
'ประยุทธ์'สั่งฟัน'สปป.ล้านนา'กบฏ!
02 มี.ค. 2557
'ประยุทธ์' สั่ง 'มทภ.3' จัดการ 'สปป.ล้านนา' แจ้งความดำเนินคดีข้อหากบฏ ขณะที่ 'ทบ.' ซัด 'โกตี๋' เหิมปลุกแดงจับบิ๊กทหาร
2 มี.ค. 57 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ มีการเคลื่อนขบวนแห่ธงแดงขาว โดยมีป้ายผ้าเขียนข้อความว่า 'สปป.ล้านนา' ว่า ขณะนี้พบว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนบางกลุ่มในพื้นที่ภาคเหนือ มีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อ 'สปป.ล้านนา' ซึ่งฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าการแสดงออกในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย และถือว่าไม่สร้างสรรค์ และไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ โดยขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ไปดำเนินการทางด้านกฎหมายแล้ว ขอให้พี่น้องประชาชนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย เพราะการดำเนินกิจกรรมในบางลักษณะถือเป็นการทำผิดกฎหมายร้ายแรง การแสดงออกถึงความแตกต่างทางความคิดคงเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญพึงกระทำได้ภายใต้กรอบ แต่การแสดงออกถึงความต้องการจะแบ่งแยกประเทศ ถือว่าอยู่นอกกรอบคงไม่สามารถกระทำได้
แจ้งความดำเนินคดี 'กลุ่มรักเชียงใหม่ 51-เสื้อแดงพะเยา' กบฏ!
พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่3 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ที่ประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนล้านนา (สปป.ล้านนา) ว่า ที่ผ่านมาทางกองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ตรวจสอบตลอดเวลา และเมื่อเห็นว่าข่าวมีความชัดเจนมากขึ้น ได้สั่งการให้มณฑลทหารบกจังหวัดเชียงใหม่และมณฑลทหารบกจังหวัดพะเยา ไปดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย ในลักษณะฐานกระทำความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา 113 ที่ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
พล.ท.ปรีชา กล่าวต่อว่า และมาตรา 114 ผู้ใดสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกัน เพื่อเป็นกบฏ หรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่าผู้ใดจะเป็นกบฏ และกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี โดยทางมณฑลทหารบกได้เข้าดำเนินคดีกับกลุ่ม 'สปป.ล้านนา' เมื่อช่วงเช้า (2 มี.ค.) ที่ผ่านมา คือ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จ.เชียงใหม่ กับ กลุ่มเสื้อแดงพะเยา จ.พะเยา ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการดำเนินการที่สุ่มเสี่ยงกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ กรณีการแบ่งแยกดินแดน ในส่วน จ.พิษณุโลก ที่มีการติดป้ายแบ่งแยกดินแดนนั้น ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการปลดป้ายออก พร้อมทั้งหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
พล.ท.ปรีชา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ใช้อำนาจผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาคที่ 3 เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัดเข้าประชุม เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยสอดส่องดูแล และตรวจสอบการดำเนินการใดๆ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพไม่สามารถสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดได้ เพราะไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพียงแต่ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัด และทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จับตาดูพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของกลุ่ม สปป.ล้านนา และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 อย่างใกล้ชิด และจะรายงานความคืบหน้านี้ให้กับผู้บัญชาการทหารบก รับทราบ ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ซึ่งจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ (3 มี.ค.)
"ผมขอยืนยันว่า ทหารทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่เคยเลือกข้าง และยอมรับในพื้นที่ภาคที่ 3 มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่อาจสร้างความเข้าใจผิดกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม สปป.ล้านนา ที่มีการตั้งชื่อคล้ายกับการจัดตั้งรัฐใหม่ ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา และรัฐธรรมนูญ โดย ผบ.ทบ.มีความเป็นห่วงเรื่องดังกล่าว และกำชับให้กองทัพภาคที่ 3 ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอดส่องดูแลและดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศทุกจังหวัด"
'ทบ.' ซัด 'โกตี๋' เหิมปลุกแดงจับบิ๊กทหาร
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ปทุมธานี พูดปลุกระดมประกาศออกรายการทางวิทยุ มีเนื้อหาข่มขู่ว่าจะให้มวลชนไปจับตัว พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1รอ.) และ พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.11 รอ.) ว่า เหมือนเป็นการประกาศให้ผู้อื่นกระทำผิดคุกคามต่อเสรีภาพผู้อื่น คุกคามเจ้าหน้าที่ด้วยการโฆษณา ซึ่งถือว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเป็นการแสดงออกถึงความก้าวร้าว ทั้งนี้ทางกองทัพบกจะเร่งตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการให้ถึงที่สุด รวมถึงจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดติดตามความคืบหน้า กรณีอาจเป็นผู้ต้องสงสัยความผิดในคดีอื่นๆ ด้วย
ด้าน พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ระกษาพระองค์ (พล.ร 1 รอ.) กล่าวถึงกรณีเดียวกันนี้ว่า ได้รับทราบกรณีดังกล่าวแล้ว ส่วนตัวคงจะไม่มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี ส่วนเรื่องที่กองทัพบกจะเร่งดำเนินการตรวจสอบประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการให้ถึงที่สุดนั้น ขอให้เป็นเรื่องของกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ เพราะตนทำงานอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพบก ทั้งนี้ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่ก็จะไม่ประมาทและระมัดระวังตัวให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะไม่กระทบกับการทำงาน ซึ่งตนก็จะลงตรวจพื้นที่ที่ทหารทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนรอบพื้นที่การชุมนุมเช่นเดิม รวมทั้งต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำหน้าที่ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก กปปส.ได้ย้ายเวทีรวมกันที่สวนลุมพินี ทำให้ในวันนี้ พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผบ.พล.1 รอ. ในฐานะ ผบ.กกล.ทหาร ศรส. สั่งปรับใหม่แผน รปภ. รวม 176 จุด โดยใช้กำลังทหารจำนวน 56 กองร้อย (8,400 นาย) พร้อมทั้ง เร่งประสานงานเจ้าของตึก อาคารสูงรอบพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินี และนำกำลังทหารขึ้นไปดูแลป้องกัน ผู้ไม่หวังดี หรือป้องกันกองกำลังไม่ทราบฝ่ายลอบยิงลงมาจากที่สูง



