ข่าว

'เด็จพี่'ปูด'เทือก'รับ500ล.ยุบเวทีชี้แกนนำแตก

'เด็จพี่'ปูด'เทือก'รับ500ล.ยุบเวทีชี้แกนนำแตก

02 มี.ค. 2557

"พร้อมพงศ์"ปูด"สุเทพ"รับ500ล้านยุบเวทีชี้แกนนำแตกคอยันรัฐบาลไม่คิดแบ่งประเทศ ชี้มือที่3ลอบยิงบ้านแม่ทยาหวังสร้างสถานการณ์ซัด"วิชา"เลิกกล่าวหารบ.หยุด2มาตราฐาน

 
 
 
          วันที่ 2 มี.ค.57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศยุบ เวทีไปรวมที่ สวนลุม เพื่อเปิดเส้นทางและคืนพื้นที่ให้คนกทม. ว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างที่นายสุเทพกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ มีข่าวออกมาว่า นายพิมล ศรีวิกรม์ ได้บอกว่า ธุรกิจโรงแรมในย่านนั้นได้รับความเสียหาย ต้องได้รับการฟื้นฟู ไม่ต่ำกว่า 3-6 เดือน และกลุ่มทุนที่สนับสนุนนายสุเทพ ได้รับความเดือดร้อน น่าจะเป็นเพราะเรื่องนี้มากกว่า และมีข่าวว่า กลุ่มธุรกิจในย่านนั้น มีการลงขันเพื่อให้นายสุเทพ ยุบเวที และมอบเงิน กว่า 500 ล้านบาทให้นายสุเทพ 
 
          ส่วนการยุบเวทีมีแกนนำ อาทิ หลวงปู่พุธทอิสระ นายนิติธร ล้ำเหลือ ก็ไม่เห็นด้วยเพราะไม่ได้รับข้อมูลมาก่อน จึงเกิดความผิดหวังในตัวนายสุเทพ กับการแสดงท่าทีประกาศยุบเวทีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ แกนนำ กปปส.กำลังเกิดความแตกแยก จึงอยากถามไปยังนายสุเทพ ว่า ยุบเวทีเพราะเงิน 500 ล้านจริงหรือไม่ และฝากให้แกนนำ กปปส. คนอื่นมีการตรวจสอบเรื่องนี้
 
          ทั้งนี้ที่นายสุเทพ ระบุว่ารัฐบาลโดนกดดัน จนทำให้รัฐบาลคิดแบ่งแยกประเทศ ไม่เป็นความจริงอย่างที่ถูกกล่าวหา ไม่มีรัฐบาลที่ไหน คิดแบ่งแยกประเทศ พรรคเพื่อไทยก็ไม่เห็นด้วยแนวคิดแบบนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ ก็บัญญัติไว้ว่าประเทศไทยไม่สามารถแบ่งแยกกันได้ประเทศไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว จึงฝากไปยังนายสุเทพ หยุดสร้างวาทกรรมเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อนำไปเป็นประเด็นในการโจมตีรัฐบาล เพราะไม่มีใครเขาเห็นด้วยกับเรื่องนี้
 
 
 
 

ชี้ มือที่ 3 ลอบยิงบ้านแม่ทยา หวัง สร้างสถานการณ์ 
 
          โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีคนร้ายยิงถล่มบ้านคุณหญิง ศศิมา ศรีวิกรม์ ที่เขาใหญ่ ว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และมีความพยายามจะโยงเหตุการณ์ให้ต่อเนื่องหลังจากที่นายณัฐพล ทีปสุรรณ และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.ไปเป่านกหวีดใส่ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เพื่อให้เข้าใจผิดว่า เป็นการกระทำของอีกฝ่าย ทั้งนี้น่าจะเป็นการกระทำของมือที่ 3 เพื่อให้เกิดการเบี่ยงเบนประเด็นเกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ซึ่งฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้คงไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล จึงขอปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นการกระทำของฝ่ายรัฐบาล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีแต่ผลเสียกับทางรัฐบาล ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด และเรียกร้องให้ ตำรวจหาตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว
 
 
 
 

ชี้ "กปปส." ดิบ เถื่อน ทำร้ายตำรวจ วอน ประชาชนตาสว่าง 
 
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีการ์ดกปปส. ทำร้าย พ.ต.อ.นพพร ศุภพัฒน์ รองผบก.อฏ เมื่อวันที่ 28 ก.พ 57 ที่ผ่านมา ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาการ์ดกปปส.ก็ได้มีการควบคุมตัว ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัติ รองโฆษกรัฐบาล มาแล้ว ซึ่งการกระทำเช่นนี้ไม่ต่างจากกระทำที่ดิบ เถื่อน ถ่อย ไม่เคารพกฎหมาย ทำร้ายตำรวจ ทำร้ายประชาชน ข่มขู่ คุกคาม หยามกฎหมาย ไม่ต่างจากพวกมาร์กซิสต์ เหมือนกรุงเทพเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ที่นายสุเทพบอกจะปฏิรูปประเทศไทย ตั้งนายกฯ ตั้งสภาประชาชน ถ้าบ้านเมืองมีนายสุเทพเป็นรัฐาธิปัตย์ บ้านเมืองจะเป็นแบบไหน ตนอยากให้ประชาชนกทม.ตาสว่างได้แล้ว ซึ่งก็ไม่แปลกใจที่วันนี้การชุมนุมประชาชนลดน้อยลง เชื่อว่าสุดท้ายนายสุเทพจะไม่สามารถดำเนินการเคลื่อนไหวต่อได้เพราะประชาชนไม่เอาด้วย 
 
          ทั้งนี้ขอถามว่าการ์ดที่อยู่รอบตัวนายสุเทพ ได้เพิ่มเป็น 500 คนใช่หรือไม่ รวมถึงมีการพกอาวุธ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นจับการ์ดกปปส.ได้ 2 คน มีทั้งปืนทั้งกระสุน ซึ่งสะท้อนว่า การชุมนุมของนายสุเทพ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ที่ระบุว่า การชุมนุมต้องสงบ ปราศจากอาวุธ
 
          อย่างไรก็ตามในวันอังคาร ที่ 4 มี.ค. พรรคเพือไทยได้เรียกส.ส.มาประชุม เพื่อรับทราบความเห็นของสมาชิก ใน 2 ประเด็น คือ 1.เรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ซึ่งพรรคได้ให้ส.ส.ไปรวบรวมปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนว่ามีเรื่องใดที่ต้องให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องที่เกษตรกรยังไม่ได้รับเงิน และ2.เรื่องสถานการณ์การเลือกตั้งที่ยังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้
 
 
 
 

ซัด "วิชา" เลิกกล่าวหารัฐบาล หยุด 2 มาตราฐาน 
 
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า มีรัฐมนตรีและคนของรัฐบาล อยู่เบื้องหลังของผู้ชุมนุมชาวนา ที่ไปปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า ไม่เป็นความจริง ก่อนที่นายวิชา จะออกมากล่าวหาคนอื่น อยากย้อนกลับมองตัวเอง ว่า ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะการตรวจสอบตัดสินต่างๆ ของนายวิชา ได้มีการเอนเอียงไปยังกลุ่มกปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีการออกมาติเตือนการกระทำของ กปปส. ที่มีการไปสร้างความเดือดร้อนปิดสถานที่ต่างๆ หรือ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวที กปปส. แต่กลับออกมาติเตือนชาวนา ที่ได้ออกไปปิดล้อม ป.ป.ช.แสดงให้เห็นว่า ป.ป.ช.มีมาตรฐานในการทำงานสองมาตรฐาน จนฝ่ายที่เห็นต่างมีความเคลือบแคลงใจในการตัดสิน และมีข้อมูลว่า ที่นายวิชา ไม่กล้าออกมาติเตือนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีญาติเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์ ที่ชื่อ พล.อ.ณรงค์ มหาคุณ จริงหรือไม่ สวนชาวนาไปปิดล้อมนายวิชา ก็สามารถแจ้งความเอาผิดตามกฎหมายได้