ข่าว

'รมว.ยธ.'ย้ำ'นายกฯคนกลาง'เป็นไปไม่ได้

'รมว.ยธ.'ย้ำ'นายกฯคนกลาง'เป็นไปไม่ได้

05 มี.ค. 2557

'รมว.ยุติธรรม' ชี้รัฐบาลต้องรักษาการจนกว่าจะมีชุดใหม่ ระบุ หากศาลรธน.วินิจฉัยสิ้นสภาพต้องยอมรับฟัง แม้กังวลต่อกระบวนการยุติธรรม ย้ำนายกฯ คนกลางเป็นไปไม่ได้

 
                       5 มี.ค. 57  เมื่อเวลา 09.50 น.  นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักวิชาการสยามประชาภิวัฒน์ ระบุว่า รัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพแล้ว หลังจากไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ภายใน 30 วัน ว่า โดยหลักการกฎหมายบอกแล้วว่า ให้ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าที่จะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้ามา จะต้องแปรความให้ยึดโยงหลักนี้ ส่วนกรอบระยะเวลา 30 วัน ที่จะต้องเปิดประชุมสภาให้ได้นั้นอยู่ในหมวดว่าด้วยสภา ไม่ได้อยู่ในหมวดของการเลือกตั้ง หรือเรื่องครม.พ้นหน้าที่ ถือเป็นคนละหมวดกันเลย
 
                       "เขากำหนดเวลา 30 วัน ขึ้นมาเพื่อป้องกันการดึงเวลา แต่กรณีนี้นั้นไม่ปกติ หากยังไม่แล้วเสร็จก็ต้องเลือกไปจนกว่าจะครบ แต่อาจจะสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงต้องเร่งให้เร็ว ฉะนั้น หลักการจริงๆ ประเทศจะว่างจากรัฐบาลไม่ได้ หากไม่ให้อำนาจรัฐบาลแล้วจะให้ใครทำ ดังนั้น ในนามของรัฐบาล รัฐบาลยังคงอยู่จนกว่าจะมีใครบอก โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า อยู่ไม่ได้แล้ว"
 
                       ส่วนที่มีการระบุว่า ส.ว.มีสิทธิเสนอนายกฯคนกลางนั้น นายชัยเกษม กล่าวว่า 'ในหลวง' ท่านยังเคยตรัสไว้แล้วว่า มั่ว แล้วยังจะมั่วกันต่อไป ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ถ้าถามความเห็นผม ผมก็มีความเห็นในนามส่วนตัวเหมือนกัน นั่นคือ หลักการประเทศมันว่างรัฐบาลไม่ได้
 
                       เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่า รัฐบาลยังไม่สิ้นสภาพ นายชัยเกษม กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ นอกจากจะมีการไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าสิ้นสภาพ ตนก็ต้องฟัง แต่สิ่งที่ผ่านๆ มาหลายครั้ง ตนก็ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ บางเรื่องข้อความชัดๆ ยังตีความไปอีกแบบหนึ่ง แต่กฎหมายบอกให้ฟังศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ยกตัวอย่าง บ้านตนเลี้ยงสุนัข ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า บ้านเขาไม่ได้เรียกสุนัข แต่เรียกสุกร ตนก็เลยต้องเรียกสุกรตามศาลรัฐธรรมนูญ ช่วยไม่ได้ กฎหมายเป็นอย่างนั้น
 
                       เมื่อถามว่า กังวลต่อบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีการยื่นให้ตีความสถานะรัฐบาล นายชัยเกษม กล่าวว่า ตนกังวลต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งปวง เพราะสิ่งที่ออกมาประชาชนจะต้องตัดสินว่า สิ่งนั้นขัดต่อความรู้สึก ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่ออะไรหลายอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองหรือไม่ เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันระมัดระวัง หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ความขัดแย้งจะมากขึ้น เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งอย่างสำหรับกระบวนการยุติธรรม
 
                       เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้มีการจัดการเลือกตั้งส.ส.ใน 28 เขตที่เหลือ พร้อมกับการเลือกตั้งส.ว. นายชัยเกษม กล่าวว่า หลายประเด็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำได้โดยที่ไม่ต้องปรึกษาศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกกต.อาจมีความกริ่งเกรงว่าถ้าทำไปแล้วอาจจะต้องรับผิดชอบเลยต้องหาแบ็ก แต่การหาแบ็กจึงทำให้การเลือกตั้งที่ควรจะเร็วก็ช้าไปสักนิด เรื่องนี้รัฐบาลคงไม่ว่าอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของกกต. เมื่อต้องการความมั่นใจก็ว่าไป แต่ความจริงความเห็นของตนอำนาจของกกต.นั้นมากมาย สามารถตัดสินใจทำอะไรได้เอง ตรงนี้อยู่ที่ฝืมือ หากฝีมือดีก็เสร็จเร็ว หากไม่ดีก็เสร็จช้า เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับฝีมือกกต.ที่ผ่านมา นายชัยเกษม กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่พอใจ หากให้คะแนนก็พอผ่าน แต่ความจริงกกต.มันต้องออกมาเกียรตินิยม ในฐานะที่รับผิดชอบและมีอำนาจสูงสุดในบ้านเมืองเวลานี้