
'ทะเล เกลียวคลื่น กับรักที่สวยงาม'
"ทะเล เกลียวคลื่น กับรักที่สวยงาม" : คอลัมน์ เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ โดย... เรื่อง.. ศุภกร อรรคนันท์ - เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน
ชีวิตที่เรียบสงบก็หมือนทะเลที่ไม่มีคลื่นลม แต่ตราบใดที่ยังไม่ถึงปลายทาง พายุอาจถาโถมเข้าใส่เมื่อใดก็ได้ ดังเช่นเรื่องราวชีวิตของ "ศิริพร (อ้อย) สุวรรณชัยรบ" สาวสกลนคร มีชีวิตที่เรียบง่าย เรียนหนังสือ เติบใหญ่ มีครอบครัว สร้างฐานะ มีลูกชายหญิงสองคน มีร้านขายอาหารของตัวเองในสถานศึกษา เป็นแหล่งมั่นคงที่แม่ค้าต่างอยากได้แผงค้าขายที่มีลูกค้าวันละหลายร้อยคน
วันๆ ขลุกอยู่กับการเตรียมอาหารไปขาย แต่อ้อยก็มีความสุขใจ ตกเย็นได้รับประทานอาหารพร้อมกันพ่อแม่ลูก ได้สอนหนังสือพูดคุยหยอกเย้าเฝ้าดูการเติบใหญ่ของลูก จนลูกสาวเริ่มโตเป็นสาว ส่วนลูกชายคนเล็กเรียนอยู่ชั้น ป.6
จู่ๆ ชีวิตก็พังครืน เมื่อสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แม้ว่าจะยังมีกิจการค้าไว้หาเลี้ยงตัว แต่เมื่อคนดวงตก ปัญหาทุกอย่างจะถาโถมมาพร้อมกัน อาชีพแม่ค้าขายข้าวแกง ที่สามารถเก็บเงินเก็บทองมาเลี้ยงดูครอบครัวและลูกๆ ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ต้องมาเจอทางตัน เมื่อต้นทุนวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร มีราคาสูงขึ้น ประกอบกับค่าเช่าล็อกขายอาหารขยับราคาแพงขึ้น แต่ทางสถานศึกษาไม่ให้ขยับราคาขาย
ในที่สุด อ้อยต้องตัดสินใจเซ้งร้านขายอาหาร มานั่งนิ่งๆ สูดลมหายใจ มองหน้าลูกแล้วต้องสั่งใจให้สู้ เพราะมีเธอเพียงคนเดียวที่จะพาชีวิตของลูกทั้งสองไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง
"อ้อย" ตัดสินใจไปเป็นสาวโรงงาน ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ชีวิตช่วงนั้นสิ้นเดือนมีเงินเดือนมาให้ใช้ไม่ต้องคิดมากกับกำไรขาดทุน แต่ค่าแรงของสาวโรงงานไม่กี่พันบาท แทบไม่พอส่งเงินไปเลี้ยงดูลูกทั้งสองให้เรียนหนังสือ ผ่านแต่ละเดือนมาได้อย่างลุ่มๆ ดอนๆ ทำอยู่ 2 ปี ก็ยังมองไม่เห็นอนาคต จึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดอีกครั้ง ช่วยงานที่บ้านและดูแลลูกเป็นหลัก ที่สุดแล้วก็ต้องยอมเดินทางมาขายแรงงานในเมืองหลวงอีก ทั้งที่สาปส่งไม่ขอกลับมา แต่งานในบ้านเกิดก็ไม่ได้มีให้เลือกมากนัก
ครั้งนี้ อ้อย ได้งานเป็นแคชเชียร์ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน กทม. ทำอยู่นานปีเศษๆ ก็ยังเหมือนเดิม รายได้จากการเป็นลูกจ้างไม่พอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งมีทั้งค่าเช่าห้องพัก ค่ากิน และไหนจะต้องส่งเงินกลับบ้านสำหรับค่าเรียน ค่ากินของลูก จึงได้หันกลับไปปรึกษาญาติๆ เพื่อหาทางออกที่ดีขึ้น
“พัทยา” คือ เป้าหมายที่ญาติแนะนำ เพราะเป็น “แหล่งขุดทอง” อย่างที่หลายคนทางภาคอีสานและคนภาคอื่นของไทย นิยมมาเสี่ยงโชคกัน
“อ้อย” ตัดสินใจเดินทางไปสมัครงานที่พัทยา และได้งานเป็นพนักงานรูมเมด ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองพัทยา
ชีวิตเมื่อคราวจะผ่านเคราะห์ผ่านโศก สิ่งดีก็ผ่านเข้ามาในชีวิตแบบง่ายๆ "อ้อย" ก็เช่นกัน ทำงานที่นี่ได้เพียง 2 เดือน ก็มีโอกาสได้พบคู่ชีวิตเป็นชาวต่างชาติ เหมือนเรือที่ลอยเคว้งกลางทะเล ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ แต่จู่ๆ พายุก็หายไป มีแต่ความสดใสของฟ้าหลังฝนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง
"เอ็ดเวิร์ด ไบรอัน ดูพ้อย“ หรือ เอ็ดดี้ วัย 60 ปี นักธุรกิจมินิบาร์และไนท์คลับในอังกฤษ ผู้หลงฬหลเมืองพัทยามานาน กว่า 20 ปีมาแล้วที่เอ็ดดี้จะใช้ช่วงเวลาพักร้อนเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองพัทยา หลังจากที่เดินทางมาครั้งแรกตามคำแนะนำของเพื่อน เมื่อมาถึงได้พบชายหาดสวย สูดกลิ่นอายทะเลเข้าปอดลึกๆ รู้สึกโล่ง ทะเล ภูเขาและแสงแดด แค่นี้ก็ทำให้เอ็ดดี้ติดใจต้องมาท่องเที่ยวอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส และยังคิดว่าหลังเกษียณหรือบั้นปลายชีวิตจะมาปักหลักใช้ชีวิตในเมืองไทย โดยเฉพาะพัทยาเป็นเป้าหมายแรก
เอ็ดดี้เข้าพักโรงแรมที่อ้อยทำงานอยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้เขาสะดุดตากับแม่บ้านคนใหม่ ที่ดูขยันขันแข็ง เรียบร้อย ยิ้มสวย มองแล้วดูโลกสดใส รู้สึกถูกชะตา เขาแอบมองเธออยู่เงียบๆ แต่ในใจเริ่มคิดอยากได้เธอมาเป็นคู่ชีวิต
กว่า 2 เดือนที่ “เอ็ดดี้” เฝ้าแอบมอง เฝ้าติดตามและแอบชอบอยู่อย่างนั้น แอบสอบถามข้อมูลจากเพื่อนร่วมงาน ในที่สุดก็แพ้ใจตัวเอง พยายามเข้าไปทักทายพูดคุยเพื่อสานสัมพันธ์รัก อ้อยบอกเล่าเรื่องราวชีวิตอย่างไม่ปิดบัง เมื่อรู้ว่าอ้อยไม่มีใครดูแล เขาจึงตัดสินใจขอใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
ขณะที่ “อ้อย” มีความรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูอบอุ่น อารมณ์ดี และถูกโฉลก สัมพันธ์รักของทั้งสองจึงได้เริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงบัดนี้ก็เป็นเวลา 4 ปีแล้ว
เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ เอ็ดดี้ตัดสินใจขายกิจการมินิบาร์และไนท์คลับทั้งหมด เพื่อมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองพัทยากับ “อ้อย” โดยทุกปี ทั้งสองจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของอ้อยที่ อ.พังโคน จ.สกลนคร ทุกครั้งที่อยู่บ้านเกิดกันพร้อมหน้า อ้อยจะยิ้มอย่างมีความสุข เห็นลูกๆ และเอ็ดดี้เข้ากันได้ดี ญาติทุกคนก็รักเขาดั่งเป็นพี่น้อง ต้อนรับอย่างดี “เอ็ดดี้” ไม่ลืมที่จะดูแลลูกๆ และครอบครัวของ “อ้อย” เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเช่นกัน
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 “วันวาเลนไทน์” ที่ผ่านมา “เอ็ดดี้-อ้อย” ได้เดินทางไปท่องเที่ยวเติมความหวานให้ความรัก เติมพลังให้ชีวิต ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว ความรักของทั้งคู่มิได้จืดชืดลงแต่อย่างใด ทั้งสองให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ครองรักและดูแลกันไปตลอดชีวิต
.......................................
(หมายเหตุ "ทะเล เกลียวคลื่น กับรักที่สวยงาม" : คอลัมน์ เขยฝรั่งสะใภ้อินเตอร์ โดย... เรื่อง.. ศุภกร อรรคนันท์ - เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



