ข่าว

'ศรส.'จี้'กวป.'ยุติชุมนุมหน้าป.ป.ช.

'ศรส.'จี้'กวป.'ยุติชุมนุมหน้าป.ป.ช.

28 ก.พ. 2557

'ศรส.' จี้ 'กวป.' ยุติการชุมนุมหน้า 'ป.ป.ช.' ชี้ สร้างเงื่อนไขวุ่นวายให้บ้านเมืองเพิ่ม เล็งออกหมายเรียก 'กปปส.' เป่านกหวีดใส่ 'พจมาน' ระบุ 'กบฏ' ระรานผู้อื่น

 
                      28 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 13.00 น.  ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ทุกเวทีมีจำนวน 3,900 คน ซึ่งถือว่าลดลง ศรส.ขอขอบคุณประชาชนที่ไม่เข้าร่วมชุมนุม ไม่สนับสนุนกลุ่ม กปปส. ไม่สนับสนุนกลุ่ม นปช. และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุร้ายต่างๆ ส่วนการชุมนุมของกลุ่ม กวป.บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศรส.ขอเรียกร้องให้แกนนำได้เลิกการชุมนุม เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทางการจราจรบน ถ.นนทบุรี 1 เป็นอย่างมาก รวมถึงการชุมนุมปิดกั้นประตูสำนักงาน ป.ป.ช.ทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และข้าราชการ ไม่สามารถเข้าออกเพื่อทำงานตามปกติได้ แกนนำ กวป.จะต้องรับผิดชอบกับการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขความยุ่งยากให้แก่บ้านเมืองมากขึ้นไปอีก ส่วนการดำเนินการกับกลุ่ม กวป. ผอ.ศรส.จะทำหนังสือไปถึงพนักงานอัยการ เพื่อให้สอบถามศาลแพ่งขอคำแนะนำว่ากรณี กวป.จะให้ ศรส.ปฏิบัติอย่างไร จึงจะไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง 9 ข้อ ของศาลแพ่ง เพราะ กวป.กระทำการเหมือน กปปส.ทุกอย่าง ถ้าศาลสั่งอย่างไร ศรส.จะดำเนินการตามนั้น ทั้งนี้ ศรส.ขอขอบคุณศาลอาญาที่กรุณาสั่งไม่เพิกถอนหมายจับแกนนำ กปปส. 18 คน ประเภทหมาย ฉ. ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง ศรส.จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ต่อไป แม้การเข้าจับกุมจะทำได้ลำบากตามคำสั่งของศาลแพ่งก็ตาม
 
                      นายธาริต กล่าวอีกว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. มีหนังสือแจ้งปลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่ถูก กปปส.ปิดล้อม บุกรุกสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐในการกำกับดูแล ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือฟ้องคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งกับแกนนำ กปปส. โดยต้องแยกดำเนินการเป็นต่างกรรมต่างวาระทุกครั้งที่มีการเข้าปิดล้อม และบุกรุกภายใน 7 วัน หลังเกิดเหตุ ทั้งนี้ ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหาในฐานความผิดร่วมกันเป็นกบฏที่เป็นแกนนำ กปปส. บางคนในจำนวน 58 คน ได้ไปก่อความเดือดร้อน และคุกคามบุคคลต่างๆ เช่น ไปห้อมล้อม คุกคาม เป่านกหวีด และพูดจาข่มขู่บุคคลต่างๆ ตามที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า เป็นการกระทำที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ศรส.จึงเห็นควรให้ดีเอสไอ ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเหล่านี้มาดำเนินคดีในข้อหาหลัก คือ ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการขอออกหมายจับเพื่อการจับกุมต่อไป
 
                      "ผู้ต้องหามีความผิดฐานเป็นกบฏอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไประรานบุคคลอื่น ซึ่งถือว่ามีความผิด ผอ.ศรส.จึงสั่งการในที่ประชุมให้เร่งดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเหล่านี้มาดำเนินคดี ส่วนผู้ที่ถูกคุกคามจะไปดำเนินคดีเองหรือไม่ก็เป็นสิทธิ โดยยอมรับว่ารวมถึงนายณัฏฐพล และนางทยา ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.ที่เป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่ห้างสรรพสินค้าด้วย"
 
 
 
 
แจงคดีกบฏไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย
 
 
 
                      นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่หลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุจะฟ้องร้องเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากไม่ดำเนินการเอาผิดกลุ่มที่ติดประกาศสนับสนุนแบ่งแยกประเทศในข้อหากบฏ ว่า คดีกบฏไม่ใช่คดีในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ การจะเริ่มต้นสืบสวนสอบสวนต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และสืบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น คดีกบฏ ไม่ใช่คดีที่ดีเอสไอสามารถทำได้เองโดยลำพัง หากหลวงปู่ฯจะเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษดีเอสไอก็พร้อมรับคดีไว้สืบสวน และนำเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ เช่นเดียวกับคดีกบฏของแกนนำกปปส. ทั้ง 58 คนที่มีผู้มาร้องขอให้ดีเอสไอสอบสวนอย่างเป็นทางการ รวมทั้งตำรวจยังตั้งต้นสืบสวนดำเนินคดีแม้แต่การออกหมายจับข้อหากบฏก็กระทำในชั้นตำรวจ ไม่ใช่ดีเอสไอ ต่อมาบอร์ดกคพ.ได้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ จึงยกระดับจากคดีอาญาทั่วไปเป็นคดีพิเศษ ดังนั้น หากหลวงปู่ฯ ต้องการให้ดำเนินคดีจะดำเนินการด้วยการเข้าร้องทุกข์ให้ตำรวจสอบสวนก่อน หรือจะเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอโดยตรงก็ได้ แต่การจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของกคพ. 
 
                      นายธาริต กล่าวอีกว่า ดีเอสไอถูกปิดมานานเกือบ 2 เดือน ได้รับผลกระทบมากจากการไม่มีสถานที่ทำงาน โดยคดีค้างเก่ากระทบไม่มาก เพราะสามารถส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบสวนได้ตามปกติ แต่คดีที่รับมาใหม่มีผลกระทบมาก เพราะผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ไม่ได้ โดยเฉพาะคดีแชร์ลูกโซ่ที่ประชาชนได้รับความเสียหาย จึงอยากขอให้กปปส.เห็นแก่ประชาชนด้วยการยอมเปิดพื้นที่ให้ดีเอสไอเข้าทำงานตามปกติ