ข่าว

'ลูกไปด้วย'สิทธิเด็กกับม็อบการเมือง

'ลูกไปด้วย'สิทธิเด็กกับม็อบการเมือง

02 มี.ค. 2557

'ลูกไปด้วย'สิทธิเด็กกับม็อบการเมือง : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              "ก็สนุกดี" คำตอบสั้นๆ ของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ขณะนั่งมองมวลชน กปปส. ที่แต่งชุดดำตะโกนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  
               ชายวัย 40 กว่า พ่อของเด็กหญิงข้างต้น ยอมรับว่า พาลูกสาวมาจากโคราช เข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลมาหลายเดือนแล้ว วันนี้ตามแกนนำมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้เด็กที่เสียชีวิต ช่วงแรกนอนใกล้เวทีลาดพร้าว ก่อนย้ายมานอนสวนลุมฯ มากัน 2 คนพ่อลูก เนื่องจากแม่ของเด็กไปรับจ้างทำงานที่อื่น

               "ตอนรู้ว่ามีเด็กตายหลายคน เสียใจมากนะ ผมมีลูกคนเดียว ไม่พามาก็ไม่ได้ เพราะเขาติดพ่อมาก ที่นี่มีขนมมีน้ำแจก เด็กหิวก็มีข้าวกล่องไม่น่าเป็นห่วงอะไร ถามว่ากลัวไหมว่าลูกจะได้รับอันตราย ผมว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เรามาสู้จนกว่าจะชนะ นายกฯ ต้องลาออกและให้มีปฏิรูปการเมือง"  ผู้ร่วมชุมนุมจากโคราชกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

               หลังจากเหตุความรุนแรงที่เวทีมวลชน จ.ตราด และแยกราชประสงค์ ส่งผลให้เด็กเล็กเสียชีวิต 4 รายนั้น เครือข่ายสิทธิเด็กรวมพลังออกมาเรียกร้องให้ "ยุติความรุนแรงต่อเด็กทุกรูปแบบในพื้นที่การชุมนุม" ขณะที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้ใหญ่ในเรื่องสิทธิและความปลอดภัยในการพาเด็กมาร่วมม็อบ หรือเวทีชุมนุมทางการเมือง

               บ่ายวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก 43 องค์กรร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามผู้ก่อเหตุทำให้เด็กเสียชีวิต 4 คน รวมถึงการทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง "ทิชา ณ นคร" ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าใจถึงความรู้สึกของพ่อแม่ที่สูญเสียลูก ต้องเศร้าสุดๆ อย่างแน่นอน ไม่อยากให้มีการซ้ำเติมผู้สูญเสีย ที่ผ่านมาการพาเด็กมาร่วมเวทีการเมืองถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมือง ไม่สามารถห้ามผู้ปกครองได้ แต่สถานการณ์ในวันนี้รุนแรงมากขึ้น คงต้องระมัดระวังหากเรื่องความปลอดภัยของเด็ก รัฐต้องเร่งจับคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ว
 
               สอดคล้องกับ "สุธาทิพย์ ธัชยพงษ์" ตัวแทนคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ แสดงความเห็นว่า ผู้ใหญ่บางคนจำเป็นต้องพาลูกมาด้วย เพราะไม่มีคนดูแลเด็กที่บ้าน หรือบางคนตั้งใจพาลูกมาเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ทางการเมือง แม้ว่าบางฝ่ายมองว่าเป็นความรับผิดชอบของแกนนำเวทีชุมนุมที่ป้องกันไม่ดีพอ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องปกป้องคุ้มครองเด็กในทุกสถานที่ และตำรวจต้องรับผิดชอบที่มีการใช้อาวุธสงครามมาฆ่ากันแบบนี้ พวกเราไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

               จากการสำรวจของทีมข่าว "คม ชัด ลึก" พบว่า การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา 3 เดือนนั้น มีผู้ปกครองนำเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบมาร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่พามาเช้า-เย็นกลับ หรือพามาแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง 2.กลุ่มที่มาจากต่างจังหวัด แล้วพาเด็กมาค้างคืนด้วยกัน และ 3.กลุ่มเด็กที่มาช่วยงานพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ชุมนุม

               หลายคนมีคำถามในใจว่า การพาเด็กเล็กไปม็อบนั้น ผิดตรงไหน?
 
               นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต วิเคราะห์ให้ฟังในแง่จิตวิทยาว่า เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบนั้น ไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาที่ใช้ในเวทีชุมนุมการเมืองได้ ถ้าพ่อแม่ไปบ่อยๆ พวกเขาจะซึมซับได้แค่น้ำเสียงแห่งความรุนแรง การประณามฝ่ายตรงข้าม ทั้งจากคำพูดและกิริยาท่าทาง ยืนยันได้เลยว่าผู้ใหญ่คิดผิด ถ้าจะให้เด็กเรียนรู้การเมืองด้วยวิธีนี้ มีแต่จะสร้างความเกลียดชังและความรุนแรงในใจเด็ก หรือทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ถ้าต้องการพาเด็กไปเรียนรู้สิทธิหรือบทบาทพลเมือง ควรพาไปทำกิจกรรมอาสาสมัครหรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ มากกว่า แต่ถ้าพ่อแม่จำเป็นต้องพามา เพราะไม่มีใครดูแล ก็ควรหาพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก จัดกิจกรรมอื่นให้ทำเพื่อผ่อนคลายสนุกสนาน
 
               "ที่น่าเป็นห่วงอีกกลุ่มหนึ่ง คือเด็กอยู่บ้าน แล้วผู้ปกครองเปิดทีวีช่องถ่ายทอดเวทีการเมืองทั้งวันทั้งคืน นอกจากเด็กจะซึมซับความก้าวร้าวแล้ว ยังถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวอีกด้วย เหมือนกับสนใจทีวีมากกว่าตัวเด็ก ต้องช่วยกันบริหารเวลาให้เหมาะสม หรือถ้าเด็กเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว เลียนแบบท่าทางคำพูดรุนแรงของผู้ใหญ่ ต้องห้ามและอาจมีการลงโทษเล็กน้อย เพื่อยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่ควรปล่อยปละละเลย ควรทำให้ลูกหยุดการเลียนแบบสิ่งที่ไม่ดีทันที" นพ.ยงยุทธ กล่าวแนะนำ
 
               ส่วนมุมมองของกลุ่มเอ็นจีโอที่ทำงานปกป้องสิทธิเด็กมานานนั้น "เชษฐา มั่นคง" ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก เล่าว่า จากการทำงานในหลายพื้นที่ พบว่า มีเด็กบางคนที่ซึมซับความรุนแรงเหล่านี้เข้าไปโดยผู้ปกครองไม่รู้ เช่น ครูคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า มีเด็กนักเรียนใส่เสื้อสีแดงมาห้องเรียน ปรากฏว่าเด็กคนอื่นๆ เข้าไปรุมด่าว่า และขอให้ครูไล่เด็กคนนั้นออกไป เพราะไม่อยากให้มีเด็กใส่เสื้อแดงอยู่ร่วมชั้นเรียนเดียวกัน
 
               "ส่วนตัวผมคิดว่า การพาเด็กไปม็อบหรือชุมนุมการเมืองไม่ว่าสีไหนฝ่ายไหนก็ไม่ถูกต้องทั้งนั้น เพราะละเมิดสิทธิเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กควรได้รับการเลี้ยงดูและอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและเหมาะสม ตามหลักสิทธิเด็กสากล หรือตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กของไทย การเอาเด็กเล็กไปเลี้ยงดูหลับนอนในพื้นที่เวทีการเมือง ทำให้เด็กเสี่ยงได้รับอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ อาหารการกิน ที่หลับนอนก็ไม่ถูกสุขอนามัย มียุง มีน้ำไม่สะอาด อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิทธิความปลอดภัยของเด็กกลุ่มนี้ด้วย"

               เชษฐากล่าวแนะนำทิ้งท้ายว่า หากเป็นไปได้อยากให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ ศูนย์เด็กและเยาวชนของกรุงเทพมหานคร เข้ามาดูแลจัดพื้นที่พิเศษให้เด็กที่ผู้ปกครองพามาเวทีการเมือง มีกิจกรรมให้เด็กทำ เพื่อให้ผู้ปกครองเอาเด็กมาฝากไว้ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าเกิดความรุนแรงต้องเอาเด็กออกจากพื้นที่ทันที

4 ข้อเรียกร้อง"เครือข่ายเด็ก"

               1.ขอประณามผู้กระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะทำให้เด็ก เยาวชน เสียชีวิตหรือได้รับอันตราย

               2.ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งหาตัวผู้กระทำความผิด มารับโทษ และเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเด็กและครอบครัว

               3.ขอวิงวอนให้ผู้ปกครองไม่นำเด็กเข้าร่วมการชุมนุมหรือพาเข้าในพื้นที่เสี่ยงอันตราย

               4.ขอให้ผู้จัดการชุมนุมคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับแรก


.........................................

(หมายเหตุ : 'ลูกไปด้วย'  สิทธิเด็กกับม็อบการเมือง :  ทีมข่าวรายงานพิเศษ)