ข่าว

กลับคืนสู่สามัญดีกว่าไหม

กลับคืนสู่สามัญดีกว่าไหม

04 มี.ค. 2557

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : กลับคืนสู่สามัญดีกว่าไหม : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                      ประเทศไทยเป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นนำของโลก ถึงขั้นที่เคยมีการตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นครัวเลี้ยงคนทั้งโลก จากนั้นก็เริ่มมีการส่งเสริมด้านเกษตรกรรมตามตำราของฝรั่งตะวันตกกันขนานใหญ่ ด้วยการมองไปที่เป้าหมายของการส่งสินค้าทางการเกษตรออกไปจำหน่ายทั่วโลก แล้วก็ดิ้นรนหาหนทางให้เกษตรกรไทยสามารถผลิตอาหาการกินได้ในจำนวนมาก และมีราคาต่ำเพียงพอที่จะส่งออกไปจำหน่ายได้   
 
                      การมองไปยังเป้าหมายปลายทางแล้วมาเริ่มต้นลงมือทำที่ต้นทางให้ได้นั้น ถือเป็นการบ่อนทำลายเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง เพราะหากเปรียบการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เกษตรกรไทย เป็นเหมือนกับการสร้างอาคารบ้านเรือน ก็ควรที่จะสร้างรากฐานลงเสาเข็มให้แข็งแรงเพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มขึ้นเสาและสร้างคานขื่อโดยมีหลังคาเป็นสิ่งสุดท้าย ที่ต้องทำตามความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐาน
 
                      ถ้าคนในประเทศไทยจะหันกลับมาคิดใหม่ ด้วยการหันกลับมาสร้างความแข็งแกร่งขั้นพื้นฐานให้แก่การเกษตรทั้งระบบ ก่อนที่จะมองไปไกลถึงการส่งออกไปเลี้ยงคนทั้งโลก โดยเริ่มต้นที่การหาทางให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน และพึ่งพาตนเองให้มากกว่าการที่จะไปพึ่งพาปัจจัยภายนอกจากผู้อื่น ในการทำการเกษตรลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แทนที่จะไปสอนให้เกษตรกรมองไปที่การเพิ่มผลผลิต แต่ต้องพึ่งพายาฆ่าแมลงและปุ๋ยรวมถึงเครื่องจักรกลดังเช่นทุกวันนี้
 
                      หน่วยส่งเสริมและสนับสนุนเช่น กรมวิชาการเกษตร ก็หันมาพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์พื้นเมืองที่เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีความต้านทานต่อแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดในสัตว์ได้ดีกว่าพันธุ์ที่คิดผสมกันขึ้นมาใหม่ๆ แม้ว่าผลผลิตที่ได้อาจจะต่ำกว่า แต่ก็มีต้นทุนในการเพาะปลูกเลี้ยงดูต่ำกว่า ท้ายที่สุดก็เท่ากับว่าเกษตรกรก็ยังมีรายได้หักลบกลบเหลือแล้วไม่น้อยกว่า หรือมากกว่าใช้วิธีการเกษตรสมัยใหม่ด้วยซ้ำไป
 
                      ด้านการส่งออกนั้น ไม่มีความจำเป็นที่ภาครัฐจะต้องไปคิดหาทางแทนพ่อค้ารายใหญ่ ด้วยว่าพ่อค้าเหล่านั้นมีเทคนิคการเจรจาทางการค้า และมีอำนาจในการต่อรองกับตลาดได้สูงอยู่แล้ว ต่างจากเกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่รู้ทั้งวิธีการเจรจาต่อรองและไม่มีพลังอำนาจในการต่อรองเพียงพอกับคู่ค้าใดๆ ทั้งสิ้น
 
                      หันมาบอกเกษตรกรให้ใช้วิธีการดั้งเดิมแต่เก่าก่อนทำการเกษตร ใช้แรงงานคนแรงงานสัตว์ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง การว่าจ้างแรงงานก็อยู่กันในหมู่บ้านชุมชนใกล้เคียง ช่วยไม่ให้เกิดการหลั่งไหลของผู้คนไปสู่เมืองใหญ่จนเป็นปัญหาสังคมเกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยทะนุบำรุงวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นให้สืบสานอยู่ต่อไปได้ ไม่ขาดหายเพราะไร้คนรุ่นใหม่สืบทอดด้วยการหนีไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม
 
                      ถ้ายอมรับว่าประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ก็ต้องหันมาปรับปรุงประชาชนคนในประเทศให้ดำรงชีวิตและคิดแบบเกษตรกร อย่าไปสร้างชีวิตใหม่ให้กลายเป็นคนในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจที่ขาดความชำนาญ ภาครัฐต้องออกข้อกำหนดและกติกาให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ทำได้อย่างนี้เกษตรกรและเกษตรกรรมของไทยก็จะเข้มแข็ง เท่ากับพื้นฐานเสาเข็มของอาคารแข็งแรง ก็จะสามารถสร้างต่อเติมต่อยอดไปทางอื่นได้อย่างมั่นคงครับ
 
 
 
-------------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : กลับคืนสู่สามัญดีกว่าไหม : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)