ข่าว

'เวทีลุมพินี'เข้มป้องกันสูงสุด

'เวทีลุมพินี'เข้มป้องกันสูงสุด

02 มี.ค. 2557

'เวทีลุมพินี'เข้มป้องกันสูงสุด : บุษราคัม ศิลปลาวัลย์รายงาน

               เพียงหนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุระเบิดบริเวณใกล้เวทีสวนลุมพินี “แผนที่ยุทธศาสตร์” บริเวณรอบๆ การชุมนุมถูกนำมากางบนโต๊ะทำงานของ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ผู้รับผิดชอบด้านการดูแลรักษาควรามปลอดภัย พร้อมเรียกทีมรักษาความปลอดภัยมาประชุมถึงแนวทางการยกระดับรักษาความปลอดภัย ให้เข้มข้นขึ้นในระดับพิเศษ

               โดยหนึ่งในทีมหัวหน้าการ์ด คือ ภูมิ เทือกสุบรรณ หลานชายแท้ๆ ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เว้นวรรคงานสมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี มาร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยเวทีลุมพินี อีก 1,350 คน

               นายถาวรเล่าถึงที่มาของระบบการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่การชุมนุมว่า แรกเริ่มเดิมทีที่มีการชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสนนั้น ไม่คิดว่าจะต้องมีทีมรักษาความปลอดภัยโดยตรง เพราะคิดว่าการชุมนุมเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่เมื่อการชุมนุมได้ขยายมาถึงการเคลื่อนเวทีมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จึงมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

               จากนั้นเมื่อมีการกระจายเป็น 7 เวที และยุบรวมเหลือ 5 เวที โดยระบบรักษาความปลอดภัยที่เวทีลุมพินี มีการวางระบบเป็นพิเศษ เพราะมีการยุบรวมเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเวที 5 แยกลาดพร้าว มารวมกับเวทีลุมพินี

               ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าเวทีลุมพินีเป็นเวทีที่มีระบบการดูแลความปลอดภัยที่เข้มข้นที่สุดคงไม่ผิดนัก

               หลังจากกางแผนที่สมรภูมิรอบๆ เวทีลุมพินี แล้ว ได้มีการแบ่งโซนการดูแลเป็น 6 โซน ซึ่งโซนที่อันตรายมากที่สุดคือ โซนฝั่งสวนลุมพินี เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ ง่ายต่อการแฝงตัวเข้ามายิงเอ็ม 79 ดังนั้น จุดนี้การ์ด กปปส.ใช้วิธีให้หน่วยลาดตระเวนลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งเอ็ม 79 มีวิถีการยิงในระยะ 150-200 เมตร จากบริเวณดังกล่าว โดยใช้คนทำงาน 2 คน คือคนถือปืน เล็งระยะ กับอีกคนหนึ่งคอยช่วยเก็บปลอกกระสุน และในยุทธวิธีการเคลื่อนย้ายอาวุธชนิดนี้ คนร้ายจะใช้วิธีตัดส่วนหัวและส่วนท้ายปืนออก ทำให้ปืนสั้นลงเพียง 40 เซนติเมตร และสามารถใส่ในกระเป๋าถือได้อย่างไม่มีคนสงสัย

               นอกจาก เอ็ม 79 แล้ว สิ่งที่น่าวิตกอีกสิ่งหนึ่ง คือ สไนเปอร์ ซุ่มยิงแกนนำ ทั้งนี้ในส่วนของการป้องกันสไนเปอร์ จะใช้คนเฝ้าระวัง สืบสภาพหาข่าว และลาดตระเวน เป็นหลัก โดยหลักการนี้ใช้กับทุกเวที ซึ่งการป้องกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็มีแนวป้องกันแบบเดียวกัน และเสริมเรื่องไฟส่องสว่างตึกสูง

               เพราะสิ่งที่ทีมรักษาความปลอดภัยกลัวมากที่สุดคือ การลอบยิงแกนนำด้วยสไนเปอร์ โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ในระหว่างการปราศรัย

               “หน้าที่ของการ์ด คือ เน้นการป้องกันดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม โดยในการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของการชุมนุมนั้น ความยากง่ายในการป้องกัน ขึ้นอยู่ที่คนร้ายตั้งใจเข้ามาก่อเหตุร้ายหรือไม่ ถ้าตั้งใจจะเข้ามาก่อเหตุอย่างหวังผลจริง การป้องกันก็ป้องกันยาก” นายถาวร กล่าว

               สำหรับการทำงานของทีมการ์ด กปปส.นั้น แบ่งเป็นทีมทำงาน 1.หน่วยสืบหาข่าว 2.หน่วยลาดตระเวน 3.หน่วยเคลื่อนที่เร็ว 4.ส่วนประสานราชการ 5.ศูนย์วิทยุ 6.ฝ่ายสืบสวน 7.ฝ่ายสวัสดิการ หากรวมค่าตอบแทนการ์ดทุกเวทีแต่ละวัน มากกว่า 1 ล้านบาท

               ปรีติ เชาวลิต หัวหน้าการ์ด กล่าวว่า กฎเหล็กของการ์ด กปปส.เวทีสวนลุมพินี คือ มีการร่างระเบียบข้อห้ามที่ชัดเจน เช่น ห้ามดื่มเหล้า ซ้อมร่างกาย ทำร้ายร่างกาย ห้ามเล่นการพนัน หรือเสพยาเสพติด โดยในการดูแลทีมการ์ดนั้นจะมีทีมพิเศษอีกทีมหนึ่ง เปรียบเสมือนสารวัตรทหาร (สห.) คอยตรวจตราความประพฤติของการ์ดโดยเฉพาะ หากพบใครผิดระเบียบจะไล่กลับบ้านทันที

               ภูมิ กล่าวเสริมว่า ทีมการ์ดเวทีสวนลุมไม่รับสมัครการ์ดใหม่ ไม่มาเก็บตกหล่นคนที่เวที เพราะเราไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ใครมีพื้นเพมาอย่างไร ดังนั้น เพื่อป้องกันการแฝงตัวเข้ามาของผู้ไม่ประสงค์ดี จึงเอาสมัครพรรคพวกมาจากบ้านเดียวกัน

               ในส่วนที่มีข่าวว่า มีหน่วยซีลแฝงตัวมาในกลุ่มการ์ดนั้น เขายืนยันว่าที่เวทีนี้ไม่มี

               “สอบเสร็จแล้วถ่ายรูปไว้ แล้วปล่อยตัวไป” ทินกร ปลอดภัย หัวหน้าการ์ดอีกคน สั่งการทางโทรศัพท์กับลูกน้อง ระหว่างให้สัมภาษณ์

               ทินกร ปลอดภัย หัวหน้าการ์ดอีกท่านหนึ่งอธิบายถึงกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่จะเข้ามา มี 3 ประเภท 1.ก่อกวน 2.หาข่าว 3.หน่วยชี้เป้า ดูพื้นที่การชุมนุมทางหนีทีไล่ หากการ์ดจับผู้ที่จะเข้ามาก่อกวน หรือหาข่าว ก็จะนำตัวมาสอบแล้วปล่อยตัวไป แต่หากจับ หน่วยชี้เป้าได้ ก็จะต้องวางแผนป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

               สำหรับภารกิจประจำวันของการ์ดนั้น คือ เช้า ประชุมสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด และประเมินสถานการณ์ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ตัวเอง ส่วนวันไหนหากมีการเคลื่อนขบวน การ์ดของเวทีที่เคลื่อนจะเป็นผู้รับผิดชอบ

               ส่วนข้อครหา การ์ดมีอาวุธและกินใบกระท่อม ทินกร กล่าวว่า ในส่วนของอาวุธยอมรับว่ามี แต่เป็นอาวุธที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตพกพาและจะใช้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ไม่ใช่พกเพื่อมาทำร้ายใคร

               สำหรับใบกระท่อม ภูมิ ยอมรับว่า มีเพราะการกินใบกระท่อมเป็นเหมือนวัฒนธรรมของคนใต้ เป็นเหมือนการกิน เอ็ม 150 เหมือนการสูบบุหรี่ แต่หากมีการนำใบกระท่อมมาผสม ทำเป็น สี่คูณร้อย เป็นยาเสพติด ตรงนี้ถ้าจับได้ก็ส่งกลับบ้านทันที เพราะในข้อห้ามมีไว้ชัดเจน ในเรื่องการห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

               สิ่งที่กังวล สำหรับการรับหน้าที่รักษาความปลอดภัย คือ พวกที่เดินเข้ามาแล้วยิง หรือขว้างระเบิด เพราะป้องกันยาก

               ทินกร กล่าวว่า ไม่กลัวหากตำรวจจะเข้ามาสลายการชุมนุม เพราะการจะเข้ามาสลายนั้นต้องมีการตั้งแถว รวมพล ตรงนี้เรารู้อยู่แล้ว การ์ดก็จะออกไปตั้วแนวป้องกัน แต่สิ่งที่กลัวคือ การเข้ามาก่อเหตุโดยไม่ให้รู้ตัว เพราะคนที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่การ์ด แต่มวลชนหรือคนที่ไม่รู้เรื่องจะโดนไปด้วย

               “อย่างเหตุการณ์หน้าห้างบิ๊กซี ราชประสงค์ ถ้าแลกได้ ผู้ที่เสียชีวิตน่าจะเป็นการ์ดมากกว่า ถ้าจะทำให้พุ่งเป้ามาที่การ์ด การทำแบบนี้ผิดวิสัยของคนต่อสู้กัน เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย” ทินกร กล่าว

--------------------------

(หมายเหตุ : 'เวทีลุมพินี'เข้มป้องกันสูงสุด : บุษราคัม ศิลปลาวัลย์รายงาน)