
'ปึ้ง'ไม่เลิก'ฉุกเฉิน'อ้างปาบึ้มศาล!
03 มี.ค. 2557
'สุรพงษ์' ป้อง 'นปช.' ชุมนุมเพื่อปกป้องประชาธิปไตย แนะฝ่ายความมั่นคงอย่า 2 มาตรฐาน อ้างเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ เพราะมีเหตุปาระเบิดศาลอาญา
3 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 09.50 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ผบ.ทบ.สั่งให้แม่ทัพภาคที่ 3 แจ้งความกับทางกลุ่มเสื้อแดง จ.พะเยา และ จ.เชียงใหม่ ว่า ตนมองว่าเรื่องนี้อยากให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาให้รอบครอบ เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.พะเยา ได้ออกมาเรียกร้องปกป้องประชาธิปไตย ต้องเข้าใจว่าคนเสื้อแดงปกป้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ กปปส.เรียกร้องมาไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เช่น เรียกร้องเรื่องสภาประชาชน และก่อเหตุวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามการที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามพูดถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 เรื่องการแบ่งแยกดินแดน ตนคิดว่าหลักๆ คนไทยทุกคนไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยก และแบ่งแยกดินแดนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดต้องเข้าใจถึงอารมณ์ของคนด้วย เนื่องจากฝ่ายนึงมาทำความเดือดร้อนในกรุงเทพฯ มาสร้างความแตกแยกแบ่งฝ่ายชัดเจน อีกฝ่ายก็ย่อมอดทนไม่ไหว เป็นธรรมชาติของมนุษย์
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งต่างๆ ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงต้องเป็นกลาง เป็นธรรม การทำอะไรก็ควรคำนึงอย่าให้เกิด 2 มาตรฐาน โดยในวันนี้ประเทศไทยเราต้องยอมรับว่ามีกระบวนการ 2 มาตรฐานเกิดขึ้นมาอย่างชัดเจน แม้กระทั่งกระบวนการทางการเมือง ทางยุติธรรม ที่ชี้ออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่มีความเป็นกลาง มี 2 มาตรฐานชัดเจน อาทิ เรื่องที่ศาลแพ่ง มีคำสั่งเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมา เพราะฉะนั้นการที่เป็นผู้ดูแลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กองทัพ หรือตำรวจ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย
"ผมคิดว่าที่คนภาคเหนือเรียกร้อง และมีคนพยายามปลุกกระแสให้เกิดความแตกแยก อย่างกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เอาเรื่องแบ่งแยกดินแดนมาเป็นประเด็น ซึ่งธรรมชาติแล้วผมเป็นคนเชียงใหม่เองก็ไม่มีความคิดอยากให้แบ่งแยกดินแดน เพราะประเทศเราสงบสุขมาโดยตลอด รักกันมาโดยตลอด เพียงแต่มีบางกลุ่มที่มีความคิดที่แปลกแตกแยกไปจากผู้อื่น จึงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้นำทางสังคม อาทิ หมอ อธิการบดีต่างๆ ผมขอให้เลือกคิดได้แล้ว ถ้าสังคมแตกแยกแล้วสังคมไทยจะอยู่ลำบากมาก อย่างทุกวันนี้นักแสดงต่างๆ จะไปจัดเวทีต่างๆ ที่ต่างจังหวัดก็ไม่สามารถทำได้ วันนี้พฤติกรรมต่างๆ เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เราต้องใช้ความคิดไตร่ตรองให้รอบครอบ อย่างสร้างความแตกแยกอีกเลย อย่างไรก็ตามวันนี้ผมก็จะยิบยกเรื่องที่ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาทหารบก เป็นห่วงมาพูดในศรส.ด้วย"
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เกิดทางภาคเหนือ สปป.ล้านนา มันไม่ใช่อยู่แล้ว ซึ่ง สปป.ย่อมาจากสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย ไม่ใช่ สปป.ลาว ส่วนที่มีการชูธง สปป.ล้านนาที่งานโอท็อปที่ จ.เชียงใหม่ ตนคิดว่าเป็นการชุมนุมประท้วงเหมือน กปปส.ที่พยายามใช้ธงชาติเป็นสัญญาลักษณ์ต่างๆ เพราะการชุมนุมประท้วงที่คิดอะไรใหม่ๆ เพื่อดึงดูดให้คนสนใจก็จะใช้ประเด็นนั้น ตนเชื่อทุกคนรักประเทศไทยอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มองว่าการกระทำของตัวแทนคนเสื้อแดง จ.พะเยา เป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แกนนำบางคนอาจมีความคิดที่ปลุกระดมคนให้มาร่วมชุมนุม บางทีก็ต้องคิดอะไรใหม่ เหมือนนายสุเทพ ที่มีการยกระดับ ย้ายที่ตลอด เป็นแนวคิดการชุมนุมประท้วงอยู่แล้ว เราไปห้ามไม่ได้ต้องให้ความเป็นกลางและเป็นธรรม อย่างไรก็ตามวันนี้การปลุกระดมให้เกิดความแตกแยกเป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ เพื่อที่ให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ส่วนที่นายสุเทพ บอกว่ารัฐบาลล้มเหลวเดินหน้าไม่ได้ แท้จริงแล้วรัฐบาลไม่ได้ล้มเหลว แต่เป็นการประคองให้ประชาธิปไตยไปได้ ซึ่งนายกฯ ไม่ได้คิดย้ายเมืองหลวงไปเชียงใหม่ อย่างที่นายสุเทพ พยายามกล่าวหา แต่นายกฯ ไปทำภารกิจของท่าน และนายกฯ ต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหา เพราะนายกฯ รู้ว่าถ้าอยู่กทม.ก็จะมีการยกคนไปปิดล้อมที่ต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งไม่ใช่เป็นการหนี อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเทศชาติเกิดความอ่อนไหวต้องอย่าให้เกิด 2 มาตรฐาน
อ้างเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ เพราะมีเหตุปาระเบิดศาลอาญา
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงการยกเลิกประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในช่วงชะลอตัว และกลุ่ม กปปส.จะเปิดพื้นที่ และไปรวมตัวกันที่เวทีสวนลุมพินีเพียงจุดเดียว แต่ยังไม่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ได้ในขณะนี้ เพราะยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ รวมทั้งช่วงเช้าของวันนี้ (3 มี.ค.) ก็ยังมีรายงานว่ามีเหตุปาระเบิดที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จึงต้องรอประเมินสถานการณ์ไปก่อนที่จะมีการพิจารณา พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังกล่าว ส่วนกรณีที่ศาลแพ่งมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกข้อกำหนดของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมานั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์และจะต้องรอคำพิพากษาต่อไป
ส่วนผลกระทบจากการที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาลนี้แตกต่างจากสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการสั่งการสลายการชุมนุม และไม่มีการใช้ความรุนแรง ขณะที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้นทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะทำให้เกิดความหวาดกลัว สร้างความเดือดร้อน และสิ่งที่ชาวต่างประเทศรับไม่ได้คือ การที่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก



