
ศักดิ์ชัย กาย ภายใต้ 'เสื้อลายอุดมการณ์'
06 มี.ค. 2557
ขอเวลานอก : ศักดิ์ชัย กาย ภายใต้ 'เสื้อลายอุดมการณ์' : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง/ ภาพ ฐานิส สุดโต
"สถานการณ์มาถึงจุดนี้อยู่เฉยไม่ได้แล้ว คงต้องอยู่ข้างความถูกต้อง เขาต่อสู้กันมาเป็นร้อยวันแล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำแล้วว่าอะไรคือเหตุผล เราต่อสู้เพื่ออะไร..."
ในวงการช่างภาพแฟชั่น ชายร่างสูงโปร่งสวมแว่นสายตา นาม "ศักดิ์" ศักดิ์ชัย กาย บรรณาธิการนิตยสาร "ลิปส์" (LIPS) แสดงบทบาทอยู่แถวหน้า และเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเรียกร้องเขาก็พร้อมเผยตัวตนอยู่หน้าแถวผู้ชุมนุมทันที วันนี้จึงได้เห็นคนที่ประกาศตัวชัดเจนว่า "รักชาติ เทิดทูนพระมหากษัตริย์" แสดงจุดยืนอย่างเต็มภาคภูมิ สู้เคียงบ่าเคียงไหล่มวลมหาประชาชน กปปส. ตั้งแต่เริ่มจนชั่วโมงนี้ยังคงไม่ไปไหน...
บทบาทที่ใครๆ ได้เห็นทุกเมื่อเชื่อวัน มากกว่างานเบื้องหน้าบนเวทีปราศรัย ศักดิ์ชัย กาย นิยมวุ่นอยู่เบื้องหลังแล้วทำงานถนัดอย่างการช่วยหาทุนสนับสนุนด้วยออกแบบเสื้อยืดคอลเลกชั่นกอบกู้ชาติรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยระหว่างที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดแจงไซส์เสื้อภายในเต็นท์หลังเวทีชุมนุมบริเวณแยกปทุมวัน เขาหันมาเล่าถึงที่มาที่ไปของการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมวลมหาประชาชนว่า จุดยืนง่ายๆ คือความรักชาติ รักประเทศ เห็นความไม่ชอบธรรมในสังคม เห็นสถาบันถูกย่ำยี นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้นิ่งเฉยไม่ได้
"ไม่มีใครชักชวน ผมแค่เห็นว่า เราทำอะไรได้ก็ต้องทำ ก็เห็นว่าหลายๆ คนอยู่ดู ทำเฉย ไม่เลือกข้าง ผมว่าการที่เราเฉยมันเป็นการทำลายชาติมากกว่าที่จะออกมาทำอะไร อย่างที่เขาพูดๆ กัน ความดีไม่มีตรงกลาง เราไม่ใช่คนบู๊ แต่คิดว่าทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ต้องออกมาช่วย แล้วบังเอิญสิ่งที่เราทำคนส่วนมากมองเห็น ก็เลยอาจรู้สึกว่าเราทำมากกว่าคนอื่น ความจริงไม่ใช่หรอก สิ่งที่เราทำอยู่เป็นแค่สะพานกลางให้แก่ประชาชนในการมาช่วยเหลือ กปปส.หาทุนต่อสู้แค่นั้นเอง ด้วยการทำเสื้อขาย มันก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนที่อยากบริจาคช่วยแล้วก็มีของชำร่วยไป บางคนใช่ว่าจะต้องมาซื้อเสื้อๆ อย่างเดียว เพราะคนศรัทธาว่าสิ่งที่ผมทำอยู่มันเป็นการรวบรวมรายได้จำนวนมากพอสมควรในการส่งต่อ กปปส. ตรงนี้อาจจะเป็นจุดแตกต่างจากคนที่ทำอยู่" ช่างภาพแถวหน้าที่มวลมหาประชาชนเรียกติดปากว่า "พี่ศักดิ์" เท้าความเหตุผลที่ต้องเดินอยู่บนอุดมการณ์รักชาติ
หลายคน (อาจ) มองว่าเขามีตำแหน่งใหญ่เป็นฝ่ายหาทุนกู้ชาติไปแล้ว ทว่าเจ้าตัวเผย "แค่ทำตัวให้มีประโยชน์" เพราะเพียงลำพังคงไม่สามารถปฏิบัติภารกิจนี้ให้ลุลวง ภายในเต็นท์ขายเสื้อยังมีน้องๆ จิตอาสาอีกมากที่เต็มใจ ลงทุน ลงแรงช่วยกัน และไม่ใช่เพราะกระแส แต่จริงๆ แล้วตัวเองตัดสินใจไปร่วมชุมนุมตั้งแต่เวทีแรกเริ่มริมทางรถไฟสามเสน เป็นความรู้สึก "อิน" และ "ผูกพัน" ในความคิดและมุมมองที่คล้ายกันของผู้คนจำนวนมากที่ต้องการปฏิรูปประเทศ อีกทั้งต่อสู้กับระบอบที่ไม่ปกติ
พร้อมกันนี้ เขายังปฏิเสธที่จะเรียกตัวเองว่า "กปปส." แต่ยอมรับเป็นกองกำลังประชาชนคนหนึ่งที่คิดว่าทำสิ่งนี้แล้วมีประโยชน์ เพราะรายได้ที่ช่วยกันหาก็สืบเนื่องมาจากเงินทุนทำครัวถูกปิดบัญชี ทำให้ชาวบ้านที่มาร่วมชุมนุมเดือดร้อน ดังนั้นเงินจากการขายเสื้อจึงมีส่วนสำคัญไม่น้อย
"เสื้อที่ออกแบบมา มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย จากเดิมที่เราคิดทำแค่เสื้อชัตดาวน์กรุงเทพฯ เป็นสัญลักษณ์ของการมาร่วมกันต่อสู้ แล้วก็ไม่นึกว่ามันจะได้รับการยอมรับ ปรากฏว่าคนต้องการเสื้อจำนวนมาก พอเริ่มขายดีก็เลยคิดทำเสื้อรุ่นต่อๆ มา รุ่นวันแห่งความรัก รุ่นชาวนา เหมือนกับเป็นวาระที่เราทำเสื้อเพื่อคนใส่ แล้วก็มีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งเสื้อก็ไม่มีข้อความในการต่อสู้อะไรเลย เป็นเสื้อที่เราใส่ในโอกาสอะไรก็ได้ ก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องใส่อะไรที่มันวุ่นวายลงไป ทำซอฟท์ๆ ไม่ต้องด่าใคร เพราะสิ่งที่เราออกมาต่อสู้มันอยู่ในใจลึกๆ อยู่แล้ว ล่าสุดเราทำรุ่นใหม่มี 4 ลายเป็นกราฟฟิกสวยๆ ที่ผ่านมาเราสามารถหารายได้ให้เวที กปปส. 20 กว่าล้านบาทแล้ว และวันนี้ (26 ก.พ.) ก็จะเอาเงินขึ้นไปให้อีก 2 ล้าน" โต้โผจัดทำเสื้อกู้ชาติ อธิบาย
ทว่าท่ามกลางสถานการณ์คุกรุ่น ซ้ำมีมือดีก่อความรุนแรงในหลายรูปแบบ อีกทั้งภัยคุกคามจากคนเห็นต่าง ศักดิ์บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า แท้จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นดาราหรือคนมีชื่อเสียงที่จะได้รับผลกระทบ ทุกคนที่ถูกคุกคามเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าประเทศนี้ต้องการการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพราะตราบใดที่ผู้คนนิยมความรุนแรง บ้านเมืองก็จะไปไหนไม่รอด
"เราคิดไม่เหมือนกันได้ แต่ว่าในเชิงสร้างสรรค์เราก็ต้องไม่ทำลายฝ่ายตรงข้าม ดูสังคมของประเทศที่เจริญแล้ว เขาคิดต่างกัน เถียงกันในสภาได้ ไม่ลงรอยกันได้ แต่ไม่ทำลายกัน ไม่เกลียดกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องการการปฏิรูปอย่างรุนแรง เราเลือกข้างแล้วเราไปเกลียดฝ่ายตรงข้ามแบบนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่เราต้องปฏิรูปการศึกษาใหม่ว่า เราเห็นต่างได้ แต่เราต้องรักกัน ในที่สุดแล้วประเทศชาติต้องเป็นตัวตั้ง ผมคิดต่างแต่ไม่คิดเกลียดฝั่งตรงข้าม แล้วเราพยายามบอกทุกๆ คน" ศักดิ์ แสดงความเป็นห่วง
ท้ายที่สุด เขาบอกชัดเจนว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่เคยท้อ และหวาดกลัว หากกลัวก็คงไม่มา การทำงานอยู่ในที่แจ้งอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ต่อให้อยู่บ้านถึงเวลาก็ต้องตายอยู่ดี ตายแบบนี้เป็นการตายในความคิด ในความรับผิดชอบ ได้ช่วยประเทศชาติ น่าภาคภูมิใจกว่า
"กว่าร้อยวันที่ผ่านมาผมเห็นมิตรภาพ ประชาชนมีการตื่นรู้มากขึ้น รู้ว่าตัวเองมีสิทธิทางการเมืองอย่างไรบ้าง มีความรู้สึกหวงแหนประเทศไทยมากขึ้น สำนึกต่อประเทศมากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นผมมีความรู้สึกว่า เฮ้ย...เราไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้ในสังคมไทยนะ ผมไม่อยากบอกว่าให้ทุกคนมาหรือไม่มาร่วม คงไม่บอกว่ามาเถอะ ไม่ตายหรอก ทุกคนคงต้องมีวิจารณญาณของตัวเอง แต่ละคนมีภาระหน้าที่ต่างกัน ให้ดูสถานการณ์อย่างมีวิจารณญาณควรอยู่จุดไหน ช่วยอะไรได้บ้าง สถานการณ์มาถึงจุดนี้อยู่เฉยไม่ได้แล้ว คงต้องอยู่ข้างความถูกต้อง เขาต่อสู้กันมาเป็นร้อยวันแล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำแล้วว่าอะไรคือเหตุผล เราต่อสู้เพื่ออะไร..."
...และนี่คือความชัดเจนภายใต้อุดมการณ์ที่มั่นคงของคนแมกกาซีนชื่อ...ศักดิ์ชัย กาย



