ข่าว

เข้าใจวิถีอาหรับเพื่อการติดต่อเชิงธุรกิจ(3)

เข้าใจวิถีอาหรับเพื่อการติดต่อเชิงธุรกิจ(3)

07 มี.ค. 2557

เข้าใจวิถีอาหรับเพื่อการติดต่อเชิงธุรกิจ(3) : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์

          การติดต่อสื่อสารและการทำให้คนอื่นเข้าใจและยอมรับในตัวคนสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ถือเป็นเรื่องที่ยากพอควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ผู้พูดและผู้ฟังหรือคู่สนทนามีแนวทางและวัฒนธรรมการแสดงออกที่แตกต่างกัน ปัญหาความแตกต่างเหล่านี้เห็นได้ชัดระหว่างกรณีต่างชาติกับชาวอาหรับ ซึ่งบ่อยครั้งทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในวัฒนธรรมของแต่ละฝ่าย จนบางครั้งทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจกัน รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ดี ไม่ซื่อตรง ไม่น่าคบหา เป็นต้น

          คนอาหรับมีนิสัยช่างพูดช่างคุย พูดย้ำไปย้ำมา ตะโกนเสียงดังเมื่ออยู่ในอารมณ์ตื่นเต้น ชอบแสดงอากัปกิริยาท่าทางหรือชี้มือชี้ไม้ในขณะพูด ในประโยคสนทนาระหว่างกันมักจะสอดแทรกด้วยคำสาบาน (Oath) อยู่เสมอๆ เช่น ‘ผมสาบานต่อพระเจ้า’ เพื่อยืนยันในสิ่งที่พวกเขาพูดว่าเป็นความจริงหรือให้ความสำคัญในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จากอากัปกิริยาและลักษณะการพูดคุยดังกล่าวบางครั้งทำให้คนต่างชาติอย่างเราไม่อาจแยกแยะได้ว่าพวกเขา (คนอาหรับ) กำลังสนทนากันตามปกติหรือกำลังมีปากเสียงกัน

          ในกรณีที่เราพูดกับคนอาหรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และพูดครั้งเดียวหรือไม่ได้พูดเน้นย้ำอยู่เรื่อยๆ ในสิ่งที่ต้องการสื่อกับพวกเขา บางครั้งก็อาจทำให้คนอาหรับไม่แน่ใจว่าเราหมายความอย่างที่พูดจริงหรือไม่ จากนั้นเขาก็มักจะถามย้ำว่า “คุณหมายความอย่างที่พูดจริงหรือ” หรือไม่ก็จะถามว่า “มันเป็นความจริงหรือ” ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เราพูด เพียงแต่ต้องการให้เราพูดย้ำๆ และตอบว่า “ใช่” สักสองสามครั้งอย่างหนักแน่นเพื่อยืนยันให้ชัดเจนก็เท่านั้นเอง

          คนอาหรับจะมีความอดทนอดกลั้นสูงกับเสียงรบกวนและเสียงพูดแทรกในระหว่างการพูดคุยโต้แย้งหรือทะเลาะกัน การพูดพร้อมกันหลายคนในเวลาเดียวกันโดยต่างฝ่ายต่างพยายามตะโกนหรือเปล่งเสียงให้ดังกว่าคนอื่นๆ สลับการแสดงท่าทางข่มขู่ (หรือล้อเล่น) ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อคนอาหรับมีปากมีเสียงกัน และที่ขาดไม่ได้คือ “ไทยมุง” ที่มักจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอมระหว่างฝ่ายต่างๆ

          การพูดเสียงดังของชาวอาหรับ จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ความรู้สึกของผู้พูดในประเด็นที่เขาต้องการสื่อเสมอไป แต่เป็นเพียงการแสดงเพื่อหวังผลดึงดูดความสนใจและสร้างความน่าตื่นเต้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง

          อย่างไรก็ตาม การพูดเสียงดังและพฤติกรรมเอะอะโวยวายของคนอาหรับก็มีขอบเขตเหมือนกัน กรณีอย่างนี้มักเกิดระหว่างคนรุ่นราวคราวเดียวกันหรือมีสถานะทางสังคมใกล้เคียงกัน พูดอีกอย่างคือมักไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนต่างวัยหรือระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เพราะวัฒนธรรมอาหรับให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสเป็นสำคัญ พวกเบดูอิน (Bedouins) และคนอาหรับในซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย ค่อนข้างจะพูดเบาและนุ่มนวลกว่าอาหรับอื่นๆ อย่างน้อยๆก็ในวงหารือหรือถกเถียงกันในแบบที่เป็นทางการ

          คนอาหรับเชื่อว่าคำพูดนั้นมีพลังในตัวของมันเอง ซึ่งบางครั้งมันอาจส่งผลตามมาในภายหลัง การสนทนาของคนอาหรับมักจะมีคำขอพรคำอวยพรอยู่เสมอๆ เช่น ขอให้ประสบแต่ความดี ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เป็นต้น การใช้คำสบถ การสาปแช่ง และคำพูดลามก ถือเป็นเรื่องที่รุนแรงมากสำหรับคนอาหรับ เพราะพวกเขาเชื่อในพลังแห่งคำพูด พวกเขากลัวว่าคำสบถคำสาปแช่งจะนำมาซึ่งเคราะห์ร้ายและสิ่งที่ไม่ดีในชีวิต เพียงแค่พูดหรือเอ่ยมันออกมาจากปาก

          ในบางครั้งคนนอกหรือคนต่างชาติที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับความเชื่อดังกล่าว อาจทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้คนอาหรับไม่พอใจได้ เช่น เมื่อเพื่อนอาหรับของเราซื้อรถคันใหม่ อย่าแสดงความอิจฉาริษยา แม้จะเป็นการล้อเล่นก็ตาม แต่ควรอวยพรว่า “ขอให้ท่านขับขี่อย่างปลอดภัย” หรือเมื่อเพื่อนอาหรับของเราย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ก็ให้อวยพรว่า “ขอให้อยู่ที่นี่อย่างมีความสุข” เมื่อพบลูกของใครก็ตาม ก็อวยพรให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง หรือไม่ก็ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกเขา

          ในอีกด้านหนึ่งหากเราไม่กล่าวคำอวยพรก็จะเป็นเรื่องที่เสียมารยาทในสายตาของชาวอาหรับ เหล่านี้คือการแสดงออกทางวาจาของคนอาหรับที่เชื่อในพลังแห่งคำพูด