
เลือกตั้งส.ว.!เดิมพันอนาคตการเมืองใหญ่
เลือกตั้งส.ว.!เดิมพันอนาคตการเมืองใหญ่ : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน
การเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับไหน ย่อมมีความสำคัญในตัวเอง และเกี่ยวโยงกับการเมืองในระดับอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่การเลือกตั้ง ส.ว.ที่แม้เจตนารมณ์ต้องการที่จะให้ ส.ว.อยู่เหนือการเมือง เพื่อทำหน้าที่ต่างๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว หน้าที่เหล่านั้นจะเป็นตัวดึงให้พวกเขาเข้ามาอยู่กับการเมือง และจะทำให้ผลของการเลือกตั้งสะท้อนถึงอนาคตการเมืองระดับชาติ
การเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งที่จะถึงนี้ เป็นการวัดนัยของฐานเสียงอย่างง่ายๆ ครั้งแรก หลังจากประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤติความแตกแยกที่เริ่มจากการชุมนุมของ กปปส. ซึ่งความจริงกระบวนการนับจำนวนผู้สนับสนุนจากการเลือกตั้งน่าจะมีให้เห็นตั้งแต่ในการเลือกตั้ง ส.ส. แต่ทางผู้ชุมนุมก็คัดค้านการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะผู้ชุมนุมไม่ได้ประกาศขัดขวาง
หลายคนพยายามปฏิเสธเรื่องสายสัมพันธ์ทางการเมือง แต่ทางพฤตินัยแล้ว ผู้สมัครแทบจะทุกคน โดยเฉพาะตัวเต็งๆ จะมีพรรคการเมืองสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการทั้งสิ้น !
ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้ง ส.ว.จะมีตัวแปรสอดแทรก เรื่องความมีชื่อเสียง ผลงานที่กระทำมา แต่เหล่านี้จะมีผลกับเฉพาะในเขตพื้นที่เมืองเท่านั้น ขณะที่พื้นที่ชนบทหรือห่างไกลออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างหัวคะแนนกับชาวบ้านจะยิ่งส่งผลมากขึ้น ในกรณีนี้เนื่องจากเขตที่ใหญ่จึงยากที่ประชาชนจะรู้จักผู้สมัคร ส.ว.ของตนเองอย่างทั่วถึง ยิ่งห้ามหาเสียงด้วยยิ่งยากเข้าไปกันใหญ่
ดังนั้นถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ภาพคร่าวๆ ของคะแนนความนิยมในพื้นที่ต่างๆ ก็จะเห็นได้ไม่ยากนัก
ประการต่อมา คือ ความพยายามที่จะแย่งชิงการมี "ส.ว.ของตัวเอง" ก็จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอนาคตทางการเมือง ทั้งนี้เนื่องจากอำนาจเฉพาะตัวของ ส.ว.ที่จะชี้ขาดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง หรืออาจจะถึงเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายด้วยซ้ำ
อำนาจหน้าที่แรก คือการกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งในที่นี้อาจจะไม่มีผลอะไรมากนัก หากไม่พ่วงมาด้วยตำแหน่งสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งและเสียงหนึ่งของการแก้รัฐธรรมนูญ
เป็นที่รู้กันว่าสภาสมัยหน้าไม่ว่าจะเกิดได้เมื่อไหร่ แต่สิ่งที่ต้องทำแน่ๆ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายใต้วาทกรรมปฏิรูปการเมือง ส่วนจะแก้รายมาตรา หรือแก้ทั้งฉบับ เป็นเรื่องที่ต้องพูดกัน แต่การได้เสียง ส.ว.ฝั่งตัวเองเพิ่มมากขึ้น ก็เป็นการเพิ่มอำนาจการต่อรองให้มากขึ้น
แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นข้อใหญ่ใจความมากกว่าการกลั่นกรองกฎหมายหรือเสียงในฐานะสมาชิกรัฐสภาคือ อำนาจการแต่งตั้งและถอดถอนองค์กรอิสระ!
ขณะที่ อำนาจขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่รู้กันว่าเป็นจุดชี้ขาดการแพ้ชนะทางการเมือง ดังนั้นการเข้าไปอยู่ในต้นทาง คือเข้าไปอยู่ในส่วนของการเลือกคนเข้ามาก็สร้างความได้เปรียบ ดังที่เราเคยเห็นมาแล้วในอดีต และจะยิ่งได้เปรียบเพราะอำนาจในการถอดถอนองค์กรอิสระก็ยังอยู่ในมือของ ส.ว.อีกด้วย ซึ่งหมายถึงการควบคุมการใช้อำนาจของเหล่าบรรดาองค์กรอิสระ
นอกจากอำนาจแต่งตั้งถอดถอนองค์กรอิสระแล้ว ยังมี "อำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" และนี่คือจุดที่บรรดานักการเมืองหวั่นใจ และอยากได้ไว้เป็นพวก
หากเป็นอย่างที่ผ่านมาที่วุฒิสภายังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การถอดถอนก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ลองจินตนาการดูว่าหากสมาชิกวุฒิสภา 3 ใน 5 รวมตัวกันได้ นั่นแปลว่าการถอดถอนจะไม่เป็นเพียงเสือกระดาษอีกต่อไป แต่หาก ส.ว.ที่รวมกลุ่มได้เป็นพวกของใคร แม้คนนั้นจะมีความผิดเพียงใด หลักฐานส่งมาจากองค์กรอิสระเข้มข้นมากขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ฝ่าด่าน ส.ว.ไปไม่ได้ การถอดถอนก็ย่อมไม่เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เป็นไปได้ทั้งสองแบบ
ดังนั้น หากกุมเสียงวุฒิสภาได้ กลไกควบคุมการใช้อำนาจก็จะถูกควบคุมโดยสมบูรณ์แบบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
อย่างไรก็ตาม หากดูความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ชัดเจนว่า ส.ว.สรรหาโดยมากมีความเห็นอยู่ในฝั่งใด แต่ที่ยังควบคุมได้ไม่หมด เพราะยังมี ส.ว.เลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้สนามการแข่งขันครั้งนี้จึงยิ่งเข้มข้น
ถ้าสมาชิกวุฒิสภาที่เข้ามาใหม่ โดยมากมีความเห็นคล้ายกับ ส.ว.สรรหาที่เป็นอยู่ ก็เชื่อขนมกินได้ว่า รัฐบาลรักษาการ หรือกลุ่มของเพื่อไทยอนาคตน่าจะอยู่ยาก เพราะหากดูจากตัวเลข ส.ว.ที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่เป็น ส.ว.สรรหา ส่วนอีก 48 คนเป็น ส.ว.เลือกตั้ง แต่หากขั้วการเมืองรัฐบาลปัจจุบัน สามารถรักษาดุลอำนาจเช่นที่เป็นอย่างทุกวันนี้ได้ ก็ยังคงสบายใจได้ไปอีกนาน และค่อยไปเริ่มเกมอื่นในการรุกคืบต่อไปแทน
นอกจากนี้ ประการสำคัญงานเฉพาะหน้าที่ ส.ว.ชุดใหม่อาจต้องเข้ามาทำเป็นงานแรก คือการพิจารณาถอดถอน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากโครงการจำนำข้าว ถ้าฝั่งขั้ว "เพื่อไทย" พลาดท่า "ยิ่งลักษณ์" อาจจะไม่แค่ยุติปฏิบัติหน้าที่ แต่หมายถึงอาจต้องหลุดออกจากตำแหน่งอย่างถาวร ยังไม่นับรวมอีก 308 ส.ส.และส.ว.ที่จ่อคิวถูกถอดถอนจากกรณีแก้รัฐธรรมนูญ และอาจต้องหมดอนาคตทางการเมือง
การเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้ จึงมีเดิมพันถึงอนาคตการเมืองใหญ่มากกว่าคราวที่ผ่านมายิ่งนัก !!
----------------------------
(หมายเหตุ : เลือกตั้งส.ว.เดิมพันอนาคตการเมืองใหญ่ : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)



