
'มาสู้แล้ว ไม่กลัว'เสียงเล็กๆสวนลุมพินี
'มาสู้แล้ว ไม่กลัว' เสียงเล็กๆจาก..สวนลุมพินี : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
"สวนลุมพินี" กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" แกนนนำ กปปส. ประกาศยุบรวมเวทีมาอยู่ที่นี่ ถนนราชดำริกลายเป็นถนนคนเดิน คับคั่งไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ขณะที่มวลชนจากทุกเวทีต่างมาปักหลักจับจองพื้นที่กางเต็นท์แบ่งโซนเป็นหมู่บ้านต่างๆ โดยรอบพื้นที่สวนสาธารณะกว่า 300 ไร่
ภายในสวนลุมพินี แม้จะร่มรื่น ไม่ร้อนระอุ แต่ก็ยังไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ หลายสิบคน ซึ่งติดตามพ่อแม่ผู้ปกครองมาร่วมชุมนุมกินอยู่หลับนอนที่นี่ มุมเล็กๆ ริมน้ำใต้ร่มไม้ใหญ่บริเวณเกาะลอย เป็นเสมือนบ้านหลังใหม่ของ "มะเปาซัน ดาโอ๊ะ" เด็กชายวัย 14 ปี นั่งอยู่บนรถเข็น ซึ่งขาและแขนทั้งสองข้างดามเหล็กไว้ภายใน ส่วนส้นเท้าซ้ายของเขาหายไป จากเหตุลอบวางระเบิดรถไฟสายยะลา-สุไหงโก-ลก ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 ระหว่างที่เขาและน้องชายฝาแฝดไปรับจ้างช่วยขนสัมภาระบนรถไฟวันละ 200 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว
"มะเปาซัน" เดินทางด้วยรถไฟพร้อมกับน้องชายฝาแฝด แม่ และพ่อเลี้ยง รวม 4 ชีวิต มาร่วมชุมนุมกับ "ลุงกำนัน" ตั้งแต่เวทีราชดำเนิน จนมาถึงเวทีลุมพินี ทุกๆ วัน "มะเปาซัน" จะชอบดูถ่ายทอดสดตอนลุงกำนันขึ้นปราศรัยบนเวที ส่วนเวลากลางวันจะเข็นรถคู่กายตระเวนสำรวจไปตามหมู่บ้าน ซุ้มต่างๆ ของมวลชน กปปส. โดยไม่มีท่าทีหวั่นกลัวเหตุร้ายใดๆ
“ผมไม่กลัว จะมาสู้แล้วไม่กลัว ผมโดนมาแรงแล้ว กังวลแต่เรื่องที่ผมไม่ได้เงินเยียวมา 5 เดือนแล้ว" มะเปาซัน บอกด้วยรอยยิ้มเศร้า
กว่า 1 ปีที่ผ่านมา "มะเปาซัน" ได้เงินเยียวยาตลอดชีพเดือนละ 3,000 บาท โอนเข้ามาในบัญชีทุกเดือน แต่ช่วง 5 เดือน ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ทางการอ้างว่า เพราะปัญหาการเมือง ทำให้ครอบครัวตัดสินใจมาร่วมชุมนุมกับม็อบลุงกำนัน อยากให้ช่วยทวงเงินเยียวยา และอยากให้แม่มีเงินทุนเปิดร้านขายของ หนุ่มน้อยวัย 14 ยังเผยความฝันอีกว่า อยากทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รถไฟ แค่คอยโบกธงให้สัญญาณรถไฟก็ยังดี
ด้าน “สุวิทย์ นนท์เถื่อน” มวลชน กปปส.ภูเก็ต เพื่อนร่วมการชุมนุมตั้งแต่เวทีปทุมวัน คอยช่วยเหลือดูแลครอบครัวของ "มะเปาซัน" ยอมรับว่า เห็นน้องเป็นแบบนี้ แล้วยังมาสู้เพื่อชาติ มาร้องเรียนเรื่องเงินเยียวยา เพราะรัฐบาลไม่ช่วยเหลือ พวกเราพยายามช่วยเหลือเขาเท่าที่ทำได้
ส่วนบริเวณเต็นท์หมู่บ้านราชประสงค์ “วิภารัตน์ วุฒิศักดิ์” คุณแม่วัย 30 ปี พา “น้องซี” ลูกชายวัยขวบเศษ ขึ้นรถไฟจากทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช มาให้กำลังใจสามี ที่เป็นการ์ดอาสาอยู่เวทีปทุมวัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้ชีวิตอยู่กับลูก หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนย้ายมาปักหลักที่สวนลุมพินี
"วิภารัตน์" บอกถึงสาเหตุที่ต้องพาลูกมาด้วยว่า ลูกชายยังกินนมแม่อยู่ และไม่กินนมกระป๋อง จึงฝากใครดูแลไม่ได้ พอดีช่วงนี้ปิดกรีดยางราว 3 เดือน จึงมาร่วมชุมนุมและให้กำลังใจสามีที่เป็นการ์ดอาสา และอยากให้ชนะเร็วๆ จะได้กลับบ้าน
“ตอนที่อยู่ราชประสงค์ เคยได้ยินเสียงระเบิด รู้สึกตกใจกลัว และมีญาติโทรมาให้พาลูกชายกลับบ้าน ส่วนเพื่อนมวลชนที่อยู่ใกล้ๆ กันก็เป็นห่วง บอกให้พาลูกกลับบ้าน แต่บ้านอยู่นครฯ พอย้ายมาที่เวทีลุมพินี ก็กลัวนะ แต่รู้สึกว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยกว่าที่ราชประสงค์" วิภารัตน์ บอกด้วยรอยยิ้ม
ถัดมาบริเวณหน้าเวทีปราศรัย “น้องเนย” วัย 3 ขวบ กำลังนั่งเล่นอยู่ มีป้าซึ่งเป็นแม่ค้าขายพลาสติกปูพื้นคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ โดยยอมรับว่า ไม่มีใครดูแลน้อง จึงพามาในพื้นที่ชุมนุม และเชื่อว่าที่นี่มีระบบดูแลความปลอดภัยที่ดี
ไม่ต่างจาก "น้องวิว” รัตนกร บุญนิที เด็กหญิงช่างพูดวัย 8 ขวบ เธอไม่ได้เรียนหนังสือ โดยสารรถไฟมาจากสุราษฎร์ธานีกับพ่อ 2 คน มาถึงเวทีปทุมวันตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2556 ปักหลักกินนอนในม็อบมาเกือบ 3 เดือนแล้ว
"น้องวิว" เปิดแผงหนังสือให้ผู้ร่วมชุมนุมอ่านฟรี หรือจะเอากลับไปอ่านที่บ้านก็ได้ เธอเรียกพื้นที่เล็กๆ นี้ว่า "ห้องสมุดน้องวิว" หนังสือส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือการ์ตูน และหนังสือธรรมะ โดยมีเพื่อนต่างวัย "น้องหลิน" วัย 3 ขวบ มาช่วยดูแลห้องสมุดแบกะดินแห่งนี้
"เริ่มแรกมีผู้ใหญ่ใจดีเอาหนังสือมาให้ เขาเห็นหนูอยู่ว่างๆ เลยเอาหนังสือมาให้อ่าน พอหนังสือเยอะขึ้นหนูก็เอามาให้คนอื่นอ่านฟรี ใครจะเอากลับไปอ่านที่บ้าน หรือเอาไปเลยก็ได้" น้องวิว บอกถึงที่มาของหนังสือ
เมื่อถามถึงความไม่ปลอดภัยอันตรายจากการลอบยิงหรือลอบวางระเบิดที่เคยเกิดขึ้นที่แยกราชประสงค์ "น้องวิว" ตอบทันทีว่า "ไม่กลัว ต้องมีสติ" พร้อมยกตัวอย่างตอนที่เกิดเหตุชุลมุน มวลชนล้อมจับ "หมวดเจี๊ยบ" ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต เธอเล่าว่า เป็นคนบอกให้ทุกคนนั่งให้หมด มวลชนอย่าไปทำร้ายเขา เพราะถ้าไปทำร้ายเขาจะเป็นข่าวไม่ดีกับพวกเรา
ด้านการ์ดหนุ่มใหญ่วัย 48 รายหนึ่ง ย้ายมาจากเวทีปทุมวัน มารับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน้าเวทีปราศรัยที่สวนลุมพินี ยอมรับว่า รู้สึกเป็นกังวลในสมรภูมิที่นี่ เพราะลักษณะคล้ายหลุมที่โอบล้อมด้วยตึกสูง แตกต่างจากสมรภูมิที่เวทีปทุมวัน อาจมีช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกันพื้นที่สวนลุมพินียังเป็นที่พักอาศัยของคนไร้บ้าน มิจฉาชีพจากทั่วกรุงเทพฯ คงต้องเฝ้าระวังปัญหานี้เป็นพิเศษ
กรณีมวลชนนำเด็กเล็กมาร่วมชุมนุมด้วยนั้น การ์ดหนุ่มรายเดิมยอมรับว่า คงห้ามกันไม่ได้ แต่จะพยายามเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด?!!
.................
(หมายเหตุ : 'มาสู้แล้ว ไม่กลัว' เสียงเล็กๆจาก..สวนลุมพินี : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



