุเทพประกาศอย่างนั้นยืนยันอยู่แล้วว่า กลุ่มของนายสุเทพ มีศาลรัฐธรรมนูญ มีป.ป.ช.เป็นพวก ฉะนั้นสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องทำคือ ตัดสินทุกอย่างให้เป็นกลางเพื่อแก้ตัวในสิ่งที่เคยผิดพลาด ดังนั้น โปรดคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินอะไรออกไป เมื่อนายสุเทพประกาศอย่างนี้ทุกคนจับตามอง
 
                       นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มคปท.เคลื่อนไหวไปสถานทูตต่าง ๆ นั้น ยิ่งทำให้เขาตื่นตัวและเข้าใจ และการที่ตนจะเชิญทูตมาชี้แจงสถานการณ์ถึงแนวทางการล้มรัฐบาลโดยขบวนการรูปแบบใหม่ หรือรูปแบบซ้ำเดิม ที่นายสุเทพกับพวกจะใช้ยิ่งจะประจักษ์ แก่สังคมโลกง่ายขึ้น ก็ขอขอบคุณคปท.ที่ไปบุกหน้าสถานทูต ส่วนความคืบหน้าการขอให้ นายบัน คี มุน เข้ามาเป็นตัวกลางการเจรจานั้น หลังจากที่นายบัน คี มุน กลับจากแอฟริกาคงติดต่อกลับมา 
 
                       เมื่อถามว่า ผบ.ทอ.ไม่เห็นด้วยที่จะให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองว่าต่างชาติมาแทรกแซง หรือเป็นกิจการภายใน เป็นเรื่องประชาธิปไตย เราให้เพียงให้มาชี้แนะ เราต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เลขายูเอ็นเดินทางไปทั่วโลกที่ประสานให้เกิดความปรองดอง ประเทศเราต้องการคนที่จะมาช่วยสมานฉันท์ ตนเชื่อว่า ถ้าเลขาฯยูเอ็นเข้ามานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายสุเทพก็ต้องยอมรับ
 
                       ส่วนกรณี ผบ.ทบ.และผบ.ทอ.ไม่สบายใจกรณี นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ ติดป้ายแบ่งแยกประเทศ ที่อยากให้ ศรส.นำเรื่องมาดำเนินการ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เราก็ต้องเอาเข้ามาพิจารณา เมื่อมีใครทำผิดหรือมีข้อกังขาเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต้องดำเนินการตามกฎหมาย และจะกำชับผบ.ตร.ให้ดูเหตุการณ์แบบนี้จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเท่าที่ติดตามตำรวจสันติบาลไม่พบข้อมูลตามที่กล่าวหา แต่อยากให้ตำรวจเชิญนายโกตี๋มาชี้แจง เพื่อให้เกิดความสบายกับหลายฝ่าย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่ถูกหยิบยกขึ้นมานี้ กปปส.พยายามนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหว แต่ตนยืนยันว่า คนไทยทุกคนไม่ใครอยากแบ่งแยกดินแดน 
เมื่อถามว่า การขึ้นป้ายลักษณะแบบนี้ในพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถือเป็นความผิดมากกว่าปกติหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนวิเคราะห์จากป้ายที่เขามาติดเขาก็บอกว่า “ถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ กูก็ไม่อยู่ร่วมแผ่นดินกับพวกมึง” เขาชัดเจนว่า เขาไม่อยู่พวกนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าแบ่งประเทศไทย เพราะทุกคนเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ประเทศอื่น เช่น เวียดนามเหนือ-ใต้ เยอรมันตะวันตก-ออก เป็นต้น
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องปรามคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เราไม่ต้องปรามหรอก การที่นายกฯ ผบ.ทบ.ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ออกมาพูดผ่านสื่อ เชื่อว่า คนไทยไม่ว่ากลุ่มใด อยากให้ทุกคนใช้สติวิเคราะห์ว่าอันไหนถูกผิด ถ้าคนไทยหันมาใช้สติในการยั้งคิดประเทศไทยก็ก้าวพ้นวิกฤติได้ และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะไปสู่การปฏิวัติ นายกฯ ได้พบผู้นำเหล่าทัพก็ชัดเจน และการสัมภาษณ์ของผบ.ทบ.ก็ชัดเจนว่า ไม่ปฏิวัติ ท่านยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ท่านต้องการเห็นการเลือกตั้ง และการปฏิรูปก็ทำต่อไปได้ ควรรับฟังทุกฝ่าย วันนี้รัฐบาลได้ยินได้ฟังแน่นอน นอกจากปฏิรูปการเมือง ตำรวจ อย่างที่กปปส.เรียกร้องแล้ว ก็ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ ภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจไม่ซื่อตรง ให้สินบนข้าราชการ ต้องปฏิรูปทุกด้าน 
ผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาล นายสุรพงษ์ กล่าวว่า อย่าไปแบ่งว่ารัฐบาล หรือกองทัพ เพราะกองทัพ ตำรวจ เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ทุกคนเป็นข้าของแผ่นดิน ต้องสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้