
รวบ2หนุ่มอุบลฯลอบขนไม้พะยูงส่งข้ามโขง
03 มี.ค. 2557
แก๊งมอดไม้พะยูงแห่ทะลักลอบขนไม้พะยูงข้ามโขงวันละหลายสิบคัน ด้านป่าไม่ส่งทีมเฝ้าพะยูง หลังพบราคาพุ่ง7-8แสนต่อต้น
วันที่ 3 มี.ค.57 เมื่อเวลา 04.30 น. นายวัฒนะ สารรัตน์ หน.หน่วยรักษาป่า อบ.2เขมราฐ ได้รับแจ้งว่า มีรถยนต์บรรทุกไม้มาจากนอกพื้นที่ เพื่อจะนำส่งขายออกไปยังต่างประเทศ จึงรายงานไปยังนายธวัชชัย ลัดกรูด ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขา อุบลราชธานี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด นายสมชัย คล้ายทับทิม นอภ.เขมราฐ รับทราบ พร้อมประสานไปยัง ร.อ.ธนภณ พงษ์เสือ รองหัวหน้าชุดทหารกองกำลังสุรนารีเขมราฐ พ.ต.อ.อภิชาติ สุขเลิศ ผกก.สภ.เขมรฐ และหน่วยตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังกันวางแผนเข้าจับกุม โดยได้ตั้งจุดตรวจที่บริเวณถนนอรุณประเสริฐ สายเขมราฐ-อำนาจเจริญ พบรถยนต์ปิกอัฟ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน บน 9591 ตรัง วิ่งผ่านเข้ามา ตรวจค้นพบบรรทุกไม้พะยูงเต็มคันรถ โดยมีนายสุทร ผารัตน์อายุ 32 ปี เลขที่ 145 ม.6 ต.เขมราฐเป็นคนขับกับนายสิงหา แก้วกันยา เพื่อบ้านละแวกเดียวกัน นั่งคู่มาด้วย
โดย ผู้ต้องหาอ้างว่า มีผู้ว่าจ้างให้ไปรับช่วงขับรถต่อ ที่ถนนใกล้ 4 แยก บายพลาส จ.อุบลราชธานี เพื่อจำไปส่งที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านลาดเจริญกับบ้านลาดหญ้าคา ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ในราคา 1.2 หมื่นบาท ระบุเป็นไม้ที่นำมาจากป่าสงวนแห่งชาติภูจองนายอย กับพื้นที่ของ จ.ศรีสะเกษ ตามเส้นทางผ่านมาไม่มี จนท.ตรวจสอบ
ในขณะเดียวกัน ก็ได้นำกำลังอีกส่วนหนึ่งไปสกัดที่ปากเข้าบ้านลาดหญ้าคากับบ้านลาดเจริญ ซึ่งเป็นท่าน้ำขนถ่ายสินค้าตลาดมืดที่สำคัญ โดยมีบ้านนาขยอม เมืองสองคอน สปป.ลาว อยู่ฝั่งตรงข้าม สามารถตรวจยึดไม้พะยูงซึ่งซุกซ่อนอยู่บนรถทั้งส่วนบุคคลและรถขนส่งสินค้าต่างๆ อีก 4 คัน คนขับอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จึงนำของกลางทั้งหมด ประกอบด้วย ไม้พะยูงจำนวน 119 ท่อน รถยนต์ 5 คัน ผู้ต้องหา 2 คน นำส่งมอบให้กับ พงส.สภ.เขมราฐ ดำเนินคดี
โดยเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า หากไม้จำนวนเหล่านี้ข้ามแม่น้ำโขงไปได้จะมีราคาถึง 3 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงเวลานี้มีกลุ่มมอดไม้พะยูงขนวันละหลายสิบคัน การจับกุมในครั้งนี้นับเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหลายหน่วยช่วยกันตรวจเข้มให้มากกว่านี้
นายบุญชอบ กล่าวว่า ส่วน อันดับ 3 พื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (นครพนม) จำนวน 264 คดี ผู้ต้องหา 140 ราย ได้ไม้ของกลาง 4,360 ท่อน หรือ 139.59 ลูกบาศก์เมตร อันดับ 4 พื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) จำนวน 229 คดี ผู้ต้องหา 88 ราย ได้จำนวนไม้ของกลาง 2,193.00 ท่อนหรือ 100.63 ลูกบาศก์เมตร และอันดับ 5 ในพื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี จำนวน 88 คดี ผู้ต้องหา 34 ราย ได้จำนวนไม้กลางของ 2,508 ท่อนหรือ 83.33 ลูกบาศก์เมตร ได้ไม้แปรรูป จำนวน 909 .00 แผ่นหรือ 22.09 ลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีไม้พะยูงของกลางในความดูแลของกรม รวมจำนวนกว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตร แต่หากรวมกับไม้ของกลางที่อยู่ในกรมอุทยายแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมศุลากร น่าจะมีมากกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าราว 20,000 ล้านบาท
" ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าอาวาสวัดหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีกลุ่มนายทุนมาขอซื้อไม้พะยูงที่อยู่ในบริเวณวัดโดย ให้ราคาถึงต้นละ 700,000 - 800,000 บาท ถ้าไม่ขายก็เป็นภาระต้องหาคนมาเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ขายก็กลัวอิทธิพลจากขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง นอกจากนี้ยังไม้มีชิงชันและประดู่ ก็เป็นที่ต้องการของขบวนการนายทุนเช่นกัน ทั่งนี้ขณะนี้มีความต้องการไม้พะยูง สูงมาก รวมทั้งความเข้าใจว่าการตัดไม้พะยูงในพื้นที่ดินกรรมสิทธิ์ทำได้ ซึ่งทางกฎหมายทำได้จริงแต่ยังห้ามส่งออก นำเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาทต่อลูกบาศก์เมตร ถ้าลักลอบนำออกไปขายยังปลายทางได้ ซึ่งราคาถีบตัวสูง 2 เท่าตัวจากต้นทางคือไทยที่ตก 5 แสนบาทต่อลูกบาศก์เมตร โดยพื้นที่เสี่ยงขนลักลอบคือชายแดนไทยลาว ผ่านทางแม่น้ำโขง และใช้รูปแบบซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอน์ และสำแดงเป็นสินค้าชนิดอื่นๆทำให้กรมศุลกากรไม่สามารถขอตรวจสอบสินค้าภายในได้" อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุ
นอกจากนี้ นายบุญชอบ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กรมป่าไม้ กำลังหามาตรการในการป้องกันและปราบปราม ทั้งประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีผู้ค้าเป็นตัวอย่างทั้งการอายัดทรัพย์นายทุนและดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งไปพร้อมๆ กัน รวมทั่งจะรณรงค์ให้ประชาชนและสังคมร่วมกันประณามขบวนการและกลุ่มบุคคลที่ลักลอบคัดไม้พะยูง ว่าเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ด้วยการเปิดให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิตนักศึกษาส่งคำขวัญเข้าประกวด ได้ที่กรมป่าไม้ และในวันที่ 20 - 21 มี.คนี้ กรมป่าไม้ จะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงต่อไป
ป่าไม่ส่งทีมเฝ้าพะยูง หลังพบราคาพุ่ง7-8แสนต่อต้น
นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 21 มี.ค. ของทุกปี เป็นวันป่าไม้โลก ซึ่งในปีนี้ จะเน้นความสำคัญของไม้พะยูง เนื่องจากเป็นชนิดไม้ที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของนายทุน และชาวต่างชาติ ทำให้เกิดขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในปี 2556 จากการปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง พบว่ามีคดีที่เกิดขึ้นสูงมาก โดยมีการจับกุมมากที่สุดคือในพื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ถึง 343 คดี ได้ผู้ต้องหา 183 ราย ได้จำนวนไม้ของกลาง 6,959 ท่อน ?หรือ 309.88 รองลงมาคือ ในพื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) จำนวน 303 คดี ผู้ต้องหา 122 ราย ได้จำนวนไม้ของกลาง 6,910.00 ท่อนหรือ 297.05 ลูกบาศก์เมตร
นายบุญชอบ กล่าวว่า ส่วน อันดับ 3 พื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (นครพนม) จำนวน 264 คดี ผู้ต้องหา 140 ราย ได้ไม้ของกลาง 4,360 ท่อน หรือ 139.59 ลูกบาศก์เมตร อันดับ 4 พื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) จำนวน 229 คดี ผู้ต้องหา 88 ราย ได้จำนวนไม้ของกลาง 2,193.00 ท่อนหรือ 100.63 ลูกบาศก์เมตร และอันดับ 5 ในพื้นที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี จำนวน 88 คดี ผู้ต้องหา 34 ราย ได้จำนวนไม้กลางของ 2,508 ท่อนหรือ 83.33 ลูกบาศก์เมตร ได้ไม้แปรรูป จำนวน 909 .00 แผ่นหรือ 22.09 ลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีไม้พะยูงของกลางในความดูแลของกรม รวมจำนวนกว่า 5,000 ลูกบาศก์เมตร แต่หากรวมกับไม้ของกลางที่อยู่ในกรมอุทยายแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมศุลากร น่าจะมีมากกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าราว 20,000 ล้านบาท
" ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าอาวาสวัดหลายแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีกลุ่มนายทุนมาขอซื้อไม้พะยูงที่อยู่ในบริเวณวัดโดย ให้ราคาถึงต้นละ 700,000 - 800,000 บาท ถ้าไม่ขายก็เป็นภาระต้องหาคนมาเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ขายก็กลัวอิทธิพลจากขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง นอกจากนี้ยังไม้มีชิงชันและประดู่ ก็เป็นที่ต้องการของขบวนการนายทุนเช่นกัน ทั่งนี้ขณะนี้มีความต้องการไม้พะยูง สูงมาก รวมทั้งความเข้าใจว่าการตัดไม้พะยูงในพื้นที่ดินกรรมสิทธิ์ทำได้ ซึ่งทางกฎหมายทำได้จริงแต่ยังห้ามส่งออก นำเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาทต่อลูกบาศก์เมตร ถ้าลักลอบนำออกไปขายยังปลายทางได้ ซึ่งราคาถีบตัวสูง 2 เท่าตัวจากต้นทางคือไทยที่ตก 5 แสนบาทต่อลูกบาศก์เมตร โดยพื้นที่เสี่ยงขนลักลอบคือชายแดนไทยลาว ผ่านทางแม่น้ำโขง และใช้รูปแบบซุกซ่อนในตู้คอนเทนเนอน์ และสำแดงเป็นสินค้าชนิดอื่นๆทำให้กรมศุลกากรไม่สามารถขอตรวจสอบสินค้าภายในได้" อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุ
นอกจากนี้ นายบุญชอบ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กรมป่าไม้ กำลังหามาตรการในการป้องกันและปราบปราม ทั้งประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีผู้ค้าเป็นตัวอย่างทั้งการอายัดทรัพย์นายทุนและดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งไปพร้อมๆ กัน รวมทั่งจะรณรงค์ให้ประชาชนและสังคมร่วมกันประณามขบวนการและกลุ่มบุคคลที่ลักลอบคัดไม้พะยูง ว่าเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจ ด้วยการเปิดให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิตนักศึกษาส่งคำขวัญเข้าประกวด ได้ที่กรมป่าไม้ และในวันที่ 20 - 21 มี.คนี้ กรมป่าไม้ จะนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 สาขาอุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์การลักลอบตัดไม้พะยูงต่อไป



