ข่าว

กปปส.เชื่อบึ้มบ้าน'ณัฏฐพล'โยงปม'หญิงอ้อ'

กปปส.เชื่อบึ้มบ้าน'ณัฏฐพล'โยงปม'หญิงอ้อ'

05 มี.ค. 2557

'กปปส.'เชื่อปาบึ้มบ้าน'ณัฏฐพล'เชื่อมโยงเป่านกหวีดไล่'พจมาน' ขณะที่'โอ๊ค'โพสต์FB ลั่น'เสียงนกหวีดที่เป่าใส่คุณแม่ผม เทียบไม่ได้กับเสียงอาวุธสงคราม'

 
                   เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) สวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.แถลงว่า เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ในเวลาประมาณ 04.00 น.มีคนร้ายปาระเบิดใส่บ้านพักของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.ถือเป็นการคุกคามแกนนำและไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เชื่อว่าเชื่อมโยงต่อการที่แกนนำกปปส.ทั้งสองคนเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และหลังจากเกิดเหตุปาระเบิด นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมานได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยพยายามกล่าวหาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ ทั้งที่ที่ผ่านมามีการคุกคามแกนนำมาโดยตลอด ทั้งการกราดยิงบ้านพักของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายอิสสระ สมชัย และน.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ซึ่งเชื่อว่า เป็นการคุกคามประชาชนในการต่อสู้กับทรราช เพราะนอกจากแกนนำยังมีการคุกคามคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นที่สวนทางกับรัฐบาล อาทิ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และน.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เร่งสืบหาคนผิด และนำตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ใน 1-2 วันหาก สตช.ไม่แจ้งความคืบหน้าของคดีความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม กปปส.ก็จะนำมวลชนไปเยี่ยม
 
                   นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า กปปส.จะเดินหน้ากดดันหน่วยงานราชการ เพื่อให้เลิกรับใช้ระบอบทักษิณต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังคงมีข้าราชการที่ทำตัวเป็นสมุนของระบอบทักษิณ อาทิ กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งให้นายอำเภอปลดกำนันตำบลบางยอ โดยอ้างว่า มีความบกพร่องทางความประพฤติ และประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง เพราะได้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส.ดังนั้น กปปส.จึงต้องเดินหน้ากดดันหน่วยงานราชการไม่ให้รับใช้ระบอบทักษิณอีกต่อไป
 
 
 
 
 
 
"โอ๊ค"ลั่น"เสียงนกหวีดที่เป่าใส่คุณแม่ผม เทียบไม่ได้กับเสียงอาวุธสงคราม"
 
 
                   นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Oak Panthongtae Shinawatra" เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุข้อความว่า
 
                   เสียงนกหวีดที่เป่าใส่คุณแม่ผม เทียบไม่ได้กับเสียงอาวุธสงคราม ที่ถล่มใส่บ้านคุณแม่ของ "ทยา ทีปสุวรรณ"ที่เขาใหญ่ และเสียงระเบิดที่ปาใส่บ้านที่กรุงเทพฯ ครับ..!! 
 
                   2 เหตุการณ์นี้ ใครๆ ก็มองออกว่า ผู้กระทำมิได้ประสงค์ให้มีใครบาดเจ็บล้มตาย แต่อาจเป็นไปได้ใน 2 แนวทางคือ เป็นการข่มขู่ของฝ่ายตรงข้าม (ซึ่งผมเองมองว่าไม่ใช่) หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ของพวกเดียวกันเอง เพื่อยกระดับความรุนแรงให้สูงขึ้น และสร้างความชอบธรรมที่จะให้คนกลาง ออกมาระงับความขัดแย้งทั้งหมด
 
                   ที่สำคัญคือ ขณะนี้ทั้งคุณหญิงศศิมาฯ และทยากับสามี กลายเป็นจุดสนใจของสื่อและกระแสสังคมไปแล้ว หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งใน 3 คนนี้ ก็อาจเป็นการจุดชนวนให้เหตุการณ์ทวีความรุนแรง จนกระทั่งควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เข้าทางความต้องการของนักการเมืองบางพรรคฯ ที่ปฏิเสธแนวทางประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง และลุ้นให้ทหารออกมาปฏิวัติรัฐประหารอยู่ตลอดเวลา 
 
                   นักการเมืองเลวๆ ประเภทนี้ ไม่เคยสนใจว่า จะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากเพียงใดครับ ขอแต่เพียงให้ฝ่ายตัวเองได้คะแนนนิยม และฝ่ายตรงข้ามถูกดิสเครดิตก็พอ ทุกครั้งที่มีการบาดเจ็บล้มตาย ก็จะมีการนำเหตุการณ์มาขยายผล เพื่อสร้างความเกลียดชังและปลุกเร้าอารมณ์ม็อบให้รุนแรงเสมอๆ 
 
                   การกระทำของ ทยาและสามี ได้ไม่คุ้มเสียเลยครับ เป่านกหวีดกะจะก้าวร้าวละเมิดผู้อื่น แต่ตัวเองกลับถูกสิ่งของปาหน้าจนนกหวีดหลุดปาก บุพการี ซึ่งไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว แต่กลับต้องมาเดือดร้อนรับกรรม จากการกระทำของลูกสาวและลูกเขยตัวเอง ต้องมาเผชิญหน้ากับความรุนแรง โดยที่ไม่รู้ว่า เป็นการข่มขู่จากฝ่ายตรงข้าม หรือว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของพวกเดียวกันกับลูกสาวกันแน่ เรื่องแบบนี้ยากที่จะจับมือใครดมครับ ต้องดูว่าใครที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ที่รุนแรงนี้มากกว่า 
 
                   ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เล่นการเมืองในสภาฯ ไม่ออกมานำม็อบบอยคอตการเลือกตั้งแบบนี้ เหตุการณ์รุนแรงเหล่านี้ก็ไม่มีวันเกิดขึ้นครับ พาคนไปตายเป็นสิบๆคน เศรษฐกิจเสียหายย่อยยับ ความน่าเชื่อถือของประเทศตกต่ำถึงขีดสุด นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวไทย จนธุรกิจเสียหายกันไปเป็นแถบๆ ไม่รู้จะต้องเดือดร้อนกันไปอีกเท่าไหร่ จึงจะพอและหันหน้ามาคุยกัน นำความสงบสุขกลับมาสู่บ้านเมืองเสียที
 
                   ที่สำคัญก็คือ การสร้างสถานการณ์จากเลือดเนื้อ และชีวิตของพวกเดียวกันเอง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง เป็นการกระทำที่เลวที่สุดครับ...!!