ข่าว

เหยื่อก๊าซไข่เน่า..ต้องทนอีกนานแค่ไหน

เหยื่อก๊าซไข่เน่า..ต้องทนอีกนานแค่ไหน

03 มี.ค. 2557

ชาวบ้านคำไผ่เหยื่อก๊าซไข่เน่า..ต้องทนรับกรรมไปอีกนานแค่ไหน : จักรพงษ์ ระวิวรรณ ... รายงาน

 
                      การสำรวจและขุดเจาะก๊าซที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นการขุดเจาะก๊าซในพื้นที่บ้านคำไผ่ หมู่ 2 และบ้านโนนสง่า หมู่ 3 ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพราะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่กระทั่งทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาประท้วงและขับไล่บริษัทที่เข้ามาดำเนินการออกไปให้พ้นพื้นที่ 
 
                      ปรากฏการณ์การขับไล่ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งนำโดยนายจำลอง ญาณบุญ นางอ่อน ไกยสิงห์ น.ส.นิศารัตน์ ถิ่นรัศมี ชาวตำบลหนองกุง อ.เมืองกาฬสินธุ์ เดินทางมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขุดเจาะและสูบก๊าซของบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งเข้ามาตั้งฐานเจาะก๊าซในพื้นที่บ้านคำไผ่-โนนสง่า ห่างจากชุมชน 200 เมตรเท่านั้น 
 
                      โดยระบุว่า ผลการเจาะก๊าซช่วงกลางดึกของทุกวันมีก๊าซรั่วไหลกระจายเข้าไปในหมู่บ้านเป็นบริเวณกว้าง ทำให้ชาวบ้านมีอาการแสบคอ คอแห้ง ปวดหัว น้ำตาไหล บางรายมีผื่นคัน หายใจไม่ออก ล้มป่วยจำนวนมาก อีกทั้งยังทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเหี่ยวเฉาสร้างความเดือดร้อนเป็นยิ่งนัก
 
                      นายจำลอง ญาณบุญ หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ บอกว่า มีชาวบ้านเจ็บป่วยจากผลกระทบของก๊าซไข่เน่าแล้ว 235 คน มีทั้งเด็กเล็กและคนชรา ครูและนักเรียน ต้องการให้จังหวัดสั่งระงับการสูบก๊าซซึ่งเชื่อว่าเป็นสารพิษที่ทำร้ายประชาชน ก๊าซไข่เน่ามีกลิ่นคล้ายส้วมแตกฉุนรุนแรง หลายๆครอบครัวต้องเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อีกทั้งในบริเวณนี้ซึ่งอยู่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยสีทน เกรงว่าจะมีการปล่อยของเสียและสิ่งสกปรกลงในอ่างเก็บน้ำด้วย
 
                      ต่อมานายสิริรัฐ ชุมอุปการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเรื่องโดยรับปากว่าจะส่งแพทย์พร้อมนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครองเข้าตรวจสอบและการเคลื่อนไหวของชาวบ้านครั้งนี้ พวกเขายังป้องกันปัญหาเอาไว้ก่อนด้วยการไปแจ้งความเอาเป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์อีกด้วย พอวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านทนรอไม่ไหวเกรงจะไม่มีอะไรคืบหน้าจึงตัดสินใจเดินขบวนไปที่ตั้งของบริษัท ทาเท็ก แอลแอลดี จำกัด ที่ตั้งฐานขุดเจาะในหมู่บ้านคำไผ่และบ้านโนนสง่า โดยกลุ่มชาวบ้านได้พากันปักหลักชูป้ายประจานความเดือดร้อนอยู่บริเวณหน้าฐานขุดเจาะท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก 
 
                      ซึ่งการเจรจากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขุดเจาะของบริษัท ได้เข้ามารับฟังปัญหาท่ามกลางเสียงโห่ร้องของชาวบ้านซึ่งไม่พอใจและยืนยันที่จะให้บริษัทหยุดการสูบก๊าซ โดยชาวบ้านยังได้นำนายอำเภอไปดูจุดปลูกมะเขือ ซึ่งได้รับความเสียหายไร่มะเขือมีอาการใบไหม้กับอาการเจ็บป่วยของชาวบ้านอีกด้วย เพื่อยืนยันให้เห็นกับตาว่าชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ 
 
                      นายประภาส แสนหาญ หนึ่งในชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนบอกว่า การตั้งฐานขุดเจาะที่ผ่านมาข้ออ้างของบริษัทระบุว่าได้มีการทำเวทีประชาคมชาวบ้านไปแล้ว แต่จริงๆ เป็นเพียงการนำเอาสิ่งของมาแจกและให้ชาวบ้านลงชื่อเพื่อบอกว่าเป็นการประชาคม เคยสอบถามไปจังหวัดก็ไม่ได้รับคำตอบจึงตัดสินใจเดินทางมารวมพลังเพื่อแก้ปัญหาเอง 
 
                      เรื่องนี้ นายดูรว์ เกษรรัตน์ วิศวกรฝ่ายขุดเจาะของบริษัทได้เข้ามารับฟังปัญหาท่ามกลางเสียโห่ร้องของชาวบ้านซึ่งไม่พอใจและยืนยันที่จะให้บริษัทหยุดการสูบแก๊ส 
 
                      ในขณะที่นายอำเภอผู้ดูแลพื้นที่อย่าง นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ บอกว่า ได้รับทราบข้อมูลจากบริษัทว่าจะปิดหลุมสูบก๊าซอยู่แล้วเนื่องจากผลสำรวจพบว่ามีปริมาณก๊าซไม่มากนักและไม่คุ้มทุนที่จะผลิตเป็นก๊าซธรรมชาติต่อ แต่ปัญหาก๊าซรั่วหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลตรวจสอบและการตรวจสุขภาพชาวบ้านซึ่งหากไปเกี่ยวข้องกับบ่อก๊าซเจ้าของฐานขุดเจาะก็ต้องรับผิดชอบ
 
                      เรื่องนี้มีนักวิชาการที่ลงพื้นที่และเกาะติดสถานการณ์การขุดเจาะก๊าซในอีสานอย่าง ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ นักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า พื้นที่ขุดเจาะก๊าซที่บ้านคำไผ่ ต.หนองกุง ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมาก เพราะพื้นที่บ้านคำไผ่เป็นชุมชนขนาดใหญ่มีประชากรนับพันคน โดยพื้นที่หมู่บ้านเป็นส่วนหนึ่งของแปลงสัมปทานบนบกแปลงที่ 16 ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้สัมปทานแก่บริษัท Tatex III LLC อันเป็นบริษัทในเครือของ APICO ที่ได้รับสัมปทานการขุดเจาะก๊าซในอีสานมากที่สุดตั้งแต่ปี 2550 หรือที่เรียกว่า Block L16/50 
 
                      การขุดเจาะก๊าซที่นี่ก็เหมือนกับที่อื่นๆ ในอีสาน ที่ข้าราชการในจังหวัดเท่านั้นรับรู้ข้อมูล เห็นได้จากข้าราชการระดับสูงของจังหวัดเคยมาเยี่ยมหลุมขุดเจาะ ส่วนชุมชนบริษัทขุดเจาะก๊าซใช้วิธีการประสานกับผู้นำที่เป็นทางการเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารแต่อย่างใด
 
                      "เป็นที่น่าสังเกตว่าท่ามกลางภัยพิบัติที่เกิดมากขึ้นในบ้านคำไผ่ บริษัทได้ยอมรับกับชาวบ้านว่าการขุดเจาะก๊าซที่หลุมนี้มีก๊าซพิษไฮโดรเจนซัลไฟด์รั่วออกมา 0.02% แต่ไม่เป็นอันตราย ร่างกายสามารถกำจัดได้เอง ขณะที่หากพิจารณาตัวเลข 0.02% นั่นเท่ากับว่ามีก๊าซพิษนี้ 200 ppm หรือ 200 ส่วนในล้านส่วน อย่างไรก็ตามแม้ปริมาณก๊าซพิษจะน้อยนิดเพียงนี้ตามคำกล่าวอ้างของบริษัท แต่หากสูดดมเข้าไปก็ทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนั้นก๊าซพิษนี้หากโดนน้ำจะกลายเป็นไอกรดหรือฝนกรด สามารถกัดกร่อนโลหะได้ ข้อมูลเหล่านี้ชุมชนไม่เคยได้รับรู้มาก่อน" ดร.ไชยณรงค์ กล่าว 
 
                      และนี่คือภัยที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านที่นี่และดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่กลับไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะขั้นตอนการดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์ที่ส่วนกลาง รัฐในระดับภูมิภาคไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบดูแล แต่ทุกข์ทั้งปวงตกอยู่ที่ชาวบ้านที่ต้องนอนสูดดมและรับสารพิษเข้าไปเต็มๆ ทุกวินาที
 
 
 
-------------------------
 
(ชาวบ้านคำไผ่เหยื่อก๊าซไข่เน่า..ต้องทนรับกรรมไปอีกนานแค่ไหน : จักรพงษ์ ระวิวรรณ  ... รายงาน)