
'ผบ.ตร.'สั่งทุกพื้นที่คุมเข้ม'อบายมุข'
06 มี.ค. 2557
'ผบ.ตร.' เน้นย้ำทุกพื้นที่ดูแล 'อบายมุข' ห่วงเยาวชนตกเป็นเหยื่อ-กระทำผิดเองช่วงปิดเทอม เผยยังไม่พบขบวนการแบ่งแยกดินแดน โยนเนรเทศ 'สาธิต' ให้ สตม.ดูตามขั้นตอน
6 มี.ค.57 พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมโดยทั่วไปอยู่สภาวะเรียบร้อย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประชุมผู้บัญชาการเหตุการณ์ในจุดสำคัญ เช่น สวนลุมพินี แจ้งวัฒนะ เพื่อวางแนวทางการปฏิบัติ รับทราบแนวทางการทำงาน โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์ได้รายงานข้อมูลการเตรียมกำลัง การเตรียมความพร้อม แผนการดำเนินการ รวมทั้งข้อมูลบุคคลที่เฝ้าจับตา จุดสูงข่ม ข้อมูลการตั้งด่านตรวจความมั่นคงโดยรอบ ผบ.ตร.ได้กำชับให้การวางกำลังต้องสอดคล้องสถานการณ์ ไม่ไกล้ ไม่ไกลจนเกินไป ในช่วงกลางวันให้ใช้ตำรวจจราจรเสริม กองกำลังทหารมีการชี้แจงจัดชุดปฏิบัติการมวลชน วางกำลังร่วมตำรวจใกล้ชิด การบริหารเหตุการณ์ให้เป็นไปอย่างเอกภาพ บูรณการ แผนใช้กำลังชัดเจนให้พื้นที่มีความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุให้เข้าพืนที่ได้เร็วที่สุดรวมทั้งการบริการประชาชนต้องประสานแกนนำ ทหาร วางมาตรการร่วมกันมีช่องทางสื่อสารชัดเจน
พล.ต.อ.อนุชา กล่าวอีกว่า การประชุมบริการ ผบ.ตร.เน้นย้ำว่าแม้ในช่วงที่มีการชุมนุม จะต้องให้มีการพัฒนาด้านต่างๆอยู่เสมอ ฝึกอบรมข้าราชการตำรวจทุกสายงาน ด้านกายภาพต้องพัฒนาให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับสภาพอาชญากรรมเดือนกุมภาพันธ์ไม่ต่างเดือนมกราคมที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสังเกตุคือคดีปทุษร้ายต่อทรัพย์ ก.พ.ที่ผ่านมาเหตุเพิ่ม ร้านทองเกิดเหตุช่วงกลางเดือน -ปลายเดือน ธนาคารจะเกิดช่วงก่อนปิดทำการ สั่งทุกหน่วยให้ศึกษาแผนประทุษกรรม ทำแผนซักซ้อมแผนให้ถึงจุดเกิดเหตุได้เร็ว
"ผบ.ตร. ย้ำว่า งาน 3 ด้าน ต้องทำควบคู่กันไปคือ งานปกติ งานเฉพาะหน้า งานพัฒนาหน่วย และเน้นการป้องกันอาชญากรรม 4 ด้าน งานสายตรวจ การจัดสภาพแวดล้อมปลอดภัย ไฟส่องสว่าง ซีซีทีวีต้องเพียงพอ ส่งเสริมความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมจากประชาชน อาสาสมัคร ให้แต่ละสถานีให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกเดือนต่อเนื่อง จับอาชญากรรมคดีค้างเก่า ผบ.ตร.ยังเป็นห่วงเรื่องอบายมุขต่างๆ ช่วงปิดเทอมเด็กมีเวลาว่างอาจจะตกเป็นเหยื่ออาชญากรร หรือเป็นผู้ก่ออาชญากรรมเสียเอง พร้อมสั่งให้ให้กองตรวจสอบภายใน จเรตำรวจลงไปตรวจสอบข้อสั่งการว่าแต่ละหน่วยได้ทำตามที่สั่งการหรือไม่ ในเรื่องการจัดโรงพักให้สะดวกในการบริการประชาชน การจัดเก็บของกลาง ระบบฐานข้อมูลอาญชากรรมในพื้นที่ รวบมทั้งการอบรมผู้ใต้บังคับบัญชา" รองโฆษกตร. กล่าว
'ผบ.ตร.' เผยยังไม่พบขบวนการแบ่งแยกดินแดน โยนเนรเทศ 'สาธิต' ให้ 'สตม.' ดูตามขั้นตอน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการแบ่งแยกดินแดนจัดตั้งสปป.ล้านนาว่า ขณะนี้จากการข่าวของสันติบาลยังไม่ยืนยันว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งก็ต้องติดตามตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีที่มีการติดป้ายผ้าแบ่งแยกประเทศ หรือ จัดตั้ง สปป.ล้านนา ขึ้นในหลายพื้นที่นั้นก็ดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตำรวจได้มีการรับแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน แต่หลักฐานยังไม่ชัดเจน หรือ ชี้ชัดไปถึงตัวผู้กระทำผิด
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า กรณีของการเนรเทศ นายสาธิต เซกัล ประธานกลุ่มประชาคมสีลมและนายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย หลังศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ลงนามเนรเทศออกจากประเทศไทย โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้รับทราบว่า ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เสร็จสิ้นแล้ว โดยขั้นต่อไปเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนกรณีที่ นายสาธิต ยื่นถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องตรวจสอบก่อนว่า ตำรวจจะสามารถดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศได้เลยหรือไม่
'รอง ผบ.ตร.' ชี้เหตุปาบึ้ม 'ศาลอาญา-ศาลแพ่ง-ป.ป.ช.' แค่ข่มขู่
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบบหน้าคดีระเบิดในพื้นที่ต่างๆว่า ตำรวจยังเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ และพยายามหาความเชื่อมโยงคนร้ายที่ก่อเหตุแต่ละจุด ว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหรือไม่ ส่วนเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่ศาลอาญา ศาลแพ่ง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เชื่อว่า เป็นการข่มขู่ ไม่หวังเอาชีวิต โดยยังไม่สามารถระบุตัวกลุ่มที่ก่อเหตุได้ อีกทั้ง ชนิดของระเบิดที่คนร้ายใช้ที่ศาลอาญา และ สำนักงาน ป.ป.ช. ก็เป็นคนละชนิดกัน และแม้วัตถุระเบิดที่ถูกนำมาใช้ส่วนใหญ่ จะมีใช้ในราชการ แต่ก็สามารถหาซื้อได้ในตลาดมืดเช่นกัน
พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำ ให้ตำรวจทุกพื้นที่เฝ้าระวังสถานที่สำคัญของทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะเจาะจงไปที่องค์กรอิสระ แต่เพียงอย่างเดียว โดยให้พิจารณาจากการข่าวและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานทหาร เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอ



