ข่าว

'จีน'ผงาดนำเข้าอาวุธรายใหญ่สุดในเอเชีย

'จีน'ผงาดนำเข้าอาวุธรายใหญ่สุดในเอเชีย

28 ก.พ. 2557

'จีน' แซงหน้า 'เกาหลีใต้' กลายเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ขณะที่ 'เกาหลีใต้' หวังโค่น 'จีน' เป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเช่นกัน

 
                      28 ก.พ. 57  จีนผงาดขึ้นครองอันดับหนึ่ง ประเทศผู้นำเข้ายุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แซงหน้าเกาหลีใต้ เมื่อปีที่แล้ว // ขณะที่การนำเข้ายุทโธปกรณ์ในภูมิภาค ยังเพิ่มความรวดเร็วกว่าการค้ายุทโธปกรณ์ทางทหารทั่วโลกถึง 8 เท่าอีกด้วย 
 
                      จากผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาด้านกลาโหม ไอเอชเอส เจน'ส ที่ปรากฏอยู่ในรายงานประจำปี เกี่ยวกับดุลการค้า หรือบาลานซ์ ออฟ เทรด พบว่า การนำเข้ายุทโธปกรณ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาค ซึ่งนำลิ่วโดยจีน ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลก เป็นผลมาจากการที่จีนเผชิญข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับบรรดาเพื่อนบ้านในทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ 
 
                      เมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขการนำเข้ายุทโธปรกรณ์ของจีน เพิ่มขึ้น 52.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 2,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 69,000 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าเมื่อปี 2555 อยู่ที่ 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 45,000 ล้านบาท // ผลการศึกษายังชี้ด้วยว่า ยอดนำเข้าของจีนจะเติบโตขึ้นอีก 13.8 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ เป็นมูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 78,000 ล้านบาท 
 
                      ขณะที่ตัวเลขการส่งออกยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศของจีน ก็เพิ่มขึ้น 4.4 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน คิดเป็นมูลค่า 1,900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 57,000 ล้านบาท // พอล เบอร์ตัน ผู้อำนวยการด้านข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันประเทศของไอเอชเอส ประจำสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า การนำเข้ายุทโธปกรณ์จากรัสเซีย ทำให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ใช้งบประมาณไปมหาศาล ขณะที่รัสเซีย มียอดการส่งออกยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นราว 3,500 - 4,500 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นยอดขายเครื่องยนต์และเครื่องบินรบที่เพิ่มขึ้นกับจีน การส่งมอบและการอัพเกรดยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศ เช่น เครื่องบิน , เฮลิคอปเตอร์ ได้ผลักดันให้ภูมิภาคนี้มีตัวเลขนำเข้าพุ่งขึ้น
 
                      เกาหลีใต้ ที่ขึ้นแท่นเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ยังคงได้รับประโยชน์จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค เมื่อฟิลิปปินส์ย้ำความประสงค์ที่จะซื้อเครื่องบินรบ โกลเดน อีเกิล ที-50 จำนวน 12 ลำ จากเกาหลีใต้ และเมื่อต้นเดือน อินโดนีเซียก็สนใจที่จะสั่งซื้อเครื่องบินล็อตแรกรุ่นนี้ จำนวน 16 ลำ // การส่งออกยุทโธปกรณ์ของเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 91.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 613 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรายงานของไอเอชเอส ประเมินว่า เกาหลีใต้เตรียมจะแย่งตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจากจีน ในปีหน้า 
 
                      เบอร์ตัน บอกว่า เกาหลีใต้ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดของการผลิตยุทโธปกรณ์ที่คุณภาพสูง ที่สามารถแข่งขันในตลาดเกิดใหม่ได้อย่างสบาย และยังมีโอกาสแย่งตำแหน่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของตะวันตกอีกด้วย แต่ในระยะยาว จีนก็อาจกลับมาทวงตำแหน่งคืน ด้วยศักยภาพที่ยังคงมีอยู่ // การนำเข้ายุทโธปกรณ์ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้พุ่งขึ้นไปที่ 12,200 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว เพิ่มจากเมื่อปี 2555 ถึง 24.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มูลค่าการค้าอาวุธในตลาดโลกในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมีจำนวน 67,600 ล้านดอลลาร์นั้น พบว่า เพิ่มขึ้นเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  
 
                      การนำเข้าอาวุธของอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 167.7 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์ , มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 40.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 610 ล้านดอลลาร์ ส่วนกัมพูชา พบว่า สูงถึง 850 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 95 ล้านดอลลาร์ และไต้หวัน ลดลง 17.4 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 928 ล้านดอลลาร์ 
 
                      สหรัฐยังคงได้ชื่อว่า เป็นผู้จำหน่ายอาวุธรายใหญ่สุดให้กับภูมิภาคแห่งนี้ โดยบริษัท 9 ใน 10 แห่ง ที่ผลิตยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ มีฐานการผลิตอยู่ที่สหรัฐ // เบน มัวร์ส นักวิเคราะห์อาวุโสของไอเอชเอส เจน'ส แอร์โร่สเปซ แอนด์ ดีเฟนส์ ฟอร์คาสติ้ง ระบุว่า การค้าอาวุธโลกกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่ออินเดีย แซงหน้าซาอุดิอาระเบีย กลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐไปแล้ว
 
                      มัวร์ส บอกว่า อินเดียเติบโตอย่างน่าตื่นเต้น ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่สองของโลกแห่งนี้ ซื้อยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ เป็นมูลค่า 1,900 ล้านดอลลาร์ มากกว่าเมื่อปี 2552 ถึง 8 เท่า และกองทัพอินเดียยังซื้อยุทโธปกรณ์มูลค่า 5,900 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว มากกว่าจีน 2 เท่าเช่นกัน ทำให้อินเดียกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่สหรัฐจะมองข้ามมิได้ บริษัทสหรัฐเริ่มตบเท้ามุ่งสู่เส้นทางไปยังอินเดีย หลังจากไม่ได้สนใจมานาน
 
 
 
----------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว : AFP)