
'หลักฟิสิกส์'ไขคดี...บึ้มผ่านฟ้า
'หลักฟิสิกส์'ไขคดี...บึ้มผ่านฟ้า : คลี่ปมปริศนา csi-thailand โดยทีมข่าวอาชญากรรม
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายหลังศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) มีคำสั่งให้ตำรวจปราบจลาจลกว่า 25,000 นาย ขอคืนพื้นที่ชุมนุมจำนวน 5 จุด คือ ทำเนียบรัฐบาล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 69 คน ยังคงตามหลอกหลอนคนไทยทั้งประเทศ และไม่มีใครอยากเห็นภาพแห่งความสูญเสียเช่นนี้อีก
บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเฉพาะตรงแยกผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งรับผิดชอบการขอคืนพื้นที่โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 คือพื้นที่ที่เกิดความรุนแรงนำมาสู่ความสูญเสียมากที่สุด ในจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงนั้น มีกรณี "ระเบิดปริศนา" ที่ถูกขว้างเข้าสู่แนวรุกของตำรวจ ซึ่งห่างจากเต็นท์ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมใช้เป็นแนวตั้งรับเพียง 6.361 เมตร รวมอยู่ด้วย
หลังเหตุความรุนแรงยุติลง มีการนำภาพเหตุการณ์ไปโพสต์ไว้ในเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย มีการตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของระเบิดปริศนา ลูกดังกล่าว
ในจำนวนข้อสังเกตที่ว่า มีการระบุถึงที่มาของระเบิดลูกนี้ อาจจะถูกขว้างมาจากกลุ่มตำรวจหรือไม่ ?
สมมติฐานที่ว่า ระเบิดอาจจะมาจากแนวของตำรวจเอง ถูกนำไปผูกโยงกับการขว้างระเบิดตกลงบนหลังคาเต็นท์ หรืออาจจะปะทะเข้ากับขอบเหล็กโครงหลังคาของเต็นท์ ซึ่งเป็นแนวตั้งรับของกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่ระเบิดจะตกลงสู่พื้นกระเด้งปะทะกับโล่ของตำรวจ ระหว่างนั้น ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ ผบ.หมู่ป. สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เห็นจึงลุกขึ้นจากแนวเตะระเบิดแต่ไม่ทันการณ์ ระเบิดทำงานเสียก่อน
หลังเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ สิ้นสุดลง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐาน ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ ค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
โดยเหตุระเบิดปริศนา เป็นกรณีต้นๆ ที่ พล.ต.อ.จรัมพร พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ จากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หยิบยกมาตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิด ที่นำมาใช้ครั้งนี้คือ ระเบิดเอ็ม 67 ชนิดลูกเกลี้ยง ใบกลมเท่าผลส้ม หนักประมาณ 400 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 64 มิลลิเมตร ใช้เปลือกนอก เป็นสะเก็ด เวลาระเบิด สะเก็ดจะแตกออกเป็นรูปไข่ปลา มีอำนาจทำลายล้างในรัศมีฉกรรจ์ จากจุดระเบิด ตั้งแต่ 10-15 เมตรขึ้นไป ระยะสังหารอยู่ที่ 5 เมตร
ภายในบรรจุสารอาร์ดีเอ็กซ์ กับทีเอ็นที ซึ่งเป็นสารประกอบระเบิด จำนวน 184.2719 กรัม ใช้ชนวนระเบิดชนิดเอ็ม 213 ระบบจุดระเบิดเป็นแบบใช้เข็มกระแทก แรงคนสามารถขว้างได้ไกล 30 เมตรโดยเฉลี่ย ระยะขว้างถ่วงเวลา 3-5 วินาที สะเก็ดระเบิดสามารถกระเด็นไปไกลสุด 250 เมตร แต่อาจไม่เกิดผลทำลาย ถ้าระเบิดกลางอากาศ สามารถสร้างความเสียหายที่ระยะ 13.7 เมตรจากพื้นดิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้นำคลิปภาพซึ่งมีบุคคลนำไปโพสต์ไว้ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เข้าสู่ระบบการวิเคราะห์ข้อมูล โดยตรวจสอบภาพจากคลิปแบบเฟรมต่อเฟรม สามารถเห็นเงาที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของระเบิด ขนานกับแนวพื้นพุ่งกระแทกเข้าบริเวณกลางโล่ของตำรวจ
เมื่อนำไปคำนวณตามหลักฟิสิกส์พบว่า ช่วงเวลาภาพที่ปรากฏในคลิป การเคลื่อนที่ของระเบิดมีความเร็ว 29 วินาทีต่อเฟรม ขณะที่ความสูงของโล่ทั้งแผ่นสูง 108 เซนติเมตร แต่จุดกระทบของระเบิดอยู่ที่ 34 เซนติเมตรจากแนวพื้นดิน เมื่อนำไปคำนวณตามหลักฟิสิกส์ เพื่อหาความเร็วของระเบิดที่พุ่งกระทบโล่ ตามสูตรความเร็วเท่ากับระยะทางหารด้วยเวลา จะเท่ากับ 10.19 เมตรต่อวินาที หรือ 36.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ ยังทดลองคำนวณความเร็วของระเบิดโดยตั้งสมมุติฐานให้ระเบิดถูกขว้างแล้วกระทบกับหลังคาเต็นท์ โดยเต็นท์ดังกล่าวสูง 3.9 เมตร ความเร็วตกกระแทกพื้นจะได้ประมาณ 8.79 เมตรต่อวินาที หรือราว 31.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมุมการตกกระทบของระเบิดที่ตกจากหลังคาเต็นท์น่าจะอยู่ที่ 45 องศา ตามหลักฟิสิกส์ มุมตกกระทบจะเท่ากับมุมสะท้อน ซึ่งหมายความว่าเมื่อระเบิดตกกระทบพื้นแล้วจะกระเด้งออกจากจุดตกกระทบทำมุม 45 องศาด้วย แต่การตรวจสอบภาพเคลื่อนไหวจากคลิปแบบเฟรมต่อเฟรมพบเงาที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของระเบิดทำมุมขนานกับแนวพื้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ระเบิดจะตกลงหลังคาเต็นท์แล้วกระเด้งมาโดนโล่ของตำรวจ
"บนหลังคาเต็นท์เป็นผ้าใบจะมีความหยุ่น ขณะที่ระเบิดเป็นเหล็กมีน้ำหนักพอสมควร เมื่อระเบิดถูกปาลงสู่หลังคาจะเกิดการซับน้ำหนัก ขณะที่ระเบิดเอ็ม 67 หน่วงเวลาไว้ที่ 3-5 วินาที ซึ่งน่าจะระเบิดบนหลังคาเต็นท์มากกว่า ส่วนข้อสันนิษฐานที่ว่าระเบิดอาจถูกปามากระทบกับเหล็กโครงหลังคานั้น ก็น่าจะตกบริเวณใกล้กับเต็นท์มากกว่าที่จะกระเด็นมาโดนโล่ของตำรวจซึ่งห่างออกมาถึง 6.361 เมตร" พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูล
สำหรับที่มาของระเบิดลูกนี้ ตำรวจยังไม่ได้สรุปอย่างชัดเจน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอื่นมาประกอบเพิ่มเติม แต่จากการตรวจสอบตามหลักฟิสิกส์พบว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่ง ที่ระเบิดลูกนี้จะถูกปาลอดเต็นท์มามากที่สุด โดยคนปานั้นน่าจะย่อตัวลงแล้วปาระเบิดเพื่อหวังให้ระเบิดลอดแนวเต็นท์เข้าสู่พื้นที่ของตำรวจ ขณะที่ปาเสร็จผู้ปาได้วิ่งหนีออกจากจุดดังกล่าวเพื่อหลบสะเก็ดระเบิดไปทันที
..........................
(หมายเหตุ : 'หลักฟิสิกส์'ไขคดี...บึ้มผ่านฟ้า : คลี่ปมปริศนา csi-thailand โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



