ข่าว

ลุ้นสอย6รมต.ถือหุ้นขัดรธน.พ่วงอีก40ส.ส.

ลุ้นสอย6รมต.ถือหุ้นขัดรธน.พ่วงอีก40ส.ส.

23 มิ.ย. 2552

กกต.ถกวันนี้ สอย 40 ส.ส.-6 รมต.ถือหุ้นขัด รธน."เสธ.หนั่น-บุญจง-มานิต-เกื้อกูล-ไพฑูรย์-วรรณรัตน์" ติดโผรอลุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 23 มิถุนายนนี้ มีความเป็นไปได้ว่า กกต.จะมีการนำกรณีการถือหุ้นของ ส.ส.ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ร้องขอให้ตรวจสอบ เข้าพิจารณารวมทั้งสิ้น 61 คน

 มีรายงานว่าในจำนวน ส.ส. 61 คนนั้น มี ส.ส.ที่เข้าข่ายถือครองหุ้นตามมาตรา 48 และมาตรา 265 วรรคสอง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงราว 40 คน โดยในจำนวนนี้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล 6 คน ได้แก่ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข และนายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยืนตาม กกต.จนเป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของผู้นั้นสิ้นสุดลง ในส่วนของ ส.ส.เขตไม่เป็นปัญหา โดยพรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งใหม่ ในขณะที่ ส.ส.สัดส่วน ประธานสภาต้องประกาศเลื่อนรายชื่อบัญชีในลำดับถัดไปเป็น ส.ส.ขึ้นมาแทน ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหากับพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เป็นพรรคเกิดใหม่ และไม่มีบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนให้เลื่อนขึ้นมาได้ ทำให้ ส.ส.ในสัดส่วนของพรรคนั้นๆ ต้องว่างลง

 ทั้งนี้การพิจารณาของ กกต.ในประเด็นของ ส.ส.จะใช้หลักเดียวกับการพิจารณา ส.ว.ซึ่งในการชี้แจงของอนุกรรมการต่อที่ประชุมได้ระบุถึงการห้ามถือครองหุ้นที่เป็นเหตุให้สิ้นสมาชิกภาพว่า ควรจะเริ่มนับตั้งแต่ความเป็น ส.ว.เกิดขึ้น ซึ่งก็หมายถึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศรับรองให้เป็น ส.ว.

ดังนั้นกรณีดังกล่าวแม้ว่าผู้ถูกร้องจะมีการขายหุ้นภายหลังจากเข้ารับตำแหน่งก็ไม่มีผลให้พ้นความผิด แต่ในประเด็นนี้จะใช้ไม่ได้กับรัฐมนตรี เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดว่ารัฐมนตรีจำเป็นต้องเป็น ส.ส. ดังนั้นเมื่อเทียบเคียงกับกรณีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่นายสุเทพถูกร้องประเด็นนี้ เมื่อครั้งเป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน กกต.ก็ตรวจสอบ ณ วันที่ถูกร้อง เมื่อพบว่าถือหุ้นในบริษัทที่ต้องห้าม ก็ต้องเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. แต่ความเป็นรัฐมนตรียังคงอยู่ เพราะได้ขายหุ้นที่เคยถือครองไปแล้วเมื่อเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ ตามมาตรา 269

กกต.ลั่นทำตามหน้าที่ไม่สนกระทบรัฐ

 นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญเนื่องจากกรณี กกต.วินิจฉัย 16 ส.ว.พ้นจากสมาชิกภาพ เนื่องจากถือครองหุ้นสัมปทานรัฐว่า มีคนพูดว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนเพื่อกำจัดคนเพียงคนเดียวทำให้เดือดร้อนคนอื่นๆ ขอยืนยันว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะการห้ามดังกล่าวบัญญัติไว้ตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 ส่วนที่เขียนเพิ่มเป็นเรื่องการห้ามถือครองหุ้นสื่อเท่านั้น

 ส่วนที่มีผู้ระบุว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติคำว่า "ห้ามคงไว้" ดังนั้น ส.ส. หรือ ส.ว. จึงน่าจะสามารถถือหุ้นต่อได้ นายประพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องตีความ และรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นการตีความครั้งสำคัญของนิติศาสตร์ว่า จะตีความตามตัวอักษร หรือเจตนารมณ์ เพราะยังไม่เคยมีบรรทัดฐานในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กกต.ยืนยันว่าจะพิจารณาในส่วนของ ส.ส.ทันที ที่ได้รับรายงานจากอนุกรรมการโดยไม่รอศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณี ส.ว.ก่อน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. และยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันกับ ส.ว.เพราะเป็นหลักกฎหมายเดียวกันไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี

 "เข้าใจว่าการตัดสินจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งจะต่อเนื่องไปถึงประเด็นทางเศรษฐกิจ แต่เราก็ต้องทำตามหน้าที่ จะเก็บเรื่องไว้ก่อนไม่ได้" นายประพันธ์ กล่าว

 ส่วนที่ขณะนี้ กกต.โดนโจมตีจากหลายฝ่ายทำให้รู้สึกกดดันหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐาน ตามขั้นตอนใครจะอัดก็อัดไป

 "ผมบอกแล้ว ผมไม่อยากเป็นเสือ ผมอยากเป็นหมีแพนด้า เพราะหล่นหน่อยก็มีคนเป็นห่วงทั้งบ้านทั้งเมือง กกต.ถูกอัดซ้ายอัดขวา ยังไม่เห็นมีคนเป็นห่วง" นายประพันธ์ระบุ