
"ชทพ."เล็งส่งทัพใหญ่ช่วยเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ
โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา มั่นใจมีโอกาสชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีษะเกษ เขต 1 ไม่หวั่น "ทักษิณ" โฟนอิน เผยอาการของ"ชุมพล"ดีขึ้นตามลำดับและอีกไม่นานจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ
(22มิย.) เมื่อเวลา 14.30 น.นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงข่าวในสามประเด็นดังนี้ ประเด็นแรก อาการป่วยด้วยอาการแน่นหน้าอกของนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้อาการของนายชุมพลดีขึ้นตามลำดับและอีกไม่นานจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ตนในฐานะสมาชิกพรรคและตัวแทนครอบครัวศิลปอาชา ขอขอบคุณทุกความห่วงใยที่มีต่อนายชุมพล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ ครม.รวมทั้งองค์กรต่างๆที่ไปเยี่ยมนายชุมพลด้วย
นายวัชระ แถลงว่า ประเด็นที่สองคือการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีษะเกษ เขต 1 ที่มีกระแสข่าวว่า นายสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเป็นเด็กฝากของพรรคภูมิใจไทย และที่ผ่านมามีเสียงสะท้อนมาจากนางสกุลทิพย์ขอให้แกนนำพรรคชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้ 1 กระแสข่าวนี้ไม่มีใครในพรรคออกมาให้ข่าว และนางสกุลทิพย์ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา รวมทั้งยังเคยสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติไทย พร้อมกับนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ บุตรชายและอดีต ส.ส.เขตนี้ในนามพรรคชาติไทยมาแล้ว จึงไม่มีแนวคิดเปลี่ยนพรรค 2 พรรคไม่จำเป็นต้องพึ่งกระแสนิยมของพรรคอื่น เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นพรรคใหม่ทั้งคู่ที่ยังไม่เคยลงสนามในศึกเลือกตั้งใหญ่ มันจึงประเมินไม่ได้ว่าคะแนนนิยมของทั้งสองพรรคนั้น พรรคใดมีมากหรือน้อยกว่ากัน แต่ที่ผ่านมานายสิริพงษ์ทำงานเต็มที่ให้กับประชาชน จึงเชื่อว่าตรงนี้จะเป็นข้อมูลและคะแนนให้นางสกุลทิพย์
นายวัชระ กล่าวต่อว่า แต่ขอย้ำว่าผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 นั้นมีผลบ่งชี้ว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีโอกาสชนะ เพราะพื้นที่ดังกล่าวนั้น นางอนุรักษ์ บุญศล ว่าที่ส.ส.สกลนครเป็นภรรยาของนายพงษ์ศักดิ์ บุญศล อดีต ส.ส.เขตดังกล่าว เรื่องนี้จึงเทียบกับนายสิริพงษ์และนางสกุลทิพย์ได้ว่าเป็นการสืบเนื่องจากผลงาน อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นการแข่งขันระหว่างอดีตเจ้านายและอดีตลูกน้อง แต่พื้นที่นี้เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคเพื่อไทย โดยไม่มีผลกระทบกับการแข่งขันในสนามเลือกตั้งระดับชาติ พรรคไม่ได้รังเกียจพรรคไหนและไม่เกรงกลัวพรรคใด พรรคเคารพคู่แข่งรวมทั้งการตัดสินใจของประชาชน นายบรรหารคงไม่ไปช่วยหาเสียง เพราะต้องดูแลอาการของนายชุมพล แต่แกนนำ และ ส.ส.คนอื่นๆของพรรคจะลงพื้นที่หาเสียงเต็มที่ จ.สกลนครนั้นเป็นพื้นที่สีแดงจัด 3 ขอฝาก กกต.ดูแลพื้นที่นี้อย่างเข้มงวดด้วย และพรรคจะดำเนินการตามกติกาทุกอย่าง
เมื่อถามว่า การพ่ายแพ้ของพรรคภูมิใจไทยมาจากการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ หวั่นกระแสตรงนี้หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินแน่ในการเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษ แต่พรรคก็ไม่ได้หวั่นอะไร
นายวัชระแถลงว่า ประเด็นที่สามคือ การแถลงข่าวของนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยที่ระบุว่ามติ ครม.ที่อนุมัติงบประมาณ 4000 กว่าล้านบาท ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯและกระทรวงมหาดไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าเป็นงบต่างตอบแทนและใช้เวลา 45 นาทีพิจารณา เท่ากับว่า มติ ครม.เรื่องนี้มีมูลค่านาทีละ 90 กว่าล้านบาท พรรคไม่มีแนวคิดแบบนี้เพราะไม่ได้คิดแบบนายทุน และขอให้พรรคเพื่อไทยคิดว่าความเสียหายในการล้มการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยาและการทำร้ายนายอภิสิทธิ์นั้นมันทำให้ประเทศเสียหายเท่าใด และหากไม่เกิดเรื่องราวแบบนี้ประเทศน่าจะมีรายได้มากกว่านี้ และ เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ระบุว่าเป็นผู้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของครม.เพราะเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เรื่องนี้นายพร้อมพงศ์รู้เรื่องแล้วจะแกล้งทำไม่รู้หรือไม่ งบจำนวนดังกล่าวนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวได้รับ 2400 ล้านบาทเศษ และเทียบไม่ได้กับการท่องเที่ยวของประเทศที่ทรุดหนักที่มาจากวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ให้งบน้อยไปด้วยซ้ำ
"ชทพ."เล็งส่งทัพใหญ่ช่วยเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ
รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยเปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 จ.ศรีสะเกษ ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมขนส.ส.ของพรรคลงพื้นที่จ.ศรีสะเกษเพื่อช่วยนางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัครของพรรคหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายระหว่างวันที่ 23 - 24 มิ.ย.นี้ โดยมีทั้งส.ส.จากภาคอีสาน ภาคกลาง ที่จะลงไป อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง น.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ส.ส.อุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ ส.ส.ชัยภูมิ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์ โดยมีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย จะลงไปสังเกตุการณ์ในพื้นที่ด้วยเช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ถึงเวลานี้ทางพ.ต.ท.ทักษิณยังไม่มีการโฟนอินมาในพื้นที่แต่อย่างใด ยังไม่หนักเท่าเลือกซ่อมที่สกลนคร แต่พรรคชทพ.นั้นยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้ตกเป็นรองพรรคเพื่อไทย และเป็นการยากที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของชาวอีสานที่ผูกพันกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ถ้าดูเรื่องความเข้มข้นของสนามเลือกตั้งนี้แล้วไม่เข้มเท่าที่สกลนคร เพราะเป็นการสู้ระหว่างผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนากับผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ไม่ใช่ศึกศักดิ์ศรีระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณกับนายเนวิน ซึ่งเมื่อเทียบฟอร์มของผู้สมัครทั้งสองคนแล้วก็ถือว่าสูสี ต่างคนต่างเคยลงสมัคร ต่างเคยแพ้ มีประสบการณ์ ดังนั้นก็ต้องมาสรุปบทเรียนกันว่าที่ผ่านมาแพ้อย่างไร สำหรับโค้งสุดท้ายนี้เน้นปราศรัยย่อยเป็นกลุ่มๆ ไม่เปิดเวทีใหญ่ อย่างไรก็ตามพรรคเราแอบหวังว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เดิมของพรรคชาติไทย



