ข่าว

'สม รังสี'ขอเรียนรู้จากการประท้วงในไทย

'สม รังสี'ขอเรียนรู้จากการประท้วงในไทย

06 มี.ค. 2557

'สม รังสี'ขอเรียนรู้จากการประท้วงในไทย : สัมภาษณ์พิเศษ โดย'สุทธิชัย หยุ่น'ประธานเครือเนชั่น

               "สม รังสี" ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษ "สุทธิชัย หยุ่น" ประธานเครือเนชั่น ชี้สถานการณ์ในกัมพูชาเลวร้ายกว่าไทย พร้อมระบุอยากเรียนรู้จากการชุมนุมประท้วงในประเทศไทย

               นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น สัมภาษณ์พิเศษนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายสมกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ในประเทศของเขาแย่กว่าในไทย และเขาต้องการเรียนรู้จากการประท้วงในไทย

               "เราต้องการเรียนรู้จากไทย เราต้องการตั้งคณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ เราต้องการมีระบบศาลยุติธรรมที่เป็นอิสระ สถานการณ์ของเราเลวร้ายกว่าในไทย" นายสม รังสี ระบุ

               นายสม รังสี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคกอบกู้แห่งชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ยืนยันว่า พรรคของเขาชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 หากการเลือกตั้งดังกล่าวดำเนินไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เขาเสริมว่า "อย่างน้อยในไทย ประชาชนก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ คนไทยสามารถจัดการชุมนุมได้ แต่ในกรุงพนมเปญไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ คน 9 คนอาจชุมนุมได้ แต่หากเกินกว่า 9 คนอาจติดคุก แล้วถ้าหากขัดขืนก็อาจถูกยิงได้"

               อย่างไรก็ตาม นายสม รังสี กล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างมากกับประเทศไทย เพราะเขาคิดว่ามีบางคนหรือบางประเทศต้องการสั่นคลอนเสถียรภาพของไทยเพื่อเป้าหมายระยะยาว การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าและอันตรายมาก

               "ผมหวังว่าคนไทย ที่ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมืองเช่นใด จะหันหน้าเข้าหากันและสร้างเอกภาพของประเทศให้แข็งแกร่ง อย่าปล่อยให้ใครมาสั่นคลอนเสถียรภาพหรือแบ่งแยกคนไทย"

               นายสุทธิชัยได้ซักถามว่า นายสม รังสี กำลังบอกว่ามีบางประเทศกำลังพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพของไทยหรือ ผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พีตอบว่า "ในกัมพูชาก็เหมือนกัน บางประเทศพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพกัมพูชา"

               เมื่อถูกซักไซ้อีกว่าเขาหมายถึงประเทศเดียวกันหรือเปล่า นายสม รังสี ตอบว่า

               "เมื่อประเทศหนึ่งมีความทะเยอทะยานหรือมีจุดมุ่งหมายกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพเพื่อให้ประเทศนั้นกลายเป็นเป้าหมาย และเมื่อประเทศนั้นอ่อนแอลง ก็จะสามารถมาควบคุมได้" นายสม รังสี ตอบแต่ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมจากนี้

               นายสม รังสี กล่าวว่า พรรคของเขาตกลงจัดตั้ง "คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อปฏิรูปการเลือกตั้ง" กับพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี เพราะ "เราต้องการหาทางออกทางการเมืองอย่างสันติ"

               เขายืนยันว่าฝ่ายค้านต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด แต่ก็ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายต้องยอมโอนอ่อนให้กันบ้าง

               "หากไม่มีการยอมให้กัน ก็ไม่สามารถที่จะเจรจากันได้" ผู้นำฝ่ายค้านระบุ

               นายสุทธิชัยถามแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาว่าจะกลับไปนำผู้ชุมนุมออกมาประท้วงตามท้องถนนอีกหรือไม่ นายสม รังสี ตอบว่า "หากการเจรจาล้มเหลว เราก็อาจทำเช่นนั้น แต่หากการเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่น เราก็จะเดินหน้าเจรจาโดยไม่เรียกร้องประชาชนให้ออกมาชุมนุมกันอีกครั้ง"

               ทั้งนี้ นายสม รังสี ได้เป็นแกนนำในการประท้วงที่มีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก โดยการประท้วงได้จัดให้มีขึ้นหลายครั้งด้วยกันในกรุงพนมเปญ อย่างไรก็ตาม ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงคนงานสิ่งทอเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และอีก 23 คนถูกจับ หลังจากนั้นสมเด็จฮุน เซน และนายสม รังสี ได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปการเลือกตั้ง

               ผู้นำพรรคซีเอ็นอาร์พี กล่าวว่า มีเครื่องชี้หลายประการว่าสมเด็จฮุน เซน อาจพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะหมดวาระลงในเดือนกรกฎาคม 2561

               "แน่นอนว่าเราอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 6 เดือน หรือภายในปีนี้ แต่เราคงไม่สามารถได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ดังนั้นเราจึงต้องมีความยืดหยุ่นและก็หวังว่าพรรคซีพีพีจะแสดงความยืดหยุ่นเช่นกัน" นายสม รังสี อธิบาย

               นายสุทธิชัยถามว่า เขาเชื่อว่าพรรคซีเอ็นอาร์พีจะชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายสม รังสีตอบว่า "แน่นอน เพราะในการเลือกตั้งครั้งก่อนเราก็เป็นฝ่ายชนะ เรามั่นใจว่าจริงๆ แล้วเราได้ที่นั่งมากกว่าพรรคซีพีพี เราได้อย่างน้อย 63 ที่นั่ง ส่วนซีพีพีได้อย่างมากสุดก็ 60 ที่นั่ง"

               ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่าพรรคซีพีพีได้ 68 ที่นั่ง ส่วนพรรคซีเอ็นอาร์พีได้ 55 ที่นั่ง และพรรคซีเอ็นอาร์พีก็ยังคว่ำบาตรการประชุมสภามาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

               นายสุทธิชัยถามนายสม รังสี ว่าหากเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะบริหารประเทศได้ดีกว่าสมเด็จฮุน เซน หรือไม่

               นายสม รังสีตอบว่า "แน่นอน เพราะประเทศนี้กำลังตกต่ำ ประชาชนไม่มีความสุข ผู้คนเป็นทุกข์เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงครอบครัวของฮุน เซน และพวกพ้อง กำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของต่างชาติ"

               นายสุทธิชัยถามต่อไปว่า สิ่งสำคัญ 3 อันดับแรกของนายสม รังสี หากเขาได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คืออะไร

               แกนนำฝ่ายค้านตอบว่า "ผมขอตอบ 3 คำว่า นิติธรรม เพราะปัจจุบันกัมพูชาไม่มีหลักนิติธรรม มีแต่หลักของการใช้ปืน หลักของการใช้เงิน และการปกครองของสมเด็จฮุน เซนกับครอบครัว ดังนั้นหลักนิติธรรมจึงต้องเข้ามาแทนที่สิ่งเหล่านี้"

               ต่อข้อถามที่ว่าเขาพร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับสมเด็จฮุน เซนหรือไม่ หากสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประนีประนอม

               นายสม รังสีตอบว่า "ฮุน เซนถามผมอีกเรื่องหนึ่งในการประชุมครั้งหลังสุดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เขาขอให้ผมเตรียมจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่เขา เขาขอให้ผมจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อปกป้องคน 3 คนแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร เขาบอกว่าประธานวุฒิสภา ประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ควรได้รับการคุ้มครองภายใต้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ปัจจุบันผู้ที่ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาคือนายเจีย ซิม ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาคือนายเฮง สัมริน ซึ่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของพรรคซีพีพีด้วย และผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีคือสมเด็จฮุน เซน"

               นายสุทธิชัยถามว่า ทำไมสมเด็จฮุน เซน จึงพูดเรื่องนี้กับผู้นำฝ่ายค้าน

               นายสม รังสีตอบว่า "ฮุน เซนอาจมองไปข้างหน้า เขาบอกผมว่าพรรครัฐบาลไม่สามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ได้ แต่พรรคฝ่ายค้านสามารถทำได้ โดยหากพรรคฝ่ายค้านเสนอร่างกฎหมายนี้ พรรครัฐบาลก็จะสนับสนุน"

               นายสม รังสี เสริมว่า "เรื่องนี้สะท้อนว่าสิ่งต่างๆ ในกัมพูชากำลังเปลี่ยนไป"

               ในตอนท้าย แกนนำฝ่ายค้านกล่าวว่าอาจเต็มใจที่จะทำข้อตกลงกับสมเด็จฮุน เซน "เพื่อประโยชน์ของกัมพูชาและเพื่อสันติภาพ"

.......................

(หมายเหตุ : 'สม รังสี'ขอเรียนรู้จากการประท้วงในไทย :  สัมภาษณ์พิเศษ โดย'สุทธิชัย หยุ่น'ประธานเครือเนชั่น )