ข่าว

รักเรา...ไม่เก่าเลย

รักเรา...ไม่เก่าเลย

06 มี.ค. 2557

รักเรา...ไม่เก่าเลย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-เจษปัน มาลาคุ้ม // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
                       "ไพบูรณ์" สาวอุดร เกิดในครอบครัวชาวนา ที่มีชีวิตเหมือนสูตรสำเร็จสำหรับคนจน การศึกษาน้อย ทำงานหนัก เมื่อเริ่มเป็นสาวก็แต่งงานมีครอบครัวกับคนหาเช้ากินค่ำด้วยกัน ไพบูรณ์ก็หนีไม่พ้นวงจรชีวิตเฉกเช่นเดียวกับหนุ่มสาวบ้านนา แต่งงานกับไอ้หนุ่มโชเฟอร์รถสิบล้อ ที่รักเหล้ามากกว่าเมีย ขนาดกินข้าวยังมีขวดเหล้าตั้งไว้ข้างๆ แม้จะมีลูกๆ ที่ต้องรับผิดชอบ แต่หัวหน้าครอบครัวก็ไม่สนใจ ไพบูรณ์จึงต้องเป็นเสาหลักแทน ตัดสินใจฝากลูกน้อยให้แม่ช่วยเลี้ยง เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามุ่งหน้าสู่เมืองหลวง โดยไม่เอ่ยปากบอกสามีสักคำ
 
                       เข้ามาที่กรุงเทพฯ ไปทำงานอยู่ร้านลาบก้อยของเพื่อน แต่เงินค่าแรงไม่กี่พันบาท หมดไปกับค่าใช้จ่ายที่สูงลิบลิ่วของเมืองกรุง หากอยู่ต่อไปอย่างนี้ รังแต่จะอดตายทั้งตัวเองและลูกๆ เห็นทำเลริมถนนยังพอมีที่ว่าง จึงหันมาเป็นแม่ค้าเต็มตัว ครั้งแรกทดลองขายขนมครก แต่คนกรุงไม่นิยม จึงขายฝืด ไปลองสำรวจดูที่อื่น สังเกตว่าคนกรุงชอบกินกล้วยแขก เลยไปหัดทำและมาเปิดแผงขายริมถนน ครั้งนี้มาถูกทาง ค้าขายดีมีเงินส่งไปให้ลูกเรียนหนังสือ พอทำให้ไพบูรณ์ได้กินอิ่มนอนหลับเหมือนคนอื่นเขาบ้าง
 
                       ระหว่างจากบ้านมาหลายปี สามีก็ไปเป็นอื่น เลิกกันโดยปริยาย รักที่จบลงกลับทำให้ไพบูรณ์โล่งใจ ต่อจากนี้ไม่ต้องคาดหวังอะไรจากใครอีก ก้มหน้าเลี้ยงลูกไปคนเดียวอย่างนี้ก็มีความสุขดี แต่แล้วชะตาชีวิตก็ต้องพลิกผันอีกครั้ง เมื่อถูกไล่ที่ ทำให้ท้อแท้ไม่อยากฮึดสู้อะไรอีกแล้ว "กลับบ้านไปอยู่กับลูกดีกว่า" เป็นความคิดแวบแรกของคนหมดหวัง เหมือนนกบาดเจ็บที่สุดท้ายต้องการกลับไปตายรัง
 
                       เมื่อถึงบ้านเป็นจังหวะเดียวกับทราบข่าวว่า น้องสาวที่อยู่ประเทศเดนมาร์กถูกรถชน ด้วยความเป็นห่วง ไพบูรณ์โทรสอบถามอาการน้องสาวทราบว่าแค่ขาหัก แต่เรื่องราวชีวิตกลับพรั่งพรูระบายความอัดอั้นให้น้องสาวรับรู้ ประโยคสุดท้ายที่พูดคุยวันนั้น
 
                       "หนูจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้พี่ แล้วให้พี่เดินทางมาหาหนูที่ต่างประเทศได้ไหม"
 
                       อึ้ง นิ่งเงียบงันไปอึดใจ ทั้งชีวิตอย่าว่าแต่ไปต่างประเทศเลย เครื่องบินยังไม่เคยขึ้น ในใจตอนนั้นลิงโลดอยากไป แต่ก็เกรงใจกลัวรบกวนกระเป๋าเงินน้องสาว จึงตอบเลี่ยงๆ ไปว่า
 
                       "พี่จะไปถูกเหรอ พี่พูดภาษาไม่เป็นนะ" น้องสาวกลับพูดเล่นขำๆ ว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวหาแฟนฝรั่งให้
 
                       ทันทีที่เดินทางไปถึง น้องสาวลงประกาศหาคู่ให้ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ไม่นานก็มีคนติดต่อเข้ามา คำถามแรกที่ไพบูรณ์ถามคือ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่หรือไม่ หากมีแม้แต่อย่างเดียวก็ขอเซย์โน เข็ดแล้วกับคนขี้เมา ชีวิตที่ก้าวหน้าช้ากว่าคนอื่น เพราะเสียเวลากับผู้นำครอบครัวที่เอาแต่กินเหล้า หากจะมีคู่ชีวิตอีก ขอไม่เดินซ้ำรอยเดิม
 
                       จนถึงใกล้เวลาที่พาสปอร์ตจะหมด ต้องเดินทางกลับประเทศ นารีเลือกคู่ก็ยังไม่ไปถึงไหน ผ่านเข้ามาพูดคุยแต่ก็ไม่ถูกใจ ส่วนใหญ่ติดอยู่ในกฎเหล็กข้อแม้เรื่องเหล้า บุหรี่ สุดท้ายกลับมาได้คู่ชีวิตที่อยู่ใกล้ตัว"แยน จอนเซ่น" เป็นหัวหน้าของน้องสาวที่บังเอิญได้เล่าสู่กันฟังว่าพี่สาวกำลังหาคู่ เขาสนใจทันทีเพราะอยากหาคนมาช่วยดูแลยามแก่เฒ่า จึงสนใจขอนัดรับประทานอาหาร ได้พบปะพูดคุย ครั้งนั้นเขาเอ่ยปากขอให้ไปลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน สัญญาว่าไม่แตะเนื้อต้องตัว แต่อยากเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันได้หรือไม่
 
                       ไพบูรณ์ตอบตกลง ทั้งสองใช่ชีวิตอยู่ด้วยกันประมาณ 2 อาทิตย์ พาสปอร์ตกำลังจะหมดลง แยนได้ขอให้ต่อพาสปอร์ตอยู่ต่ออีก 3 เดือน เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ทั้งชีวิตของแยนไม่เคยมีความสุขมากเช่นนี้ บ้านช่องที่เคยรกรุงรังประสาคนโสดถูกเก็บกวาดเรียบร้อย น่าอยู่ แม้จะพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งที่สาวไทยสื่อสารมักเป็นรอยยิ้ม ทำให้รู้สึกถึงความใจดี อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แยมไม่เคยซื้อของหรือเครื่องประดับให้ ไม่ได้ให้เงินทองเพื่อซื้อหัวใจใคร จึงเชื่อได้ว่า ไพบูรณ์ไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการหาแฟนฝรั่งเพื่อหวังในทรัพย์สินเงินทอง
 
                       แยมหลงรักไพบูรณ์เข้าแล้วจริงๆ รู้สึกชีวิตมีความหวัง มีคนรอคอย มีเพื่อนไปไหนมาไหน พูดคุยดูแลกันและกัน ในที่สุดทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันที่โบสถ์เล็กๆ แห่งหนึ่งในเดนมาร์ก มีแขกร่วมงานก็เฉพาะคนที่รู้จัก ไม่ได้มีพิธีใหญ่โตอะไร จากนั้นไพบูรณ์ก็เริ่มเรียนภาษาอย่างจริงจัง เพื่อใช้ในการสื่อสาร ให้เข้าใจความหมายได้อย่างถูกต้อง ไม่ให้ภาษามาเป็นอุปสรรคในชีวิตคู่อีกต่อไป
 
                       ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ที่เดนมาร์ก พอแยมเกษียนอายุการทำงาน ก็ขายบ้าน ขายรถ ย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย เพราะชอบประเทศไทย เป็นประเทศที่อบอุ่น ผู้คนเป็นกันเองอยู่กันแบบพี่แบบน้อง มีความสุขทุกครั้งที่มาเยี่ยมบ้านภรรยา
 
                       ปัจจุบันนำเงินมาสร้างบ้าน และลงทุนสร้างโฮมสเตย์ที่ประเทศไทย มีร้านอาหารไว้ให้ชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยได้เข้าพัก ได้พูดคุยกัน ส่วนลูกชายคนโตอยู่ที่ประเทศไทย เพื่อดูแลพ่อและแม่ที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งชีวิต ส่วนอีกคนหนึ่งไปเปิดร้านขายอาหารไทยที่ประเทศเดนมาร์ก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ส่งเงินกลับมาให้แม่ที่ประเทศไทยไม่ขาด เป็นครอบครัวที่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
 
 
 
.....................
 
(รักเรา...ไม่เก่าเลย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-เจษปัน มาลาคุ้ม // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)