
นปช.โดนจับ!ปีนรั้วตามหา'วิชา มหาคุณ'
นปช.โดนจับ!ปีนรั้วตามหา'วิชา มหาคุณ' ขู่ไม่ปล่อยใช้รถพุ่งชน ตร.นำตัวไปสอบแล้วปล่อยตัว แดงปะทะกปปส.ที่รพ.บ้านโป่ง พท.เล็งเอาคืนชัตดาวน์กปปส.นัดแสดงพลัง4มี.ค.
28ก.พ.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกวป. และนปช.นนทบุรี ที่ชุมนุมปิดล้อมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยกเลิกการเทปูนปิดประตูตามที่ได้เจรจากับตำรวจและ ป.ป.ช. ไว้ แต่ยืนยันที่จะชุมนุมขัดขวางการทำงานของกรรมการป.ป.ช.ต่อไปและให้เพียงเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.บางส่วนเข้าทำงานได้เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้เจรจาขอส่งตัวแทนที่เป็นผู้หญิงจำนวน 20 คน เข้าไปตรวจสอบการทำงานของป.ป.ช. และตามหาตัวนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. ภายในอาคารสำนักงานฯ แต่ไม่ได้รับอนุญาตทำให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจและจึงให้สมาชิกผู้หญิง 5 คนปีนรั้วที่ที่อยู่ด้านหน้าเวทีเข้าไปภายในสำนักงาน ป.ป.ช. โดยขณะปีนข้ามไปนั้นได้เปิดเสื้อขึ้นเพื่อโชว์เสื้อชั้นในให้เจ้าหน้าที่ดูด้วยเพื่อเป็นการยั่วยุ ในขณะที่ด้านในมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองร้อยน้ำหวานประจำการอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมหญิงได้ปีนข้ามรั้วไปแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ ทำให้ทางแกนนำประกาศขอให้ปล่อยตัวคืนกลับมา เพราะประชาชนคนธรรมดาไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนใดๆ เพียงแค่ต้องการไปติดตามดูการทำงานของป.ป.ช.เท่านั้น แต่ถ้าไม่ยอมปล่อยตัวออกมา ก็จะยกระดับโดยการนำรถกระบะกระจายเสียง วิ่งชนพังประตูเข้าไปช่วย หรือไม่เช่นนั้น อีกมาตรการหนึ่งที่จะดำเนินการคือตัดน้ำตัดไฟฟ้า
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ชุมนุมที่ปีนรั้วเข้าไปนั้นไปยังสภ.นนทบุรี ก่อนที่แกนนำจะไปรับตัวกลับมาได้ อย่างไรก็ตามในการชุมนุมวันเดียวกันนี้ทางแกนนำกวป.-นปช.นนฯ ได้แจกเอกสารให้กับผู้ชุมนุมเพื่อแจ้งให้ทราบถึงคำสั่งศาลแพ่งทั้ง 9 ข้อ ที่ระบุห้ามจำเลย(รัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ) กระทำการใดๆต่อกลุ่มผู้ชุมนุม เช่น ห้ามสลายการชุมนุม ห้ามตรวจค้น รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้ชุมนุม ห้ามสั่งไม่ให้มีการชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไป
เสื้อแดงปะทะกปปส.ขณะเข้าไปให้กำลังผอ.รพ.บ้านโป่ง
เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มกปปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบ้านโป่ง รวมกว่า 300 คน ได้มาทำการถือธงชาติขนาดใหญ่ พร้อมทั้งแสดงสัญลักษณ์เป่านกหวีด และปราศรัยที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังได้ทราบข่าวว่า จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงในอ.บ้านโป่ง มาทำกดดันให้นายแพทย์ดุลวิทย์ ตปนียากร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง นำป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า ชาวสาธารณสุขราชบุรี ดูแลประชาชนทุกคน ไม่เลือกปฎิบัติ ขอประมาณผู้ใช้ความรุนแรง มาติดไว้ที่บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลบ้านโป่ง นอกจากนี้ยังมีป้ายข้อความเล็กๆที่ติดไว้ว่า ไม่ต้องการรัฐบาลโกง โดยคนเสื้อแดงต้องการให้นำป้ายทั้งหมดลง เนื่องจากมองว่า แพทย์และพยายาบาลมีหน้าที่รักษาผู้ป่วยไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทำให้กปปส. ได้นำมวลชนมาให้กำลังใจและมอบช่อดอกไม้ให้กับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตัดหน้ากลุ่มคนเสื้อแดง และอยู่รอคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมา
ต่อมาคนเสื้อแดงกว่า 20 คน ได้เดินทางมาที่บริเวณหน้าสภ.บ้านโป่ง แต่ไม่ได้เดินทางไปที่หน้าโรงพยาบาลบ้านโป่งตามที่ได้มีการนัดหมาย เนื่องจากเกรงว่ามวลชนนั้นจะไปปะทะกัน โดยกลุ่มคนเสื้อแดงได้ทำการปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียงที่บริเวณหน้าสภ.บ้านโป่ง ซึ่งขณะนั้นกลุ่มกปปส.และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบ้านโป่งได้ร่วมกันเดินถือธงชาติและแสดงสัญลักษณ์ โดยการเป่านกหวีดไปตามถนนหน้าโรงพยาบาลบ้านโป่ง โดยผ่านกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปราศรัยอยู่ ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน และตะโกนด่าทอกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะเข้าทำการห้ามปราม หลังจากกลุ่มกปปส.ได้ทำการปราศรัยไปรอบตลาดและกลับมาผ่านจุดที่คนเสื้อแดงปราศรัยอยู่ ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ท้าทายกัน จนทำให้กลุ่มกปปส.ซึ่งมีจำนวนคนมากกว่า จะเข้ามารุมทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืนด่าอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังเข้าสกัดกั้นและห้ามปราม และขอให้ทั้งสองฝ่ายนั้นต่างกลับไป ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยอมสลายตัว จึงทำให้เหตุการณ์นั้นสงบลงโดยไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ
พท.เล็งเอาคืนชัตดาวน์กปปส.นัดแสดงพลัง4มี.ค.
นายประชา ประสพดี รัฐมนนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดทไย กล่าวว่า ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มาจากการเลือกตั้งเตรียมตัวตั้งเป็นเครือข่ายอาสาพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ปกป้องประชาธิปไตย โดยว่าที่ส.ส.ทุกเขตจะเป็นผู้นำทัพกองกำลังประชาชน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยวันที่ 4 มี.ค.จะรวมตัวกันที่รัฐสภาเพื่อแสดงพลังเหมือนกับที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศปกป้องรัฐธรรมนูญ ยอมตายในระบอบประชาธิปไตย
เบื้องต้นได้วางมาตราการชัตดาวน์กลุ่มกปปส.และกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยอื่นๆ 4 รูปแบบคือ 1.มาตรการทางสังคม โดยบอยคอตธุรกิจ สินค้า ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง หากเป็นธนาคารก็จะถอนเงิน หยุดจ่ายหนี้ 2.มาตรการทางกฎหมาย โดยแจ้งความศาลแพ่งทั่วประเทศเพื่อเอาผิดกรณีสร้างความเสียหาย รวมทั้งการเสียโอกาสทำมาหากิน 3.มาตรการภาคประชาชน โดยรวมพลังแสดงการต่อต้านอย่างต่อเนื่อง และ4.มาตรการทางวัฒนธรรม ศีลธรรม โดยทำพิธีกรรมต่างๆ เพื่อคลีนนิ่งล้างใจคนบาป ซึ่งจะรณรงค์ทุกภาคส่วนทั้งนักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ คนทำงาน จนถึงคนแก่คนเฒ่า กระจายต่อกันไปเป็นลูกโซ่
ด้านนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัครส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 4 มี.ค. เวลา 10.00 น. ผู้สมัครส.ส.จากหลายพรรคที่คาดว่าจะได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.จะเดินทางไปรวมตัวกันที่รัฐสภาเพื่อหารือกับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาว่า จะสามารถทำอะไรได้บ้างในระหว่างที่รอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศอย่างเป็นทางการ ตอนนี้แม้ยังไม่ได้รับการรับรองแต่ต้องการทำงานก่อนเพื่อให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจเลือกตั้งเข้ามา ต้องการผลักดันการปฏิรูปประเทศ รัฐธรรมนูญ การเมืองและกระบวนการยุติธรรมให้ได้
.......................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



