
'มาร์ค'จี้'ปู'ปราม'แดง'กดดันป.ป.ช.
27 ก.พ. 2557
'อภิสิทธิ์' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ปราม 'เสื้อแดง' กดดัน 'ป.ป.ช.' แนะ 'รัฐบาล-กกต.' เร่งหาทางออกเลือกตั้ง หลังใกล้ครบกำหนดเปิดสภา
27 ก.พ.57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ใกล้ครบวันเลือกตั้ง30วันที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 127กำหนดให้มีการเปิดประชุมสภาครั้งแรก แต่กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ยังมีปัญหาได้ส.ส.ไม่ครบร้อยละ 95 ว่า เป็นการตอกย้ำว่ากระบวนการขณะนี้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ตนจึงเรียกร้องมาโดยตลอดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กับนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฏีกายุบสภา จะต้องหาข้อยุติร่วมกัน แต่เข้าใจได้ยากว่าทำไมรัฐบาล จึงปล่อยให้เวลายืดเยื้อจนเกือบจะครบ 30 วันหลังวันเลือกตั้ง โดยที่บุคคลทั้งสองไม่สามารถพบกันเพื่อหาข้อยุติในการจัดสินใจเดินหน้าเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หากครบ 30 วันแล้วไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ก็ต้องมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา คนที่ต้องรับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรีและประธานกกต. ต้องมีคำตอบว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ตนยังไม่แน่ใจว่ากกต.จะสามารถส่งเรื่องนี้ไปถามศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ และยังไม่ทราบประเด็นที่จะถามว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้ควรควรได้ข้อยุติด้วยการคุยกันตั้งแต่ 3 ก.พ.แล้ว แต่ประวิงเวลามาเรื่อย แต่ด้วยเหตุผลอะไรมองไม่ออก ดูเหมือนนายกฯมีเจตนาประวิงเวลาให้สถานการณ์ยืดเยื้อและมีปัญหา ทำให้แก้ปัญหายาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มักพูดว่าถึงเวลาที่จะต้องมาคุยกันนั้น คู่แรกที่ต้องคุยกันคือนายกฯกับประธานกกต. เพราะถ้ายังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ก็ยากที่จะเดินหน้าอนาคตทางการเมืองของประเทศ เพราะในประเด็นข้อกฎหมายช่องทางที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ค่อนข้างแคบ มีแค่ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน และต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขทำผิดตามมาตรา68 หรือไม่ แต่ก็จะไม่ตรงเพราะเรื่องอำนาจหน้าที่ศาลจะชี้เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ขณะนี้ตนไม่คิดว่าเมื่อเปิดสภาไม่ได้ใครจะต้องรับโทษอย่างไร แต่คิดถึงผลที่ตามมามากกว่า เพราะสภาพปัจจุบันทำลายโอกาสของประเทศ ซ้ำเติมปัญหาทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น
“น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย เพราะถ้าต้องการรักษาต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง และต้องเป็นตัวอย่างที่ดียอมรับกระบวนการตรวจสอบ ให้ความสำคัญกับป.ป.ช. โดยไม่ปล่อยให้ผู้สนับสนุนตนเองออกมากดดันป.ป.ช. นอกจากนี้สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์พูดถึงขั้นแบ่งแยกดินแดน พาดพิงสถาบันกษัตริย์ พูดถึงการใช้ความรุนแรง ไม่ใช่การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย แต่ทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอลง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะไม่ได้ห้ามปรามกับกลุ่มที่ไปกดดันป.ป.ช. และถามว่าในฐานะนายกฯมีมาตรการอะไรที่จะดูแลป.ป.ช.ให้ทำงานได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลกำลังวางแผนรักษาการไปเรื่อยๆ สร้างสถานการณ์เพื่อออกเทียบเชิญให้มีการปฏิวัติหรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เหมือนจะท้าทายทำนองนั้น แต่คิดว่าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้แสดงจุดยืนชัดเจนที่เหมาะสมแล้ว ทั้งนี้หากทหารปฏิวัติ รัฐบาลก็พยายามที่จะอวดอ้างตัวเองให้เป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าเกิดรัฐประหารก็จะทำให้เหมือนว่าเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ท่าทีที่ชัดเจนของผบ.ทบ.ทำให้หลายฝ่ายสบายใจ ส่วนรัฐบาลมีความคิดที่จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ชัดเจนว่าต้องการความชอบธรรม จากสภาพปัจจุบันที่สูญเสียความชอบธรรม จากปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น การข่มขู่คุกคามและการใช้ความรุนแรง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รักษาประชาธิปไตย แต่ทำให้ระบอบนี้อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ในส่วนของมาตรการรักษาความปลอดภัยของพรรคประชาธิปัตย์หลังจากที่ถูกกราดยิงและยิงระเบิดเอ็ม79 เข้าใส่ ก็จะดูแลบนความไม่ประมาท แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะต้องดูแลด้วย โดยฝ่ายความมั่นคงก็ดูเหมือนมีความใส่ใจรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนมากขึ้น ตนคิดว่าขอให้ดูแลประชาชนส่วนใหญ่เป็นเรื่องหลัก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชุมนุม 2คืนติดกัน ตนได้ติดตามเหตุการณ์พบว่ามีการปรับการใช้กำลัง ซึ่งกำลังติดตามผลอยู่ เพราะอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง เช่นกรณีที่ผบ.ทบ.ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.มั่นคง รวมทั้งผบ.ตร.จริงจังกับการนำคนผิดมาลงโทษอย่างที่พูดก็จะช่วยได้มาก
“ผมเรียกร้องว่าใครที่ยังมีอำนาจ ตามกฎหมายใดก็ตาม ที่สามารถดูแลประชาชนได้ ขอให้ทำ และขอขอบคุณผบ.ทบ.ที่ใช้กฎหมายความมั่นคง ผมคิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่ากทม.ก็ควรทำเช่นเดียวกัน เช่นกฎหมายป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ที่ถูกรวบไปเป็นอำนาจของนายกฯ ตามการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่ยอมใช้อำนาจนั้นมาดูแลประชาชน ก็ขอให้คืนอำนาจกลับไปด้วยการแก้ประกาศการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โอนอำนาจกลับไปให้ท้องถิ่นดูแลประชาชน เพราะนายกฯไม่ดูแล และยังมีอีกหลายกฎหมายที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น หรือระดับลดหลั่นลงมา รวมทั้งข้าราชการเข้ามามีบทบาทได้มากขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



