
'นพดล'ลั่น!สมเพช'กปปส.'เป่าไล่หญิงอ้อ
27 ก.พ. 2557
'นพดล' ป้อง 'หญิงอ้อ' หลังถูกเป่านกหวีด สมเพช 'ทยา-ณัฐพล' จบนอกน่าจะมีความคิดที่ดีกว่านี้
27 ก.พ.57 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ กปปส.นำคลิปวิดีโอผู้ชุมนุมเป่านกหวีดใส่ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเปิดบนเวที กปปส.ว่า เป็นการข่มขู่ คุกคาม และละเมิดสิทธิของคุณหญิงพจมาน ผิดกฎหมาย ความจริงคุณหญิงท่านไม่ชอบการเมืองและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อีกทั้ง ได้หย่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณ มาหลายปีแล้ว ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเหมือนคนปกติ ดังนั้น การที่นางทยา และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำกปปส. พาพวกไปรุมเป่านกหวีดใส่คุณหญิงในขณะที่ท่านไปทำธุระส่วนตัวนั้น ตนรู้สึกเสียใจและสมเพชในการกระทำดังกล่าว น่าเสียดายที่ทั้ง 2 คนก็มีพ่อแม่ที่เป็นคนชั้นสูง เป็นเจ้าของโรงเรียน และได้ไปเรียนถึงต่างประเทศ การศึกษาน่าจะช่วยให้ทั้ง 2 คนมีความคิดมากกว่านี้ ทั้งนี้ การเป่านกหวีดถือว่าเป็นการทำร้ายบุคคลอื่น ละเมิดสิทธิ และเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายตรงข้าม ทำให้สังคมเกิดความเกลียดชังและแตกแยกกันมากขึ้น อยากถามนางทยา และนายณัฐพล ว่า ถ้าพ่อแม่คุณถูกเป่านกหวีดและถูกคุกคามบ้างคุณจะรู้สึกเช่นไร ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เรียกทั้ง 2 คน มาตักเตือนและยุติการคุกคามบุคคลอื่น เพราะจะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกมากไปกว่านี้
"อย่าลืมว่า คนเรามีทั้งคนรักและคนชังเป็นเรื่องปกติ คนรักคุณหญิงพจมานมีจำนวนมากกว่าคนในระบอบอำมาตย์ทั้งหมดรวมกันด้วยซ้ำ กปปส.จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกมากขึ้นไปเรื่อยๆ หรือจะอยู่กับบ้านเมืองที่แม้คนกลุ่มต่างๆ ไม่รักกัน แต่ต้องยึดมั่นในกฎหมายและเคารพสิทธิซึ่งกันและกันในการที่จะใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ไม่ไปข่มขู่คุกคามบุคคลอื่น เพราะฝ่ายประชาธิปไตยและคนเสื้อแดงก็มีเงินที่จะซื้อสิ่งของมากกว่านกหวีดมาเป่า แต่เขาไม่ทำ เพราะเขายังไม่สิ้นคิด" นายนพดล กล่าว
"สุรพงษ์"ซัด"ทยา"ละเมิดสิทธิ หลังเป่านกหวีดไล่"หญิงอ้อ"
เมื่อเวลา 09.45 น.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส.กล่าวถึงข้อเสนอคนกลางในการเจรจาแก้ปัญหาของประเทศ ว่า มุมมองของตนในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส.และรมว.ต่างประเทศ คนกลางที่จะมาประสานให้เกิดการเจรจาได้ควรจะเป็นนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพราะคือผู้ที่เป็นกลางจริง ๆ เนื่องจากคนในประเทศขณะนี้ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่ว่าจะหยิบยกใครขึ้นมา ก็จะไม่เป็นคนกลางที่แท้จริง ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียก็น่าจะเป็นประโยชน์ ตนไม่ได้ปรึกษากับนายกรัฐมนตรี ถึงข้อเสนอนี้ โดยตนดูจากแถลงการที่ยูเอ็นส่งถึงประเทศไทยที่เสนอว่าพร้อมให้การสนับสนุน จึงยกโทรศัพท์ไปหารือ และวันนี้ ตนจะทำหนังสือไปถึงเลขาธิการยูเอ็นอย่างเป็นทางการ คาดว่าเมื่อท่านสะดวกก็จะตอบรับ โดยถ้าเป็นไปได้เราจะให้พบในหลาย ๆ ฝ่ายทั้งผู้นำฝ่ายค้าน องค์กรอิสระ ศาลยุติธรรม รวมถึงผบ.เหล่าทัพด้วย ก็อยู่ที่ว่ากลุ่มกปปส.จะรับฟังหรือไม่ เพราะขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เปลี่ยนความคิดได้วันต่อัน เช่นวันที่ 26 ก.พ.ก็เดินทางไปที่ สตช.เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง จนทำให้มีเด็กเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี โดยในที่ประชุมศรส.ตนเสนอว่าอยากให้ ผบ.ตร.หารือกับ ผบ.ทบ.ในการหาแนวทางร่วมกัน เพื่อให้ทหารกับตำรวจประสานจับกุมผู้ก่อเหตุทำร้ายประชาชน ซึ่งถือเป็นทางที่ดีที่สุดในการพิสูจณ์กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง และถ้านายสุเทพ มีความจริงใจก็ควรจะเริ่มที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและทหาร เข้าไปตรวจสอบการ์ดกปปส.ว่ามีอาวุธหรือไม่
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงกรณีนายณัฏฐพล และนางทยา เป่านกหวีดไล่ คุณหญิงพจมาน เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น คุณหญิงพจมาน หย่าล้างกับพ.ต.ท.ทักษิณไปนานแล้ว การเรียกร้องให้คนอื่นเคารพสิทธิในการชุมนุมของตนเอง แต่ตนเองไปละเมิดสิทธิคนอื่น พฤติกรรมเช่นนี้สังคมรับไม่ได้
พท. อัด "ณัฏฐพล-ทยา" สามีภรรยาผู้ทำลายธุรกิจตัวจริง
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการย่านราชดำริ ราชประสงค์ รวมกลุ่มประท้วงกปปส. และเรียกร้องให้กปปส.ยุติการชุมนุมว่า กลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนี้ต้องเริ่มต้นประท้วงที่นายณัฏฐพล และนางทยา ก่อน เพราะ 2 สามีภรรยาคู่นี้เป็นผู้ทำลายธุรกิจในย่านนี้ตัวจริง การเป่านกหวีดใส่คุณหญิงพจมาน กลางห้างสรรพสินค้าดัง นอกจากสังคมจะต้องร่วมกันประณามนายณัฏฐพล และนางทยาที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นแล้ว ผู้บริหารห้างดังกล่าวต้องฟ้อง 2 คนนี้ที่ละเมิดสิทธิลูกค้าและทำให้ห้างเสื่อมเสียที่ลูกค้าของตนถูกคุกคามด้วย หากไม่ฟ้องก็อาจถูกสงสัยได้ว่า เป็นแนวร่วมกับ 2 สามีภรรยาได้ ทั้งนี้ หากแกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาล หรือประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง ไปใช้บริการห้างเกษรพลาซ่า โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หรือธุรกิจของตระกูลศรีวิกรณ์ 2 สามีภรรยาคู่นี้จะตามไปเป่านกหวีดทุกที่ทุกครั้งใช่หรือไม่ แล้วใครจะไปใช้บริการ แน่จริงประกาศออกมาเลยว่าไม่บริการประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง ถือเป็น 2 สามีภรรยาที่เป็นมือทำลายธุรกิจตัวจริง



