ข่าว

ดึงอดีตผู้ว่าฯ กกท. ประเมินกนกพันธุ์

ดึงอดีตผู้ว่าฯ กกท. ประเมินกนกพันธุ์

23 มิ.ย. 2552

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ตั้ง คณะอนุกรรมการชุดใหม่ ที่จะประเมินผลงาน “บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. มี “บิ๊กสัน” สันติภาพ เตชะวณิช อดีตผู้ว่าการ กกท.ร่วมทีมด้วย


 น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยภายหลังการประชุม “ปลัดกีฬา” เปิดเผยว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลงานผู้ว่าการ กกท.นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551-กันยายน 2552 มีนายเกษม สรศักดิ์เกษม เป็นประธาน ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายสันติภาพ เตชะวณิช นายสมบัติ คุรุพันธ์ นายสุรอรรถ ทองนิรมล นายอังสุมาล ศุนาลัย และนพ.จตุรพร ณ นคร โดย “บิ๊กสัน” สันติภาพ เตชะวณิช อดีตผู้ว่าการ กกท.กล่าวว่า เกณฑ์การประเมินต่างๆ ยังเป็นไปตามเดิม และไม่หนักใจที่รับหน้าที่นี้
 อย่างไรก็ตาม น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า นายกนกพันธุ์ ซึ่งดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ หารายได้นอกงบประมาณเข้าสู่ กกท.ได้แล้วเป็นมูลค่าถึง 200 ล้านบาท ซึ่งบอร์ด กกท.ค่อนข้างพอใจ ซึ่งจากสิทธิประโยชน์ทั้งหมดดังกล่าว จะได้นำมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะนำไปพัฒนากีฬาในด้านใดบ้าง ทั้งกีฬาเป็นเลิศ และกีฬาอาชีพ ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องรวมถึงกีฬาคนพิการด้วย


 สำหรับแผนยุทธศาสตร์ 4 กีฬาไทย สร้างชัยในลอนดอนนั้น น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องบูรณาการแผนร่วมกับหลายองค์กร โดยเฉพาะกระทรวงสำคัญ 3 กระทรวงได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสมาคมกีฬาและนักกีฬาไทยต้องเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของสวัสดิการนักกีฬา การปรับเลื่อนยศ ตำแหน่ง เงินเดือน รวมถึงการศึกษาของนักกีฬาอีกด้วย โดยแผนดังกล่าวยังต้องมีการปรับแผน และลงรายละเอียดแผนการปฏิบัติ รวมทั้งวางเป้าหมายและการติดตามเพื่อประเมินผลงานให้เป็นไปตามที่วางไว้


“วีป-ยอด” ร่วมเตรียมทัพนักกีฬาไทย
 วันเดียวกัน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมกีฬาไทย อาทิ  พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ฯลฯ ร่วมหารือ หลังจากในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกไทยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของการกีฬาแห่งประเทศไทย กรณีไม่มีแผนงานที่ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องการเตรียมนักกีฬาไทย ทั้งในระยะสั้นปี 2552 ซึ่งมีถึง 5 รายการและในระยะยาวอย่างน้อย 4 ปี


 ภายหลังการประชุม น.ส.ศศิธารา กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป ในการเชิญ พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ และพล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย เข้ามาร่วมจัดทำแผนการเตรียมนักกีฬาไทย ซึ่งยังมีนายกนกพันธุ์เป็นประธานเตรียมนักกีฬาอยู่เช่นเดิม โดยในปี 2552 มีการแข่งขันถึง 5 รายการได้แก่ เอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1, เอเชี่ยนมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 1, อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5, เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 และซีเกมส์ ครั้งที่ 25 นอกจากนี้ ยังจะเตรียมแผนระยะยาวไปจนถึง ยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16, ซีเกมส์ ครั้งที่ 16 จนกระทั่งถึงโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 ต่อไป สำหรับกรณีการเบิกจ่ายเงินล่าช้านั้น มีเพียง ฟุตบอล และบิลเลียด-สนุกเกอร์ ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ส่วนใหญ่นั้น มาจากความไม่พร้อมเรื่องของเอกสาร ซึ่งกระทรวงพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสัญจร เพื่อทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ถึงขั้นตอนการเบิกจ่าย เพื่อมิให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก


 ขณะที่ พล.ต.จารึก และนายชัยภักดิ์ จะเข้ามาดูแลเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติของสมาคมกีฬาต่างๆ ซึ่งในปี 2553 คงยากเนื่องจากมีการเสนอตัวไปหมดแล้ว แต่ในปี 2554 เป็นต้นไป หากสมาคมใดต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณ โดยเสนอในงบประมาณประจำปี 2554