
ฝ่าต้นทุนพลังงานแพงปี 57
07 มี.ค. 2557
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ธุรกิจเตรียมรับศึกหนัก...ฝ่าต้นทุนพลังงานแพงปี 57 : โดย...ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
แรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจไทยในปี 2557 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในส่วนของน้ำมัน แม้ราคาตลาดโลกจะมีสัญญาณอ่อนตัวลง แต่ทิศทางราคาน้ำมันในประเทศอาจไม่ได้ปรับลดลงตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคขนส่ง ล่าสุดถูกตรึงไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร และมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับนี้ต่อไปหรืออาจปรับสูงขึ้นได้หากเป็นไปตามแผนการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตที่จะต้องกลับมาทยอยเก็บภาษีน้ำมันดีเซล
ค่าไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งในต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจที่ต้องปรับขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง เนื่องจากก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่ลดน้อยลงทำให้ไทยจำเป็นต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งนี้ ราคานำเข้าแอลเอ็นจี สูงกว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติในประเทศเกือบเท่าตัวและอาจยิ่งสูงขึ้นในภาวะเงินบาทอ่อนค่าเช่นปัจจุบัน
สำหรับราคาก๊าซแอลพีจี แม้ปัญหาทางการเมืองจะทำให้แนวโน้มการปรับขึ้นราคาทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่งอาจล่าช้าออกไป แต่ความจำเป็นของไทยในการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจี ทั้งระบบให้สอดคล้องกันจะทำให้มีโอกาสที่ราคาแอลพีจี จะต้องปรับขึ้นในระยะข้างหน้า ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าอาจยิ่งทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น
ราคาพลังงานที่ขยับสูงขึ้นข้างต้น วิจัยกรุงศรีเห็นว่ามีแนวโน้มจะกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในวงกว้างจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ทั้งนี้ จากการพิจารณาโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมที่สำคัญ โดยใช้ข้อมูล Input-Output Table ล่าสุด เพื่อประมาณการผลกระทบจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน (น้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ) ทุก 1% ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงต้นทุนโดยรวมของธุรกิจ/อุตสาหกรรม (ทั้งต้นทุนทางตรงและทางอ้อม) สามารถจำแนกกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบได้ดังนี้
1.ธุรกิจ/อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงและอยู่ในภาวะที่ต้อง “เฝ้าระวัง” จะเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะมีต้นทุนโดยรวมปรับสูงขึ้นมาก รวมทั้งเป็นอุตสาหกรรมที่มาร์จินต่ำและมีข้อจำกัดในการผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ซื้อ เนื่องจากเป็นธุรกิจ/อุตสาหกรรมที่มีภาวะการแข่งขันสูง อาจทำให้มาร์จินยิ่งบาง ได้แก่ ธุรกิจขนส่ง คลังเก็บสินค้า บริการทางการเกษตร อุตสาหกรรมแก้วและผลิตภัณฑ์แก้ว กระเบื้อง ผลิตภัณฑ์พลาสติก และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
2.ธุรกิจ/อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ผลกระทบน่าจะถูกลดทอนลงจากความสามารถผ่องถ่ายภาระต้นทุนบางส่วนไปยังผู้ซื้อ/อุตสาหกรรมต่อเนื่อง จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ได้แก่ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ปูนซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า รวมทั้งธุรกิจบริการที่ไทยยังมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม
จากความจำเป็นในการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ จะมีผลให้ต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจไทยขยับเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป จึงมีความสำคัญยิ่งที่ภาคธุรกิจจะต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิตให้พึ่งพาการใช้พลังงานน้อยลง หรือปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตโดยรวม
-----------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ธุรกิจเตรียมรับศึกหนัก...ฝ่าต้นทุนพลังงานแพงปี 57 : โดย...ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา)



